เปิดใจช่างภาพ ผู้บันทึกภาพประวัติศาสตร์ในความทรงจำ

เปิดใจช่างภาพ ผู้บันทึกภาพประวัติศาสตร์ในความทรงจำ

เปิดใจช่างภาพ ผู้บันทึกภาพประวัติศาสตร์ในความทรงจำ เกี่ยวกับ 70ล้านดวงใจไทยเพื่อในหลวง

pptv

สนับสนุนเนื้อหา

ย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วหลายคนคงคุ้นชินกับภาพประวัติศาสตร์ ในงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในงานเสด็จออกสีหบัญชรที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบันทึกภาพด้วยกล้องดิจิทัลอยู่เบื้องหลัง จนกลายเป็นที่ชื่นชมของประชากรที่พบเห็นจนต้องหามาสะสมไว้ภายในบ้านจวบจนทุกวันนี้

เปิดใจช่างภาพ ผู้บันทึกภาพประวัติศาสตร์ในความทรงจำ
“เหตุการณ์วันนั้นนับเป็นครั้งแรกที่ผมได้ถ่ายภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”

นันทสิทธิ์ นิตย์เมธา ผู้ช่วยผู้อำนวยการส่วนงานกลยุทธ์ธุรกิจสื่อใหม่ พีพีทีวี เล่าย้อนเมื่อครั้งเป็น ช่างภาพศูนย์ภาพเนชั่น ผู้อยู่เบื้องหลังเลนส์และกดชัตเตอร์ภาพนั้น ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมา 10 ปีแล้ว แต่เหตุการณ์นั้นยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำไม่เคยเปลี่ยน เขามักบอกเสมอว่าวันนั้นเป็นความโชคดีที่ได้ถ่ายภาพพระองค์ท่าน หลังจากตอนแรกมีการวางตัวช่างภาพอีกคน นั่นก็คือหัวหน้าของเขาเอง แต่ด้วยการสื่อสารที่อาจจะขัดข้อง ว่าช่างภาพที่เข้าไปถ่ายด้านล่างของพระที่นั่งอนันตสมาคมจะต้องสวมเสื้อสีขาว แต่ในขณะนั้นพวกเขาใส่ชุดสูท

เวลาครึ่งชั่วโมงก่อนขบวนเสด็จฯ กับการต้องหาเสื้อสีขาว จะให้ทีมที่อยู่ด้านนอกซื้อมาเพิ่มก็คงไม่ทันเวลา เขาจึงไปขอแลกเสื้อกับชายที่ใส่เสื้อสีขาว แต่ปรากฎว่าเขาสามารถใส่เสื้อตัวนั้นได้ จึงกลายเป็นเขาที่ได้เข้าไปถ่ายแทน แต่ถึงเข้าไปถ่ายได้แล้ว แต่อุปสรรคก็เกิดขึ้นอีกเมื่อเขาลืมแบตเตอรี่กล้องที่เตรียมมาไว้ข้างนอก และไม่สามารถที่จะโทรศัพท์ได้เพราะอยู่ในเสื้อสูทที่เปลี่ยน แต่เขาก็โชคดีเมื่อช่างภาพที่อยู่ใกล้ๆ มีแบตเตอรี่ให้ยืม เขายอมรับว่าเป็นวันที่ฉุกละหุกวันหนึ่ง แต่ทุกอย่างอยู่ภายใต้ความโชคดี และความมีน้ำใจของใครหลายคน

นันทสิทธิ์ เล่าต่อว่า สมัยนั้นเป็นยุคแรกๆ ของกล้องดิจิทัล บวกกับต้องใช้เลนส์ระยะ 600 มม. ก่อนมาถ่ายก็ต้องทำการบ้านมาเป็นอย่างดี แต่บรรยากาศในวันนั้นทำให้เขาตื่นเต้น ถึงขนาดมือสั่น แต่เขาคิดว่าภาพที่อยู่ตรงหน้าของเขาเป็นประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การบันทึก และไม่ควรพลาดแม้แต่วินาที เขาจึงได้บันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่างไว้ ที่ผ่านมาได้เคยถวายงานมาทุกพระองค์ท่านแล้ว แต่วันนั้นเป็นวันแรกที่ได้ถวายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

“เราก็เก็บภาพบรรยากาศไปเรื่อยๆ จนพระองค์ท่านเสด็จออกสีหบัญชร ก็จะมีพระบรมวงศานุวงค์ ที่จะเสด็จออกมาด้านข้าง เราก็บันทึกภาพได้ เราก็เห็นว่าภาพแบบนี้ประชาชนอยากเห็นแน่ เราอยากเก็บภาพเหตุการณ์นั้น เพื่อให้ถูกเล่าต่อไป พยายามเก็บพระอริยาบถต่างๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นงานพระราชพิธีทำให้การเคลื่อนตัวค่อนข้างยาก จึงต้องอาศัยเลนส์ระยะไกลถ่ายเข้าไป จนภาพนั้นได้ลงตีพิมพ์และเป็นภาพที่หลายคนชอบมาก จนเป็นที่มาของรางวัลเกียรติยศของสมาคมนักข่าวและนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
จากความรู้สึกตื่นเต้น มือไม้สั่น เมื่อได้มีโอกาสเข้าไปบันทึกภาพ เพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นจังหวะและโอกาส ทุกอย่างเป็นประวัติศาสตร์ และไม่สามารถย้อนกลับไปเก็บภาพนั้นได้อีกแล้ว หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสถวายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอีกหลายครั้ง

“รู้สึกดีใจที่ได้ทำให้ทุกคนยิ้มไปกับภาพที่ได้เห็น ทุกคนเก็บพระฉายาลักษณ์พระองค์ท่านไว้ เป็นความประทับใจที่เกิดขึ้นในชีวิตช่างภาพ” ช่างภาพรายนี้ บอกถึงความประทับใจ

จากวันนั้นถึงวันนี้ ต้องยอมรับว่า ผลงานของ นันทสิทธิ์ นิตย์เมธา จะเป็นอีกภาพหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำของพสกนิกรชาวไทยตลอดไป สามารถติดตามบทสัมภาษณ์เต็มๆได้ใน ช่วงพิเศษ “ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9”

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด