แนะนำ 5 วิธีวิ่งอย่างไรไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บ

แนะนำ 5 วิธีวิ่งอย่างไรไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บ
Pepperrr

สนับสนุนเนื้อหา

อยากเห็นผลลัพธ์ที่ดีจากการวิ่งอย่างที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ต้องลองเข้ามาอ่านและทำตามคำแนะนำของเราดู แล้วคุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

สวัสดีเพื่อนๆชาว Pepper ทุกคน กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันเช่นเคยกับเรื่องราวสาระดีๆ สำหรับบทความนี้เป็นบทความด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย ที่เราขอจัดให้เอาใจเพื่อนๆที่ชื่นชอบการวิ่ง เพราะการวิ่งถือเป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งที่ถือว่าดีมาก สามารถทำได้ง่าย ช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน กระตุ้นการทำงานของปอดและหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เพื่อนๆหลายคนยังไม่ทราบมาก่อนว่าจริงๆแล้วมีเทคนิคการวิ่งที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ที่ดีที่สุดต่อร่างกาย วันนี้เราจึงได้รวบรวมเคล็ดลับต่างๆที่เกี่ยวกับการวิ่งมาไว้ให้เพื่อนได้ลองศึกษากัน จะมีอะไรบ้างเราลองมาอ่านกันเลยครับ

1. ท่าทางการวิ่ง

ท่าทางการวิ่งที่ถูกต้องจะทำให้คุณวิ่งได้ไกลขึ้น ไม่หมดแรงง่ายๆ ทำให้การวิ่งแต่ละครั้งของคุณช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายอย่างเต็มที่ ซึ่งท่าวิ่งที่ถูกต้องมีองค์ประกอบดังนี้

- จัดลำตัวเป็นเส้นตรงตั้งแต่เท้าจนถึงศีรษะ ไม่ก้มลำตัวหรือในลักษณะพับส่วนเอวเพื่อโน้มตัวไปข้างหน้าขณะที่วิ่ง

- ไม่เงยหน้าหรือก้มศีรษะมากเกินไปเพราะจะทำให้เกร็งส่วนคอ และบ่า

- สายตามองที่พื้นไปข้างหน้าประมาณ 30-40 เมตร

2. วิธีการการเคลื่อนที่ถูกต้อง

การเคลื่อนที่อย่างถูกต้องจะต้องมีการถ่ายเทโมเมนตัมของร่างกายจากน้ำหนักตัวให้เป็นประโยชน์ เพื่อช่วยให้คุณประหยัดแรงในการวิ่งมากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

- เอนร่างกายไปทั้งลำตัวเป็นแกนตรงให้จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายไปตกอยู่ที่เท้าด้านหน้า 
- ก้าวถัดไปให้ก้าวข้างหน้า 3-5 นิ้วเพื่อรับน้ำหนักโมเมนตัมน้ำหนักตัวที่เราได้โน้มไป 
- ด้วยวิธีการเช่นนี้ เหมือนเป็นการใช้น้ำหนักตัวของร่างกายเราในการเพิ่มแรงส่งในการวิ่งไปข้างหน้า

3. การวางเท้าที่ถูกต้อง

การวางเท้าอย่างถูกต้องจะช่วยลดแรงกระแทก และลดความเสี่ยงที่เราจะได้รับบาดเจ็บจากการวิ่งซึ่งทำได้ดังนี้

- ทุกย่างก้าวของการวิ่ง เราควรสัมผัสพื้นด้วยปลายเท้า 
- เข่าของเท้าหน้าเมื่อแตะกับพื้นจะต้องไม่เหยียดเป็นเส้นตรง การงอเข่าเล็กน้อยจะทำให้มีแรงยืดหยุ่นไม่เกิดแรงกระแทก 
- ทันทีที่ปลายเท้าหน้าสัมผัสพื้น ให้รีบยกส้นเท้าขึ้นทันที ยกส้นเท้าขึ้นหาก้นในทันที พร้อมกับพับเข่าแทงไปข้างหน้าเล็กน้อย 
- จากนั้นแล้วรีบก้าวอีกข้างเพื่อวางรองรับรอบเท้าก้าวต่อไปเป็นวงกลม

 4. เลือกเวลาวิ่งที่เหมาะสม

เวลาวิ่งที่เหมาะสมของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนชอบวิ่งในตอนเช้า ส่วนบางคนชอบวิ่งตอนเย็น แต่ไม่ว่าคุณจะชอบวิ่งเวลาไหนสิ่งที่จะต้องพิจารณาในการเลือกเวลาวิ่งมีดังนี้

- ควรเลือกวิ่งในเวลาที่มีมลพิษในอากาศน้อยที่สุด 
- เลือกวิ่งในเวลาที่แดดไม่ร้อนเกินไป 
- ไม่เลือกวิ่งเข้าไปหาสิ่งที่คุณแพ้ 
- เลือกวิ่งในเวลาที่คุณสบายใจ ไม่ต้องรีบร้อน เพื่อคุณจะได้ค่อยๆวิ่งไม่ต้องหักโหม

 
#5. ดื่มน้ำก่อนวิ่ง

แหล่ง: ak9.picdn.net
 

การวิ่งเป็นกิจกรรมที่ออกกำลังกายที่ทำให้ร่างกายต้องเสียเหงื่อเป็นจำนวนมาก นักวิ่งจึงได้รับคำแนะนำให้ดื่มน้ำก่อนวิ่ง 2 ชั่วโมงเพื่อเป็นการชดเชยน้ำที่จะต้องสูญเสียไป ซึ่งปริมาณน้ำที่แนะนำให้ดื่มจะอยู่ที่ 2-2.5 ลิตร หากคุณดื่มน้ำก่อนวิ่งได้ดังที่แนะนำ จะทำให้คุณวิ่งได้ทน มีกำลังวังชา และไม่หมดเรี่ยวแรงง่ายๆ

 

แหล่ง: ak7.picdn.net
และนี่ก็คือ 5 คำแนะนำดีๆที่เรานำมาฝากเพื่อนๆนักวิ่งมือใหม่กันทุกคน หากคุณสามารถทำได้ตามนี้ก็เชื่อได้เลยว่าคุณจะมีความสุขจากการได้วิ่งออกมาก และได้เห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน ไม่เชื่อลองทำตามดู

แหล่ง: making-the-web.com
เป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากที่ได้อ่านจบไป คุณสามารถทำตามคำแนะนำของเราได้หรือไม่?

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่