“อุริเซน” หนุ่มขายบริการ อาชีพในเงามืดที่ญี่ปุ่น

“อุริเซน” หนุ่มขายบริการ อาชีพในเงามืดที่ญี่ปุ่น
Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

“ทุกคนมาหาอุริเซนเพราะอยากมีเซ็กส์กับเรา เราเป็นแค่สินค้าอย่างหนึ่งสำหรับพวกเขา” อาชีพที่แม้จะรายได้ดีแต่ก็มีความเสี่ยง

หากมองเผิน ๆ Firsh Dash ที่เขตนิโชเมะในชินจูกุก็ไม่ต่างจากบาร์ทั่วไปในโตเกียวที่ลูกค้าหัวเราะพูดคุยสนุกสนานพลางจิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าคนที่คอยให้บริการลูกค้าไม่ว่าจะพูดคุยหรือเสิร์ฟเครื่องดื่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้มล้วนแต่เป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหน่วยก้านดี

“อุริเซน” คือคำเรียกเด็กหนุ่มกลุ่มนี้ หน้าที่ของพวกเขาคือการเอ็นเตอร์เทนลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายวัยกลางคน และความหมายของคำว่าเอ็นเตอร์เทนก็ครอบคลุมถึงการให้บริการทางเพศด้วย

ชิงโงะ ผู้จัดการบาร์ Firsh Dash อายุ 28 ปีและครั้งหนึ่งเคยเป็นอุริเซน เล่าว่า “ที่นี่มีอุริเซ็น 42 คนอายุ 18-20 ปีส่วนใหญ่เป็นผู้ชายปกติที่ชอบผู้หญิงหรือถ้าเป็นเกย์ เราก็จะบอกให้แกล้งทำเป็นว่าชอบผู้หญิงเพราะลูกค้าชอบแบบนั้น ส่วนใหญ่มาทำงานนี้เพราะอยากได้เงิน” อุริเซนหลายคนเคยทำงานประเภทใช้แรงงาน เช่น งานก่อสร้างซึ่งได้รายได้วันละ 5,000-8,000 เยน (ประมาณ 1,500-2,300 บาท) “เงินเท่านี้สำหรับเด็กเราแค่ชั่วโมงเดียวก็ได้แล้ว”

ฮิโระชิ เด็กหนุ่มใบหน้าคมสันวัย 18 ปีกับส่วนสูง 187 ซม. จากจังหวัดชิบะติดกับกรุงโตเกียว หนึ่งในยุริเซนของที่นี่มีรายได้จากงานนี้วันละประมาณ 10,000 เยน  “ลูกค้าที่ผมให้บริการอายุประมาณ 30 ถึง 65” โชตะ อุริเซนอีกคนที่รับงานอิสระไม่สังกัดค่าย เล่าว่าเขามีรายได้อย่างน้อยเดือนละ 150,000 เยน (ประมาณ 50,000 บาท) “ลูกค้ามีตั้งแต่พนักงานบริษัททั่วไป ทนายความ หมอ ครู เคยได้ยินว่ามีนักการเมืองแล้วก็พวกเซเลบด้วย ทุกคนมาหาอุริเซนเพราะอยากมีเซ็กส์กับเรา เราเป็นแค่สินค้าอย่างหนึ่งสำหรับพวกเขา”

ROB GILHOOLY PHOTOมีบาร์เกย์ในย่านนี้อยู่ประมาณ 400 แห่ง และที่ธุรกิจนี้ยังอยู่ได้ก็เพราะช่องโหว่ของกฎหมายต่อต้านการค้าประเวณีของญี่ปุ่นไม่ได้ครอบคลุมการค้าบริการระหว่างชายกับชาย และจากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญหลายคน รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่มีแผนจะทบทวนแก้ไขกฎหมายนี้

ประเด็นน่าห่วงจากธุรกิจนี้คือการขาดความตระหนักรู้เรื่องโรคจากการมีเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะเอดส์และเชื้อ HIV คุณยุซุรุ อิกุชิมะ ผู้บริการองค์กรส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ HIV กล่าวแสดงความเป็นห่วงว่า “ถึงผู้ประกอบการจะมีนโยบายบังคับให้ใช้ถุงยางอนามัย แต่ถ้าลูกค้ายืนยันว่าต้องการมีเซ็กส์แบบไม่ป้องกัน ผมเชื่อว่าคงไม่มียุริเซนคนไหนปฏิเสธเพราะต้องไม่ลืมว่าพวกเขาอยากได้เงิน ที่สำคัญคือพวกเขายังขาดความตระหนักรู้ถึงภัยของโรคเอดส์ การให้ข้อมูลเป็นเรื่องจำเป็นไม่เฉพาะคนแวดวงนี้เท่านั้นแต่รวมถึงทุกคนในสังคม”

ที่มา Japantimes

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่