วิธีซ่อมแอร์ด้วยตัวเอง ประหยัดงบได้ ไม่ต้องเรียกช่าง

วิธีซ่อมแอร์ด้วยตัวเอง ประหยัดงบได้ ไม่ต้องเรียกช่าง
DDproperty

สนับสนุนเนื้อหา

เครื่องปรับอากาศ หรือที่เราเรียกกันว่า "แอร์" ถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่แทบจะขาดไปไม่ได้เลย โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นจนเหมือนมีแต่ฤดูร้อนตลอดทั้งปี อีกทั้งแอร์ในปัจจุบัน ยังมีคุณสมบัติป้องกันฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคทางเดินหายใจ ทำให้แอร์ยิ่งมีความสำคัญและมีการใช้งานที่บ่อยและนานขึ้น นอกจากจะทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นสาเหตุให้แอร์เสียอีกด้วย ดังนั้นบทความนี้จะขอแนะนำเกี่ยวกับสาเหตุที่แอร์เสีย วิธีการดูแลรักษาแอร์ และวิธีซ่อมแอร์ด้วยตัวเองเบื้องต้น

ปัญหาแอร์เสียที่มักพบเจอบ่อย ๆ

1. เปิดแอร์แล้วไม่เย็น มีแต่ลม 

ปัญหาแอร์ไม่เย็นน่าจะเป็นปัญหาระดับเบสิกที่พบเจอกันเกือบทุกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแอร์เก่าหรือแอร์ใหม่ก็ตาม สาเหตุที่แอร์ไม่เย็นและมีแต่ลมอาจเกิดได้จากปัจจัยหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็น การติดตั้งที่ไม่ถูกวิธี, น้ำยาแอร์รั่วซึม หรือมีฝุ่นเกาะหนาแน่น เป็นต้น

2. แอร์มีน้ำหยดตลอดเวลา 

อีกหนึ่งปัญหาที่เจอทีไรทั้งกวนใจและหงุดหงิดใจ คือปัญหาน้ำแอร์หยด สาเหตุของน้ำแอร์หยดนั้นก็เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น แอร์สกปรก, ท่อน้ำทิ้งตันจนไม่สามารถระบายน้ำออกได้, องศาการเอียงของแอร์ถูกติดตั้งไว้ไม่ถูกต้อง, รวมไปถึงการเกิดน้ำแข็งจับที่แผงฟินคอยล์ เป็นต้น

3. แอร์ตัดระบบทำงานบ่อย 

ปัญหานี้อาจไม่ค่อยได้สังเกตกันมากนัก แต่การที่แอร์ตัดระบบทำงานบ่อยและเร็วกว่าที่ควรจะเป็น มีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การเลือกขนาด BTU ที่ไม่เหมาะสมกับขนาดของห้อง, อุปกรณ์เซ็นเซอร์ทำงานผิดเพี้ยน หรือคอมเพรสเซอร์แอร์มีอุณหภูมิที่ร้อนจนเกินไปนั่นเอง

วิธีดูแลรักษา ยืดอายุการใช้งานของแอร์

หากเราไม่อยากเจอปัญหาแอร์เสียจนต้องซ่อมแอร์บ่อย ๆ การป้องกันด้วยการดูแลรักษาแอร์อย่างสม่ำเสมอน่าจะเป็นวิธีที่ดีและประหยัดงบประมาณมากที่สุด นอกจากจะไม่ต้องเสียเงินค่าซ่อมแอร์ ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ได้อีกด้วย

1. หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองและไส้กรอง 

สาเหตุหลักที่ทำให้แอร์เกิดปัญหาแอร์ไม่เย็น มีน้ำหยด คือปัญหาที่มีฝุ่นละอองสะสมในแผ่นกรองอากาศมากเดินไป โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ใกล้กับถนน ดังนั้นควรถอดไส้กรองมาทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

2. ล้างอัดฉีดแอร์ 

การล้างอัดฉีดแอร์เป็นการทำความสะอาดอุปกรณ์ภายในอย่าง คอยล์ร้อนและคอยล์เย็น ซึ่งมีประสิทธิภาพในการทำงานของแอร์ โดยหากแอร์ผ่านการใช้งานมาแล้วประมาณ 4-6 เดือน ควรเรียกช่างซ่อมแอร์มาล้างอัดฉีด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยืดอายุการใช้งานให้กับแอร์

