ทำไมบอนสี "Colocasia Psylocke" จึงราคาพุ่งได้ถึง 20 ล้านบาท

ทำไมบอนสี  "Colocasia Psylocke" จึงราคาพุ่งได้ถึง 20 ล้านบาท

จากกระแสฮือฮาในโลกโซเชียลเกี่ยวกับราคาของบอนสีโคโลคาเซีย หรือ Colocasia Psylocke ไม้ลูกผสมฝีมือคนไทยราคาพุ่งไปถึง 20 ล้านบาท ซึ่งเจ้าโคโลคาเซีย ไซล็อกต้นที่ว่านี้อยู่ในสวนมีพิษ-ณุโลกของคุณปู-เพ็ชรบัว ยอดไพบูลย์ เจ้าของ หลายคนอาจสงสัยว่าเพราะอะไรต้นไม้ต้นนี้จึงมีราคาพุ่งไปถึง 20 ล้านบาทซึ่งเรามีโอกาสได้คุยกับคุณปูถึง Colocasia Psylocke ราคาเทียบเท่าบ้านเดี่ยวต้นนี้

คุณวุฒิ ศรีเจริญ เจ้าของสวนบ้านลุงหมี

สำหรับเจ้า Colocasia Psylocke ต้นแม่ต้นที่ว่านี้เป็นรุ่นที่ 3 แล้ว โดยมีผู้ผสมสายพันธุ์เป็นนายวุฒิ ศรีเจริญ เจ้าของสวนบ้านลุงหมี ชลบุรี ซึ่งเป็นการผสมสายพันธุ์ระหว่างตัวผู้คือ Black Coral (แบล็คโครอล) และตัวเมีย White Lava (ไวท์ลาวา ) ซึ่งมีลักษณะใบสีม่วงอมดำมันเงา ตัดกับสีชมพูแดงตรงส่วนกลาง และกระดูกของใบ ซึ่งมีความสวยงามมาก ประทับใจผู้ที่พบเห็นทุกคน 

นอกจากนั้นกว่าจะได้ Colocasia Psylocke ที่สวยเด่นแบบนี้ ในหนึ่งฟัก 100 เมล็ด อาจจะได้หรือไม่ได้เมล็ดที่สามารถนำมาขยายพันธุ์ต่อเป็นต้นลูกที่เหมือนต้นแม่เลยก็ได้ เพราะมีหลายสวนที่ผสมสายพันธุ์เช่นนี้
แต่ก็จะได้ลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นราคาจึงเกิดจากความยากตั้งแต่การเริ่มต้นผสมเกสรที่จะต้องทำให้ดอก 2 ต้นบานพร้อมกัน และนำมาผสมกัน ซึ่งต้องลุ้นว่าผลที่ได้ออกมาจะได้ต้นแบบไหน และอาจไม่ได้เหมือนกับที่จินตนาการอย่างที่อยากได้ไว้ ซึ่งใช้เวลานานถึง 6-10 เดือน

จากนั้นก็ต้องมาเพาะเลี้ยงอย่างน้อย 3 - 4  รุ่นเพื่อดูว่าลักษณะฟอร์มของต้นนิ่งหรือยัง มีการเปลี่ยนแปลง ให้สีเหมือนต้นแม่หรือไม่ จึงจะเริ่มมีการซื้อขายได้

อย่างไรก็ตามถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างราคา 20 ล้านบาทนี้คุณปูเป็นผู้กำหนดเนื่องจากต้นที่มีอยู่มีหน่ออีก 7 หน่อ ที่จะสามารถนำไปตั้งแม่ต่อได้เลย หลังจากใช้เวลา 3 - 4 เดือนก็สามารถตั้งแม่ได้เลยทั้ง 7 แม่ คำนวณขั้นต่ำ แม่ละ 3 หน่อ ขายหน่อละ 1 ล้านบาท ก็สามารถคืนทุน 20 ล้านบาทได้แล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว 1 ต้นแม่จะให้หน่อประมาณ 20 กว่าหน่อ ดังนั้นการลงทุนระยะสั้นในช่วง 3-4 เดือน และได้เงินทุนคืนพร้อมกำไร จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เฉพาะต้นราคา 20 ล้าน ใน 1 ปี จะสามารถขายได้ประมาณ 100 หน่อ

Black Coral (ซ้าย) White Lava (ขวา)

ส่วนสาเหตุที่เลือก ผสมเกษร ตัวผู้คือ Black Coral และตัวเมีย White Lava ก็เนื่องมาจากมีจินตนาการมาจากไวท์ลาวา มีสีขาวอยู่ตรงกลางที่อาจจะกระจายได้ เป็นสีสว่าง จึงหลักการการระบายสี คิดว่าจะนำเอาสีของแบล็คโครอล มาใส่ และคาดหวังว่าจะมีสีดำมาใส่ ซึ่งบางต้นไม่ขึ้นสีเลย  ดังนั้นต้นแม่ที่ได้จึงเกิดจากความบังเอิญหรือดวงล้วนๆ ล่าสุดได้จัดส่งขายหน่อไปแล้ว 6-7 หน่อ และยังเหลือที่ไม่ได้ส่งอีกบางส่วน ตอนนี้มีคิวจัดส่งหน่อ 18 คิวแล้ว ส่วนต้นแม่ ตอนนี้มีชาวเวียดนามติดต่อเข้ามาขอซื้อแล้ว แต่ต่อรองราคาอยู่ที่ 15 ล้านบาท ตนเองตัดสินใจแล้วยังไม่ขาย เพราะอยากส่งมอบให้กับลูกค้าในประเทศไทยให้ครบเสียก่อน  

ส่วนการดูแลโคโลคาเซีย ไซล็อกนั้นเป็นพืชที่เลี้ยงไม่ยาก และไม่ง่าย ใช้วัสดุปลูกโปร่งเพื่อให้รากเดินดี รดน้ำวันละ 1-2 รอบ และบางคนจะเอากะละมังมาแช่น้ำเพื่อให้ชื้น ชุ่ม แสงประมาณ 80 -100 เปอร์เซ็นต์  เช่นจุดที่ตั้ง ต้นจะรับแสง 7 โมงเช้าถึงเที่ยง สำหรับมือใหม่ ที่ต้องการมาลงทุน หากมั่นใจในตลาดและมั่นใจในสินค้า เชื่อว่าวงการ ไม้สะสม ไม้ด่าง จะยังอยู่ได้อีกยาวนาน

ส่วนเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้กับต้นไม้ราคาสูง นายเพ็ชรบัว ยอดไพบูลย์ เชื่อว่าสิ่งที่ดีที่สุด คือต้องป้องกันตนเอง เพราะจากการสังเกตกับคนที่ต้นไม้หาย จะเกิดเหตุช่วง ตี 2 ตี 3 ช่วงที่นอนหลับ หลายสวนจึงมีรั้ว กล้องวงจรปิด และแสงสว่าง เลี้ยงสุนัข หรือแม้แต่ใช้อาวุธ ก็ยังไม่สามารถป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการทำกรง ประตูที่ล็อคได้ สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กสวนมีพิษ-ณุโลก หรือ Phetbua Pitlok และโทรศัพท์ 0950533641