10 คำถามคาใจเกี่ยวกับเรื่องจัดไฟที่คุณอาจไม่รู้

10 คำถามคาใจเกี่ยวกับเรื่องจัดไฟที่คุณอาจไม่รู้

10 คำถามคาใจเกี่ยวกับเรื่องจัดไฟที่คุณอาจไม่รู้ เกี่ยวกับ แต่งบ้าน

S! Home

สนับสนุนเนื้อหา

          รวม 10 คำถามเกี่ยวกับเรื่องจัดไฟที่เมื่อรู้คำตอบแล้วจะทำให้คุณเข้าใจเทคนิคการเลือกใช้ไฟภายในบ้านได้ตรงใจมากขึ้น

1.ทำไมต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดแสงไฟ


          เหตุผลแรกเลยก็คือการจัดแสงไฟที่ถูกต้องมีผลต่อสุขภาพดวงตา ไฟที่มืดไปจะทำให้กล้ามเนื้อม่านตาทำงานหนัก แต่ถ้าสว่างไปก็จะมีผลต่อจอประสาทตา เหตุผลต่อมาคือเรื่องของการใช้งานที่เหมาะสม การจัดแสงไฟทำให้ใช้พื้นที่ในบ้านได้คุ้มค่า และอีกเหตุผลก็คือเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกที่จะช่วยเพิ่มความสุขในการใช้เวลาในบ้านได้ เพราะแสงไฟมีผลให้อารมณ์และความรู้สึกของเราเปลี่ยนไป และช่วยเสริมสร้างบรรยากาศภายในบ้านของคุณให้อบอุ่นน่าอยู่ยิ่งขึ้น

2.การจัดไฟทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไหม


          การออกแบบจัดแสงไฟที่เราต้องลงรายละเอียดกับการเลือกใช้ไฟในจุดต่างๆ นั้นเป็นขั้นตอนที่ดูเหมือนจะทำให้เรามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนั้น จริงๆ แล้วเป็นการป้องกันค่าใช้จ่ายที่อาจตามมาภายหลังได้ เพราะถ้าเราเลือกใช้ไฟให้เหมาะกับจุดประสงค์ของแต่ละห้องและความต้องการของเราแต่แรกแล้ว โอกาสที่จะต้องปรับเปลี่ยนหลอดไฟหรือติดตั้งเพิ่มเติมในภายหลังก็จะลดลง ทำให้เราใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ด้วยการจ่ายเงินเพียงครั้งเดียว นอกจากนั้นยังประหยัดค่าไฟด้วย


          การจัดแสงไฟภายในบ้านจะช่วยให้บ้านของคุณใช้ไฟที่ถูกต้องตามการใช้งาน และเพื่อการใช้งานในระยะยาว ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ และช่วยคุณในการประหยัดไฟในระยะยาว เพื่อให้ได้แสงสว่างตรงตามความต้องการและช่วยคุณประหยัดไฟเพิ่มอีกด้วย

3.ควรมีงบประมาณแค่ไหนในการจัดแสงไฟภายในบ้าน

          คำถามนี้ตอบยากอยู่สักหน่อยเนื่องจากงบประมาณของแต่ละคนไม่เท่ากัน ทั้งยังขึ้นอยู่กับขนาดของบ้านและจำนวนห้องด้วย แม้จะมีงบแค่ไม่กี่พันบาทก็สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับไอเดียและการเลือกผลิตภัณฑ์ แต่เรื่องที่น่าสนใจและควรรู้ไว้อย่างหนึ่งก็คือการจัดแสงไฟในบ้านใหม่มักจะใช้งบประมาณน้อยกว่าการแก้ไขไฟในบ้านที่อยู่อาศัยมาแล้ว ดังนั้น การออกแบบแสงไฟแต่แรกจะช่วยให้ควบคุมงบประมาณเรื่องนี้ได้มากกว่า

