หมดไฟกันอยู่หรือเปล่า? 10 เคล็ดลับง่ายๆ ปลุกไฟในตัวขึ้นมาอีกครั้ง

หมดไฟกันอยู่หรือเปล่า? 10 เคล็ดลับง่ายๆ ปลุกไฟในตัวขึ้นมาอีกครั้ง
Pepperrr

สนับสนุนเนื้อหา

สวัสดีเพื่อนๆชาว Pepper ทุกคน กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันเช่นเคยกับเรื่องราวสาระดีๆ สำหรับบทความนี้เราขอจัดให้เพื่อนๆที่กำลังหมดไฟกันโดยเฉพาะ โดยวันนี้เราได้รวบรวมข้อแนะนำดีๆที่เป็นเทคนิคและแง่คิดที่จะทำให้คุณสามารถกลับมามีกำลังใจบนเส้นทางแห่งความสำเร็จได้อีกครั้ง ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นเราลองไปดูกันเลยครับ

1. ท้อได้เเต่อย่าหมดกำลังใจ

ด้วยสภาพการทำงานของเราทุกคนในปัจจุบันในยุคข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นอะไรที่เร่งรีบแข่งขัน ทุกคนต้องทำงานแข่งกัน แข่งกับเวลาชนิดที่เรียกว่าใครดีใครอยู่ ช้าเพียงนิดเดียวอาจทำให้โอกาสดีๆหลุดลอยไป ด้วยสภาพการทำงานเช่นนี้อาจทำให้หลายคนท้อแท้ หมดแรง และหมดไฟได้ ซึ่งอาการแบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอ แต่คุณควรจำไว้เสมอว่า “ท้อแท้ได้แต่อย่าหมดกำลังใจ” เพราะกำลังใจเท่านั้นที่เปรียบเสมือนพลังงานซ่อนเร้นที่แรงกล้าที่จะสามารถจุดไฟในตัวคุณให้กลับลุกโชนขึ้นมาใหม่ได้เสมอ และสิ่งที่จะทำให้เกิดกำลังใจที่ดีได้ก็คือแรงบันดาลใจนั่นเอง ดังนั้นหากตอนนี้คุณทำงานไปเรื่อยๆแบบไม่มีเป้าหมายในชีวิต ก็จงรีบหาแรงบันดาลใจและตั้งเป้าหมายความสำเร็จไว้ซะตอนนี้เลย

2. อยู่ใกล้ๆคนไฟเเรงสูงเข้าไว้

นี่เป็นกฎของแรงดึงดูดครับ ที่ได้ระบุว่า “คนที่มีคุณสมบัติเหมือนกัน มักจะอยู่ด้วยกันเสมอ” เช่นคนคิดลบขี้อิจฉาริษยาเหมือนกันก็จะชอบนั่งจับกลุ่มกันนินทาคนอื่นและไม่อยากเห็นใครได้ดีกว่า แต่คนใฝ่ดี ใฝ่รู้อยากได้ดีและประสบความสำเร็จในชีวิตก็มักจะเลือกที่จะไปขลุกอยู่กับคนสำเร็จที่ไฟแรง เพราะวันใดวันหนึ่งที่รู้สึกหมดไฟระหว่างการเดินทางบนเส้นทางสู่ความสำเร็จที่แสนทรหด การได้อยู่ใกล้คนสำเร็จที่ไฟแรงเหล่านั้นจะช่วยทำให้เราได้รับพลังบวกและกำลังใจจากเค้าได้มากเลยทีเดียว

3. มองไปรอบๆตัวเองบ้าง

ที่เราแนะนำเช่นนี้เพราะอยากจะบอกให้คุณได้ทราบว่าโลกนี้ไม่ได้มีแต่ชีวิตของคุณ แล้วก็ไม่ได้มีแต่งานที่คุณกำลังทำอยู่ที่เป็นทั้งหมดทั้งมวลของชีวิตคุณในโลกใบนี้ การหัดแหงนหน้ามองฟ้า มองไปรอบๆ ติดตามข่างสารทันโลก เทรนด์เทคโนโลยีและธุรกิจใหม่ๆบางทีอาจจะช่วยให้คุณเกิดไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ หรือเรื่องราวดีๆที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิตของคุณได้ไม่น้อย

