5 เทคนิคช่วยลดน้ำหนักโดยไม่ต้องอดอาหาร

5 เทคนิคช่วยลดน้ำหนักโดยไม่ต้องอดอาหาร
Pepperrr

สนับสนุนเนื้อหา

สวัสดีเพื่อนๆชาว Pepper ทุกคน กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันเช่นเคยกับเรื่องราวสาระดีๆ สำหรับบทความนี้เป็นบทความด้านสุขภาพที่เราจัดให้สำหรับคนที่ลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักโดยเฉพาะ เพราะในวันนี้เราจะขอเสนอแนวทางการควบคุมน้ำหนักโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องอดอาหาร ซึ่งแนวทางของเรานี้ถือได้ว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องที่สุดแล้วครับ เพราะการควบคุมน้ำหนักที่ถูกต้องนั้นคือการเพิ่มการเผาผลาญไขมันส่วนเกินไม่ใช่การลดมวลกล้ามเนื้อ ดังนั้นเราจึงไม่แนะนำให้คุณลดการกินของที่มีประโยชน์ แต่ให้คุณเลือกพิถีพิถันในการกินให้มากขึ้นเท่านั้นเอง ซึ่งในเทคนิคจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างหากพร้อมแล้วเรามาดูกันเลยครับ

1. ทานอาหารเช้า เเละเย็น

การควบคุมน้ำหนักที่ได้ผลนั้นจะต้องอาศัยกิจกรรมสองอย่างหลักๆที่ต้องประสานกันอย่างลงตัวก็คือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน และการควบคุมอาหาร รับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์และควบคุมจำนวนแคลอรี่ สมัยก่อนเราคงเคยได้ยินว่าการทานอาหารที่ถูกต้องสำหรับคนลดน้ำหนักนั้นคือการทานน้อยๆแต่บ่อยครั้ง แต่เมื่อเร็วๆ นี้ทางสถาบัน Loma Linda University School of Public Health ได้ค้นพบเคล็ดลับการทานอาหารแบบใหม่ที่ได้จากการศึกษาวิจัยพบวาการทานอาหารมื้อเช้าให้เต็มที่ และทานมื้อเย็นให้เร็วขึ้นเสริมกับเทคนิคการทานน้อยๆแต่บ่อยครั้ง ซึ่งจะทำให้คุณมีช่วงระยะเวลาที่ท้องว่าง 18 ชม.หลังจากทานมื้อเย็น นั่นคือกุญแจสำคัญของการลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพที่สุด

2. ลดการทานอาหารบุพเฟ่ต์

ที่เราให้คุณลดการทานอาหารจำพวกบุพเฟ่ต์นั้นเพราะทุกคนเมื่อได้จ่ายเงินทานอาหารบุพเฟ่ต์แล้วส่วนใหญ่มักจะคำนึงถึงแต่ความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายไป เลยต้องการจะทานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ซึ่งผลที่ตามมาก็คือคุณจะได้รับแคลอรี่จากอาหารที่คุณทานเป็นจำนวนมากกว่าที่คุณจะเผาผลาญออกหมดซึ่งมันจะถูกเก็บสะสมในร่างกายในรูปไขมัน และยิ่งคุณทานบุพเฟ่ต์บ่อยเท่าไหร่ความยับยั้งช่างใจในการกินก็จะไม่มี ในที่สุดคุณก็จะอ้วนจนทำให้หนทางในการลดน้ำหนักยิ่งยากกว่าเดิมซะอีก ดังนั้นทางที่ดีเราขอแนะนำให้คุณเลี่ยงการทานอาหารบุพเฟ่ต์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ดีกว่า

3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก โดยเราแนะนำว่าคุณควรออกกำลังกายทุกวันอย่างน้อยวันละ 30 นาที และการออกกำลังกายของคุณควรทำอย่างมีวินัยสม่ำเสมอ ซึ่งเราจะขอแนะนำให้คุณออกกำลังกายให้ครบทั้ง 3 รูปแบบอย่าเน้นแบบใดแบบหนึ่งมากเกินไปเพราะจะทำให้มีโอกาสได้รับบาดเจ็บจากการออกกำลังกายหรือการออกกำลังกายจะไม่ส่งผลดีเท่าที่ควร การออกกำลังกายทั้ง 3 แบบประกอบด้วย การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่เน้นการขยับร่างกายเพื่อให้เกิดการเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกาย การออกกำลังกายแบบที่สองคือการออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อ หรือ เวทเทรนนิ่ง เพื่อให้คุณมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงกระชับสวยงาม และการออกกำลังกายแบบสุดท้ายก็คือการออกกำลังกายแบบยืดหยุ่น เช่นการยืดกล้ามเนื้อ หรือเล่นโยคะ เพื่อเสริมความยืดหยุ่นของร่างกาย ป้องกันอาการบาดเจ็บมารบกวน

4. จัดการกับสัดส่วนการกินให้เหมาะสม

เพื่อเป็นการควบคุมการรับแคลอรี่เข้าสู่ร่างกายได้อย่างอยู่หมัดเราขอแนะนำให้คุณทานอาหารสูตร 2:1:1:1 ใน 1 มื้อ คือทานผัก 2 ส่วน คาร์โบไฮเดรต 1 ส่วน โปรตีน 1 ส่วน และผลไม้ 1 ส่วน การทานแบบนี้จะช่วยลดปริมาณแคลอรี่ที่จเข้าสู่ร่างกายได้มากถึงวันละ 500 กิโลแคลอรี่ ทำให้ใน 1 สัปดาห์คุณสามารถลดน้ำหนักลงได้ถึงครึ่งกิโลกรัมเลยทีเดียว นอกจากนี้การทานอาหารในสูตรนี้เป็นประจำจะทำให้คุณได้รับวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ทำให้คุณมีร่างกายแข็งแรงปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บอีกด้วย

5. ควบคุมเเป้งเเละไขมัน

แนวทางการเลือกกินที่เหมาะสมอย่างยิ่งของคนลดน้ำหนักคือ 
-ทานเนื้อคุณภาพ ไม่ติดมัน ถ้าจะให้ดีควรเป็นเนื้อปลา 
-งดการทานอาหารทอด เปลี่ยนมาทานอาหารที่ปรุงด้วยการต้มและนึ่งแทน 
-ไม่ทานหวาน ทานเค็ม และทานมัน 
-จำกัดการทานอาหารที่มีแป้งและน้ำตาล โดยก่อนทานควรทราบปริมาณแคลอรี่ก่อน 
-รับประทานผักผลไม้เป็นประจำอย่างได้ขาด 
-ทานไข่เป็นประจำ เพราะนี่คือแหล่งโปรตีนชั้นดีสำหรับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ 
-ดื่มนมเป็นประจำเพราะนมคืออีกแหล่งโปรตีนคุณภาพที่ดูดซึมได้ง่าย นมที่ควรดื่มคือนมพร่องมันเนย และไม่มีน้ำตาล

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่