4.หน้าที่ออกแบบแสงไฟเป็นของใคร


          ตามอาชีพแล้ว คนที่จะทำหน้าที่นี้ได้สมบูรณ์ที่สุดก็คือนักออกแบบแสงไฟ หรือที่เรียกว่า lighting designer นั่นเอง เพราะนักออกแบบประเภทนี้จะมีความรู้ความเข้าใจในไฟประเภทต่างๆ ที่เข้ากับการใช้งานในแต่ละส่วนของบ้าน รวมถึงเรื่องความสวยงามด้วย แต่หากเจ้าของบ้านเองมีความรู้ความเข้าใจว่า การเลือกแสงไฟไม่ได้มีผลแต่เฉพาะการใช้งาน แต่ยังมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกด้วย มาบวกกับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านแสงไฟที่ช่วยให้คำแนะนำปรึกษาด้านแสงสว่างจากแบรนด์หลอดไฟที่น่าเชื่อถือ ก็จะสามารถเลือกไฟที่เหมาะกับบ้านตัวเองได้เช่นกัน

5.เป็นไปได้ไหมถ้าชอบจัดปาร์ตี้บ่อยๆ แต่ก็อยากได้ห้องนั่งเล่นที่ดูอบอุ่นในเวลาธรรมดา


          สองอย่างนี้อาจจะฟังดูขัดแย้งกัน แต่ก็เป็นไปได้ด้วยการจัดแสงไฟ เพราะเราสามารถเลือก ambient light หรือไฟที่ให้แสงสว่างเป็นหลักในห้อง เป็นไฟที่เราใช้ตามปกติทุกวันซึ่งเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานมาก่อนเรื่องของความสวยงาม ให้ออกโทนอบอุ่นหรือโทนขาว เพื่อบรรยากาศที่ต้องการทำกิจกรรมในห้อง เพียงเปลี่ยนหลอดไฟที่มี 2 โทนสีและเพิ่มไฟประดับตกแต่งที่เรียกว่า decorative light ในห้องเดียวกันให้มีลูกเล่นที่เหมาะกับการจัดปาร์ตี้ที่ต้องการสีสันและความคึกคัก ซึ่งสามารถเลือกได้ทั้งการซ่อนหลอดไฟไว้ตามหลืบฝ้าเพดานหรือผนัง หรือเลือกใช้โคมไฟเปลี่ยนสีสันต่างๆ ที่ตัดกับโทนปกติของห้อง อย่างเช่น ใช้ไฟ Strip Light LED RGB ที่ให้คุณสนุกในยามที่คุณจัดปาร์ตี้ หรือเลือกใช้โคมไฟส่องกำแพงย้อมสีของกำแพง เพื่อให้บรรยากาศดูครื้นเครงยิ่งขึ้น

6.ถ้าจะรีโนเวทบ้าน ต้องเปลี่ยนไฟด้วยไหม


          คำถามนี้ขึ้นอยู่กับว่าการรีโนเวทนั้นจะเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานของแต่ละห้องหรือเปล่า ถ้าเปลี่ยน ความสว่างของหลอดไฟที่เลือกมาใช้ก็ควรจะต้องเปลี่ยนไปด้วย และในกรณีที่การใช้งานยังเหมือนเดิมก็ต้องดูต่อว่า โทนสีหลักภายในห้อง อย่างเช่นผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ เปลี่ยนไปด้วยหรือไม่ ถ้าเปลี่ยน ก็ควรจะปรับไฟที่ใช้ด้วย เพื่อให้ห้องที่รีโนเวทใหม่ออกมาตรงกับอารมณ์ความรู้สึกที่ต้องการ

7.จะรู้ได้อย่างไรว่าไฟแบบไหนที่มืดเกินไปและไฟแบบไหนที่สว่างเกินไป


          แสงสว่างที่ควรใช้ปกติจะอยู่มีค่าความสว่างอยู่ที่ 500 ลักซ์ ซึ่งสามารถวัดได้จากเครื่องลักซ์มิเตอร์ หรือสังเกตง่ายๆ ด้วยตัวเอง เพราะเวลาเราอยู่ในห้องที่ไฟมืดเกินไป กล้ามเนื้อตาเราจะทำงานหนักขึ้นโดยอัตโนมัติ ลักษณะการใช้สายตาจะใกล้เคียงกับการเล่นโทรศัพท์มือถือเวลาปิดไฟที่เมื่อเล่นไปไม่นาน เราจะรู้สึกถึงอาการเมื่อยตา แต่ถ้าเจอกับไฟที่สว่างเกินไป เราจะรู้สึกแสบตาจากความจ้าของแสงไฟ เราควรเลือกใช้แสงในระดับความสว่างที่เมื่อเราใช้สายตาแล้วไม่รู้สึกถึงการปวดตา แสบตา แต่รู้สึกถึงความสบายตาสำหรับห้องของเรา