4. รู้จักหาที่พักใจ

ชีวิตของเราจะง่ายขึ้นเยอะหากเรามีที่พักใจ ซึ่งคำว่าที่พักใจนี้จะเป็นที่ไหนก็ได้ที่คุณอยู่แล้วรู้สึกสบายใจที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผู้คนหรือสถานที่ เช่น บางคนอาจจะมีสถานที่พิเศษสำหรับเค้าที่เวลามีเรื่องไม่สบายใจอะไรแล้วได้มานั่งอยู่ตรงนี้สักพักแล้วจะรู้สึกดีขึ้น หรือบางคนอาจจะมีที่พักใจเป็นบุคคล ที่เวลามีเรื่องไม่สบายใจได้มาอยู่ใกล้ๆเค้าแล้วได้เล่าระบายมันออกมาแล้วทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ ดังนั้นหากวันนี้คุณยังไม่มีที่พักใจก็ควรหาไว้ซักที่สองที่ก็ดีนะครับ

5. รู้จักคำว่า "พอเพียง"

คำว่า ‘พอเพียง’ ก็คือความพอดี อะไรที่ตึงเกินไปหรือหย่อนยานเกินไปก็ไม่ดีทั้งนั้น เราเข้าใจว่าทุกคนต้องการที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ระหว่างเส้นทางสู่ความสำเร็จนั้นหากคุณรีบเร่งมากเกินไปไม่รู้จักเดินทางสายกลางจะทำให้คุณเป็นทุกข์ เครียด และหมดไฟในการทำงานได้ง่ายๆ ดังนั้นคุณควรภาคภูมิใจความความสำเร็จที่ได้รับในวันนี้ และพร้อมที่จะต่อยอดความสำเร็จไปเรื่อยๆอย่างไม่หยุดยั้ง หากทำได้เช่นนี้แล้วจึงเรียกได้ว่าคุณเป็นคนที่เดินสายกลาง มีความพอเพียงนั่นเอง

6. รู้จักเข้าสังคมบ้าง

คุณเคยได้ยินคำคมของนักปราชญ์ที่ว่า “นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน ขึ้นที่สูงไม่ได้” กันบ้างหรือไม่ หากเคยได้ยินความหมายมันก็เป็นเช่นนั้นแหล่ะครับ เพราะคนเราจะประสบความสำเร็จได้รวดเร็วและง่ายขึ้นได้จะต้องรู้จักเข้าสังคมสร้างคอนเน็คชั่น ยิ่งทุกวันนี้คอนเน็คชั่นเป็นสิ่งสำคัญมากๆด้วย เพราะคนเรานั้นไม่ได้เก่งไปซักทุกเรื่องแต่หากเรารู้จักคนดีคนเก่งในด้านต่างๆไว้รอบๆตัวยิ่งมากเท่าไหร่ เรายิ่งจะสามารถหาทางใช้ความสามารถของคนเหล่านั้นผลักดันตัวเราสู่เป้าหมายความสำเร็จได้ง่ายดายขึ้นเท่านั้น

7. รู้จักการเป็นผู้ให้

ธรรมชาติของจักรวาลนั้นช่างแปลกประหลาด เพราะผู้ให้ย่อมได้รับสิ่งตอบแทนตามมาเป็นหลายเท่าตัวเสมอ ดังที่เพื่อนๆมักจะเคยได้ยินที่นักปราชญ์ท่านกล่าวไว้ว่า “ยิ่งให้ยิ่งได้” ใครที่ไม่ให้ มีความเห็นแก่ตัว ไม่รู้จักคำว่าบริจาคก็จะไม่ได้รับการตอบแทนใดๆจากธรรมชาติ คนเห็นแก่ตัวจึงมักอับจนหนทาง เป็นคนจนที่ยากไร้อยู่เสมอ ดังนั้นหากคุณอยากได้รับสิ่งตอบแทนดีๆจากธรรมชาติก็ควรหัดเป็นผู้ให้เพราะการให้จะทำให้คุณมีความสุขตั้งแต่ที่ได้ให้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ บริจาคหนังสือ เสื้อผ้า ทรัพย์สินเงินทองแก่ผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัย แม้ว่าคุณจะให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน แต่สิ่งที่ได้รับคือความสุขที่จะช่วยบันดาลและดึงดูดสิ่งดีๆในชีวิตอย่างอื่นให้ตามมาสู่ตัวคุณ

