
การแผ่เมตตา เป็นสิ่งที่โบราณบัณฑิตทั้งหลายปฏิบัติต่อกันมาตามลำดับ เพราะเห็นประโยชน์ว่า การแผ่เมตตานี้จะทำให้ผู้ปฏิบัติเป็นประจำมีจิตใจอ่อนโยน เยือกเย็นลงได้ และทำให้มองเห็นว่าการที่มนุษย์หวังดีต่อกันนั้นเป็นทางนำให้โลกเกิดสันติ สุขได้ และเมื่อตัวเองได้รับความสุขแม้เพียงเล็กน้อยก็ต้องการให้เพื่อนร่วมโลกได้ รับความสุขอย่างนั้นบ้าง จึงได้แผ่กระแสจิตอันเยือกเย็นและอ่อนโยนนั้นไปยังผู้อื่น
ผู้ได้รับเมตตาจิตนั้นแล้วก็จะพลอยมีจิตอ่อนโยน เยือกเย็น และได้พบกับความสุขทางใจไปด้วย ด้วยเหตุแห่งการแผ่เมตตาไปยังเพื่อนมนุษย์เช่นนี้จึงทำให้มนุษย์และสัตว์ อยู่กันด้วยความมีน้ำใจดีต่อกัน รักใคร่กันฉันพี่น้อง และหันหน้าเข้าหากันด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้อยู่กันด้วยความอบอุ่นไว้วางใจกัน ปราศจากความระแวกันและกัน เป็นเหตุให้ไม่เบียดเบียนกันแต่จะอุดหนุนเกื้อกูลกันและกันด้วยน้ำใสใจจริง
การแผ่เมตตา ท่านบอกว่า ให้ฝึกแผ่ให้ตนเองก่อน แล้วจึงแผ่ไป ยังคนใกล้ชิด ก่อนที่จะอุทิศบุญนั้นให้ตั้งสติ หายใจลึก ๆ ยาว ๆนึกถึงบุญกุศลที่เราได้ทำมาเท่าที่เราจำได้ว่าเราได้ทำความดีอะไรมาบ้าง และอธิษฐานจิตไว้ก่อน อธิษฐานจิตนั้นหมายความว่า ให้ตั้งสติสัมปชัญญะเมื่อสำรวมกาย วาจา ใจ ได้ตั้งมั่นแล้ว จึงแผ่เมตตาไว้ในใจสักครู่หนึ่ง มีเมตตาดีแล้ว ก็อุทิศส่วนกุศลให้แก่บิดามารดา ปู่ย่าตายายเทวดาประจำตัวและเจ้ากรรมนายเวรของเราเป็นต้น ว่าเราได้บำเพ็ญอุทิศกุศลให้แล้ว ได้กุศลแล้ว ขออโหสิกรรม จะรู้สึกปลื้มปีติตื้นตันขึ้นมา
ถ้าหากท่านมีสมาธินํ้าตาของท่านจะร่วง ขนพองสยองเกล้าเป็นปีติเบื้องต้น การแผ่เมตตานั้นต้องมีสมาธิก่อน มีพลังส่ง มีเมตตาในตัวเองก่อน แล้วค่อยแผ่อุทิศส่วนกุศลให้ผู้อื่นจะได้ผล ทำบ่อยๆวันละหลายๆครั้งจนสภาวะจิตชินเพื่อเป็นรากฐานบุญของตัวเอง และพร้อมที่จะส่งให้ผู้อื่นอยู่เสมอๆ!! ส่วนการกรวดน้ำ เน้นกรวดน้ำโดยใช้น้ำจริงๆ เพราะจะฝากพระแม่ธรณีให้เป็นทิพยานโดยตรง!!
ขอให้ตั้งใจทำและหมั่นทำเป็นประจำเพราะก่อนชีวิตจะรุ่งเรืองมารมันจะมาสกัดทุกรูปแบบ ที่จะให้เลิกทำแม้คุณ จะถูกกดดันด้วยเรื่องการเงินอย่างไรก็ขอให้อดทนอย่าท้อ ถ้าทำงานมีธุรกิจก็แผ่ให้ธุรกิจ บริวาร ลูกค้า ที่มาติดต่อ แผ่ไปเลยให้ครอบคลุมบริษัทเรา ให้เพื่อนร่วมงานด้วย ให้เจ้านาย ฯลฯ ทุกวันเป็นประจำ ถ้าแผ่เมตตาด้วยพลังงานจิตที่ดี ทำทุกอย่างที่เป็นบุญถึงจะทำให้ชีวิตรุ่งเรืองเร็ว...และถึงขอพรให้ตัวเอง

อหํ สุขิโต โหมิ นิทฺทุกฺโข อเวโร อพฺยาปชฺโฌ อนีโฆ สุขี อตฺตานํ ปริหรามิ ฯ
ขอข้าพเจ้าจงถึงความสุข ปราศจากความทุกข์ ไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มีความคับแค้นใจ
จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด ฯ
สพฺเพ สตฺตา สุขิตา โหนฺตุ นิทฺทุกฺขา อเวรา อพฺยาปชฺฌา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ ฯ
ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงถึงความสุข ปราศจากความทุกข์ ไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มี ความคับแค้นใจ จงมีความสุขการสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด ฯ
สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในพระบาลีอังคุตตรนิกายว่า ผู้แผ่เมตตาเป็นประจำ ย่อมได้รับ อานิสงส์ 11 ประการ ดังนี้
เพราะฉะนั้นผู้ประสงค์เป็นที่รักเป็นที่นับถือของผู้อื่น หรือหวังความสุขความสงบความเยือกเย็นแห่งจิตใจจึงควรได้แผ่เมตตากันดูเถิด สร้างเมตตาธรรมไว้ในใจดีกว่าจะมานั่งเดือดร้อนใจด้วยไฟโกรธไฟริษยาอาฆาต และดีกว่าจะมาเสียเวลาหานะหาเมตตามหานิยมนะหน้าทอง เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้แก่ตัวเอง เพราะวิธีปลูกต้นเมตตานี้ไม่ทำให้หนักตัวเพราะพกพาไปไม่ต้องกลัวหายและไม่ต้องกลัวถูกลักขโมย เพราะมีติดตัวติดใจประจำอยู่ตลอดเวลา