8.ควรเริ่มวางแผนเรื่องแสงไฟในขั้นตอนไหนของการสร้างบ้านใหม่


          ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านใหม่หรือการรีโนเวทบ้านเดิมครั้งใหญ่ เราไม่ควรรอจนออกแบบทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงค่อยมาดูเรื่องนี้ แต่ควรเริ่มลงรายละเอียดหลังจากที่สรุปฟังก์ชันและโทนหลักของห้องได้ เพราะการจัดไฟสัมพันธ์กับการวางระบบไฟและสวิตช์ตามจุดต่างๆ ด้วย ถ้าวางแผนได้ดีตั้งแต่แรกก็จะดีกว่าการเพิ่มหรือแก้ในภายหลัง
หากเป็นการรีโนเวทบ้านเดิมและไม่สามารถแก้ไขการวางระบบไฟและสวิตช์ตามจุดต่างๆ ได้ อาจเลือกมองการจัดแสงไฟตามจุดที่ต้องการจะเน้น หรือสร้างมุมสวยให้แก่ห้อง โดยการเลือกโคมไฟประดับทดแทนโคมดั้งเดิม หรือเพิ่มเติมโคมไฟตั้งพื้น จนถึงการเลือกหลอดไฟที่มีความถูกต้องของแสงที่ระดับ 80 ขึ้นไป เพื่อให้สีสันบรรยากาศของห้องดูสดใสมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น วิธีนี้จะช่วยคุณปรับแผนเรื่องแสงไฟให้แก่บ้านของคุณได้อีกด้วย

9.หลอดไฟแบบ LED ช่วยในเรื่องการออกแบบแสงไฟภายในบ้านได้อย่างไรบ้าง


          ปัจจุบันมีการพัฒนาและผลิตหลอดไฟแบบ LED ออกมาหลายโทนสีและหลายรูปแบบ ไม่ได้จำกัดเฉพาะการใช้งานนอกอาคารหรือใช้กับอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์เท่านั้นเหมือนอย่างในอดีต ความหลากหลายของหลอดไฟแบบนี้ทำให้ไฟ LED เป็นลูกเล่นให้การเพิ่มสีสันให้กับความเรียบง่ายในการออกแบบได้ แม้กระทั่งในบริเวณที่นึกไม่ถึงอย่างบริเวณราวแขวนเสื้อในห้องแต่งตัวแบบวอล์คอินก็สามารถทำให้ดูสวยและมีมิติมากยิ่งขึ้นได้ด้วยการซ่อนไฟชนิดนี้ไว้เหนือราว หรือในช่องว่างระหว่างพื้นและตู้เก็บของในห้องครัวหรือห้องนั่งเล่นที่เมื่อใช้ไฟ LED แบบมีสีสัน ก็จะย้อมสีห้องให้เป็นอีกอารมณ์หนึ่งได้

10.อายุของคนในบ้านมีผลต่อการจัดไฟด้วยหรือไม่


          คำถามนี้ตอบได้ทันทีว่า มีผล ซึ่งต้องลงรายละเอียดอีกทีว่า นอกจากห้องส่วนตัวที่ต้องจัดไฟให้เหมาะกับแต่ละคนแล้ว ในเรื่องของพื้นที่ส่วนกลางก็ต้องดูว่าใครจะใช้ห้องไหนมากกว่ากันภายในบ้าน อย่างเช่นห้องนั่งเล่นที่มีคุณตาคุณยายใช้เป็นประจำบ่อยกว่าหลานๆ วัยกำลังซน ก็อาจจะต้องเลือกแสงไฟที่คำนึงถึงการใช้งานของคุณตาคุณยายเป็นหลัก และแสงสว่างควรมีความสว่างเพียงพอเพื่อป้องกันสายตาพร่ามัว และป้องกันอุบัติเหตุหกล้มที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย เป็นต้น

 

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Philips Lighting Thailand
ติดตามเทคนิคการเลือกหลอดไฟที่ชอบ แสงไฟที่ใช่ เพิ่มเติมที่เว็บไซต์ Philips


ภาพประกอบจาก www.istockphoto.com

 

[ขอบคุณสำหรับข้อมูลจากฟิลิปส์]

เรื่องล่าสุดของหมวด แต่งบ้าน

ดูหมวด แต่งบ้าน ทั้งหมด