8. เปลี่ยนความผิดหวังให้กลายเป็นความรู้เเละประสบการณ์ที่ล้ำค่า

คนที่ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ทุกคนกว่าจะมีวันนี้ได้พวกเค้าต้องผ่านความล้มเหลวมาแล้วเสมอ เพราะคงไม่มีใครหรอกครับที่จะประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ในชีวิตได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลงมือทำ คนสำเร็จแต่ละคนล้วนแล้วแต่ล้มเหลวมาก่อนหลายครั้งและทุกครั้งที่ล้มเหลวก็จะเก็บประสบการณ์ในครั้งนั้นมาเป็นบทเรียนแล้วเริ่มต้นทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่ตนฝันต่อไป หากวันนี้คุณมองตัวเองว่าล้มเหลวก็จงอย่าเพิ่งหมดกำลังใจ รีบๆจดเลยว่าความล้มเหลวครั้งนี้ได้เรียนรู้อะไรไปบ้าง นำมาเป็นบทเรียนสอนใจ แล้วรีบลุกเริ่มต้นใหม่เพื่อทำฝันให้เป็นจริง

9. สร้างเเรงบันดาลใจให้ตัวเอง

อย่างที่เราได้บอกไปตั้งแต่ข้อแรกแล้วว่าแรงบันดาลใจคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้คนเราก้าวต่อไปสู้เป้าหมายแห่งความสำเร็จได้อย่างไม่ย่อท้อ ทุกคนที่มีแรงบันดาลใจ ทุกครั้งที่หมดไฟก็สามารถจุดประกายไฟภายในของตนให้กลับมาลุกโชนได้ใหม่เสมอ ใครที่ตอนนี้ยังไม่มีไอดอล หรือแรงบันตาลใจในเส้นทางชีวิตของตัวเองก็จะต้องรีบหาหรือสร้างมันขึ้นมาโดยด่วน เพราะมันเป็นสิ่งแรกที่คุณต้องมีก่อนออกเดินทางสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จนะครับ

10. ออกไปท่องเที่ยว

หากใครจิตใจห่อเหี่ยวเกินเยียวยา และยังหาที่พักใจไม่ได้ การได้ออกไปท่องเที่ยวบ้างไปให้พ้นๆจากภาพชีวิตเดิมๆที่จำเจซ้ำซากจะช่วยเยียวยาจิตใจของคุณได้ ทำให้คุณนึกขึ้นได้ว่าอะไรคือแรงบันดาลใจที่แท้จริงในการทำงานของคุณ แล้วคุณจะสามารถจุดไฟในตัวเองให้กลับมาลุกโชนได้อีกครั้ง เพราะการที่เราได้รู้สึกผ่อนคลายและใกล้ชิดธรรมชาติจะทำให้เราได้รับพลังบวกจากธรรมชาติทำให้เรามีกำลังที่จะกลับมาสู้อีกครั้ง

และนี่ก็คือเทคนิค 10 ประการที่เราอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆที่กำลังหมดไฟเอากลับไปคิดพิจารณากัน หากเห็นว่าสมควรเข้าท่าดีก็น่าจะลองปฏิบัติตามดูทำเฉพาะข้อที่คุณสะดวกและคิดว่าใช่ที่สุดในตอนนี้ก็ได้ เพราะเราไม่ได้บอกให้คุณต้องรีบๆทำทั้ง 10 ข้อนี้พร้อมกัน หากทำได้เชื่อว่าคุณจะสามารถจุดไฟในตัวให้กลับมาลุกโชนได้อีกครั้งอย่างแน่นอน

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ การพัฒนาตัวเอง