3. หมั่นเช็กระดับน้ำยาแอร์ 

น้ำยาแอร์คือองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยทำความเย็น โดยเมื่อแอร์ผ่านการใช้งานไปได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว น้ำยาแอร์จะน้อยลงหรือหมดไป จึงควรหมั่นเช็กระดับน้ำยาแอร์ประมาณ 4-6 เดือนต่อครั้ง โดยสามารถให้ช่างซ่อมแอร์ช่วยเช็กให้หลังจากการล้างอัดฉีดแอร์ก็ได้

รวมวิธีซ่อมแอร์ด้วยตัวเอง ไม่ต้องง้อช่าง

สำหรับบางสาเหตุที่ทำให้แอร์ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ เช่น ปัญหาแอร์ไม่เย็น แอร์มีน้ำหยด หรือแอร์ส่งกลิ่นเหม็นอับ สามารถซ่อมแอร์ได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องใช้บริการช่างซ่อมแอร์ วิธีการซ่อมแอร์เพื่อยืดอายุการใช้งานของแอร์ไปได้นาน ๆ ได้แก่

1. การทำความสะอาดแผงกรองฝุ่น

แผ่นกรองฝุ่นหรือฟิลเตอร์ที่มีฝุ่นอุดตัน อาจเป็นสาเหตุให้แอร์ไม่เย็น แอร์น้ำหยด หรือแอร์ส่งกลิ่นเหม็น โดยวิธีการซ่อมแอร์คือ การถอดนำแผ่นกรองฝุ่นออกมาแล้วใช้น้ำแรง ๆ ฉีดที่บริเวณด้านหลังของฟิลเตอร์ด้านที่ไม่ได้รับฝุ่น หรือใช้แปรงขัดที่มีขนนุ่มช่วยทำความสะอาด เท่านี้ก็สามารถกำจัดฝุ่นที่เกาะบริเวณแผ่นกรองฝุ่นได้ โดยควรทำความสะอาดอย่างร้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง

2. ทำความสะอาดแผงขดท่อคอยล์เย็น

ท่อคอยล์เย็นเป็นอุปกรณ์ที่สร้างความเย็นให้กับแอร์ โดยจะอยู่ภายใต้หน้ากากรับลมของแอร์ เมื่อแอร์ผ่านการใช้งานมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ฝุ่นขนาดเล็กจะสามารถผ่านแผ่นกรองเข้ามาเกาะที่ท่อคอยล์เย็นได้ จึงควรล้างทำความสะอาดท่อคอยล์เย็น

โดยมีวิธีซ่อมแอร์คือ ใช้แปรงที่มีขนอ่อนนุ่มในการปัดฝุ่นบริเวณแผงขดท่อคอยล์เย็นออก แล้วใช้น้ำฉีดราดเพื่อชะล้างฝุ่นให้หมดไป ในกรณีที่มีฝุ่นเกาะหนามาก ต้องใช้น้ำยาเคมีสำหรับแอร์ช่วยในการทำความสะอาด

3. การทำความสะอาดถาดรับน้ำทิ้งและท่อน้ำทิ้ง

ถาดรับน้ำทิ้งและท่อน้ำทิ้ง เป็นอุปกรณ์ที่รองรับน้ำที่เกิดจากการทำงานของแอร์ โดยหากไม่ได้ทำความสะอาดเป็นระยะเวลานาน เมื่อรวมกับฝุ่นละอองต่าง ๆ จะทำให้เกิดเมือกขาวใสคล้ายวุ้น และเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค วิธีการซ่อมแอร์คือทำความสะอาดถาดรับน้ำทิ้งโดยการถอดออก เพื่อนำมาขัดโดยใช้แปรงขนนุ่ม และฉีดล้างทำความสะอาด ควรทำพร้อม ๆ กับการล้างแผงขดท่อคอยล์เย็น

แน่นอนว่าการซ่อมแอร์นั้น สามารถทำได้ด้วยตัวเอง มีวิธีการไม่ยุ่งยากและทำได้โดยใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ภายในบ้าน แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ในกรณีที่สาเหตุของแอร์เสียมีความซับซ้อน การซ่อมแอร์จึงควรปรึกษากับช่างซ่อมแอร์ที่มีความชำนาญจะดีกว่า