ห้ามนอนทับตะวันช่วงเวลาโพล้เพล้ ซ่อนมิติความเชื่อลี้ลับแฝงคำเตือนด้านสุขภาพ

ห้ามนอนทับตะวันช่วงเวลาโพล้เพล้ ซ่อนมิติความเชื่อลี้ลับแฝงคำเตือนด้านสุขภาพ

ห้ามนอนทับตะวันช่วงเวลาโพล้เพล้ ซ่อนมิติความเชื่อลี้ลับแฝงคำเตือนด้านสุขภาพ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นอนช่วงเวลาโพล้เพล้ตะวันตกดิน ความเชื่อโบราณมีเรื่องลี้ลับ เผยทางการแพทย์เตือนส่งผลเสียต่อสุขภาพ 

ในวิถีชีวิตและความเชื่อดั้งเดิมของไทย มีข้อห้ามโบราณข้อหนึ่งที่ผู้หลักผู้ใหญ่มักจะคอยเอ่ยปากเตือนลูกหลานอยู่เสมอเมื่อยามเย็นมาเยือน นั่นคือคำเตือนที่ว่า "ห้ามนอนตอนพระอาทิตย์ตกดิน" หรือที่หลายคนคุ้นเคยกันในสำนวนไทยว่า "นอนทับตะวัน" (ในช่วงเวลาโพล้เพล้ประมาณ 17.00 ถึง 19.00 น.)

แม้ในยุคสมัยใหม่อาจมองว่าเป็นเพียงแค่ความเชื่อโบราณที่ไม่มีอยู่จริง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ข้อห้ามนี้ซ่อนทั้งมิติความเชื่อเรื่องลี้ลับและคำเตือนด้านสุขภาวะทางการแพทย์ที่สอดคล้องกันอย่างน่าเหลือเชื่อ มาไขคำตอบกันเลยดีกว่าว่าทำไมช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน

1. มุมมองความเชื่อโบราณ: ช่วงเวลารอยต่อวิญญาณและลางอัปมงคล

ตามความเชื่อดั้งเดิมของคนโบราณ ช่วงเวลาพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าหรือที่เรียกว่าเวลาโพล้เพล้ ถือเป็น "ช่วงเวลารอยต่อ" ระหว่างกลางวันและกลางคืน เป็นช่วงที่โลกมนุษย์และโลกของดวงวิญญาณเปิดเข้าหากัน มีความเชื่อว่าพลังงานลี้ลับหรือสัมภเวสีจะออกเดินทางเร่ร่อน หากใครเผลอนอนหลับในช่วงเวลานี้โดยไม่มีสิ่งกีดขวางหรือมนต์คาถาคุ้มครอง อาจทำให้ถูกผีอำ วิญญาณมารบกวน หรือดึงเอาพลังงานชีวิตด้านลบเข้าตัว จนตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกไม่สบายตัว ซึมเศร้า หรือมีเคราะห์กรรมเข้ามาแทรกแซง

2. เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์: ทำไมการนอนทับตะวันถึงทำลายสุขภาพ

ไม่ใช่แค่เรื่องความเชื่อทางไสยศาสตร์เท่านั้น แต่ในมุมมองของวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาวะสมัยใหม่ การนอนหลับในช่วงเย็นย่ำก็เป็นสิ่งที่ไม่แนะนำเช่นกัน ด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  • ระบบนาฬิกาชีวิตรวน ทำให้นอนไม่หลับตอนกลางคืน: การงีบหลับในช่วงเวลาประมาณ 4 ถึง 6 โมงเย็น จะไปขัดขวางและทำลายวงจรการนอนหลับตามธรรมชาติ (Circadian rhythm) ของร่างกาย ส่งผลให้สมองสับสน คิดว่าช่วงเวลานั้นคือการเริ่มต้นวันใหม่หรือการพักผ่อนหลัก ทำให้เมื่อถึงเวลานอนจริงๆ ในตอนกลางคืนกลับตาสว่าง นอนไม่หลับ หรือหลับยากกว่าปกติ

  • ตื่นมาแล้วปวดหัว มึนงง และไมเกรนกำเริบ: ช่วงพระอาทิตย์ตกเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังเปลี่ยนผ่านจากโหมดตื่นตัวไปสู่กระบวนการเตรียมพักผ่อน ระบบประสาทและฮอร์โมนยังไม่พร้อมเข้าสู่การหลับลึก หากเราฝืนเผลอหลับไปแล้วสะดุ้งตื่นขึ้นมากะทันหัน จะทำให้เกิดอาการมึนหัว ปวดศีรษะอย่างรุนแรง หรือกระตุ้นให้โรคไมเกรนกำเริบได้ง่าย

  • อุณหภูมิร่างกายปรับไม่ทัน เสี่ยงเป็นไข้หัวลม: ในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า อากาศโดยรอบจะเริ่มลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็ว หากเรานอนหลับอยู่ในห้องหรือพื้นที่ที่อากาศเย็นลง แล้วร่างกายตื่นขึ้นมาไม่ทันตั้งตัว จะทำให้ปรับสภาพอุณหภูมิไม่ทัน ส่งผลให้รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือป่วยเป็นไข้หัวลมได้ง่าย

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน เลี่ยงการงีบหลับในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน และรอเข้านอนในเวลาที่เหมาะสมตอนกลางคืน นอกจากจะช่วยปัดเป่าความกังวลใจตามความเชื่อโบราณแล้ว ยังเป็นการฟื้นฟูสุขภาพการนอนให้มีประสิทธิภาพ ตื่นมาพร้อมความสดชื่นและห่างไกลจากอาการปวดหัวอย่างแน่นอน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล