หนุ่มวัย 29 หันหลังจากงานประจำ ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์สร้างรายได้เดือนละ 5 หมื่น

หนุ่มวัย 29 หันหลังจากงานประจำ ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์สร้างรายได้เดือนละ 5 หมื่น
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

หนุ่มวัย 41 ปี อดีตพนักงานประจำมูลนิธิชัยพัฒนาจังหวัดพิษณุโลก ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลแม่สุข  อำเภอแม่ใจ  จังหวัดพะเยา หันหลังให้กับการทำงานประจำ ปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ ซึ่งเป็นผักสลัดกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค อื่นๆ รวมทั้งผักคื่นช่าย ขายสร้างรายได้งาม โดยผลผลิตส่งขายร้านโมเดลเทรดของห้าง และพ่อค้าแม่ค้า ผู้รักสุขภาพเดินทางมาหาซื้อต่อเนื่อง จนสามารถสร้างรายได้ให้ต่อเดือนมากกว่า 5 หมื่นบาท

นายชินวัตร ตราไคร้ เกษตรกรหนุ่มวัย 29 ปี ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลแม่สุก อำเภอแม่ใจ  จังหวัดพะเยานำผู้สื่อข่าวเข้าดูแปลงปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ ที่เขาปลูกไว้ทั้งผักสลัด กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค และอีกกว่า 4 ชนิด รวมทั้งผักคื่นช่าย ในพื้นที่ประมาณ 3 งาน หลังเขาหันหลังให้กับการทำงานประจำ เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา โดยการหันมาทำการปลูกผักสลัดหลากหลาย ทั้งกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค บัตเตอร์เฮด ครอส  เรดโครอล ฟิลเร่ย์ ผักคื่นช่าย โดยระบบให้ไฮโดรโปรนิกส์ ที่ใช้ระบบน้ำวนเข้าทำการบริหารจัดการ จน สามารถทำให้ผักสลัดที่ปลูกไว้โตได้อย่างรวดเร็วและสวยงาม รวมทั้งเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งในแต่ละวันก็จะสามารถผลัดเปลี่ยนเก็บผลผลิตได้ทุกวัน จนสามารถสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดี

โดยนายชินวัตร ตราไคร้ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้เรียนภาควิชาการเกษตรและจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จากนั้นก็เข้าไปทำงานกับมูลนิธิชัยพัฒนา ที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นการเพาะพันธุ์ข้าวพิษณุโลก 2 และออกช่วยเหลือประชาชนต่อมาได้ลาออกจากงานประจำและมาทำการเกษตรที่บ้านตนเองตนเอง โดยการปลูกพืชผักที่ใช้ระบบการใช้ดินแบบทั่วไป ได้ประมาณ 7-8 เดือน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จึงได้กลับเข้าไปทำงานประจำอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ทำการปลูกพืชผักแบบไฮโดรโปรนิกส์ เป็นอาชีพเสริม และพบว่าประสบผลสำเร็จ ผลผลิตสามารถจำหน่ายได้เป็นอย่างดี จึงตัดสินใจออกจากงานประจำอีกครั้งหนึ่งและหันมาการปลูกผักแบบไฮโดรโปรนิกส์ อย่างจริงจัง จนสามารถจำหน่ายได้เป็นอย่างดี โดยผลผลิตตนเอง 90 เปอร์เซ็นต์ได้ นำส่งจำหน่ายให้กับร้านโมเดลเทรด ของห้างสรรพสินค้าแมคโครและท็อปพลาซ่า ส่วนที่เหลือ 10 เปอร์เซ็นต์ก็จะมีพ่อค้าแม่ค้า รวมทั้งผู้รักสุขภาพเดินทางมารับซื้อ ซึ่งผลผลิตที่ออกจำหน่าย โดยเฉลี่ยต่อ 1 สัปดาห์ ผักสลัดก็จะอยู่ที 150-200 กิโลกรัม ผักคื่นช่ายอยู่ที่สัปดาห์ละ 50 กิโลกรัม ซึ่งหน่ายปลีกในราคากิโลกรัมละ 80 บาท ขายส่งอยู่ที่ 70 บาท ส่วนผักคื่นช่ายราคาขึ้นลงจะอยู่ที่ตลาด ซึ่งถือว่าสามารถสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดียิ่งโดยวิธีการปลูกนั้นตนเองจะใช้ระบบน้ำวน เพื่อให้ผักของตนเองนั้นโตอย่างรวดเร็ว กว่าการใช้ระบบอย่างอื่น ในส่วนของการดูแลรักษานั้นตนเองก็จะใช้ระบบชีวภาพทั้งหมดเข้ามาทำการผลิตผักไฮโดรโปรนิกส์ของตนเอง