“WeWork” สปริง ทาวเวอร์ พื้นที่ทำงานเวิร์กๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนอยู่บ้าน

“WeWork” สปริง ทาวเวอร์ พื้นที่ทำงานเวิร์กๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนอยู่บ้าน

อย่างที่ทราบกันว่า WeWork เป็นผู้นำระดับโลกด้านการให้บริการพื้นที่เพื่อตอบโจทย์บริษัททุกขนาดที่ต้องการพื้นที่ทำงาน ความเป็นคอมมูนิตี้ พร้อมบริการหลากหลายครบครัน เพื่อตอบรับการปรับไซส์ธุรกิจ สำหรับทั่วโลกนั้นมี WeWork รวม 843 แห่ง ส่วนในประเทศไทยมี 4 สาขาและสาขาสปริง ทาวเวอร์บริเวณแยกราชเทวีเป็นหนึ่งในนั้น

โดยปกติยังไม่เคยมีโอกาสใช้บริการ WeWork ในสาขาต่างๆ แต่พอทราบมาบ้างว่าการตกแต่งในแต่ละสาขานั้นแตกต่างกันขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งในย่านนั้นๆ ซึ่งแวบแรกที่เห็น WeWork ที่สาขาสปริง ทาวเวอร์คือถูกใจกับแสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องสะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ของตัวอาคารเข้ามาภายในพื้นที่บริเวณส่วนกลาง เพราะน้อยครั้งมากที่จะได้เห็นแสงเช้าเข้ามาในตัวอาคาร เพราะถ้าไปทำงานในสำนักงานทั่วไป เมื่อเข้าไปภายในตัวตึกแล้วแทบจะแยกเวลาเช้า กลางวัน เย็นไม่ออก กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ถึงเวลากลับบ้านแล้ว

แต่เนื่องจาก WeWork สาขานี้ต้องการตกแต่งพื้นที่ให้มีลักษณะใกล้เคียงกับ “บ้าน” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากทำเลที่ตั้งของอาคารซึ่งเป็นทั้งย่านที่พักอาศัย และอุตสาหกรรม รูปแบบบ้านทรงไทยจึงเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการตกแต่งพื้นที่ส่วนกลาง เพราะทั่งโซฟาผ้า เฟอร์นิเจอร์หวาย และไม้ตัดกับพื้นคอนกรีต และเพดานเปิดโล่งสะท้อนความเป็นแหล่งธุรกิจของย่านพญาไท อีกทั้งดีไซน์ไฟบริเวณล็อบบี้ต้อนรับด้านหน้ายังออกแบบเป็นรูปเรือสำเภาอีกด้วย

สำหรับการให้บริการพื้นที่ของ WeWork นั้นพร้อมตั้งแต่การรองรับผู้ใช้บริการตั้งแต่ 1 คนไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่ที่มีจำนวนพนักงานถึง 3 พันคน นอกจากความพร้อมในเรื่องพื้นที่แล้ว การตกแต่งในแต่ละสาขายังมุ่งเน้นไปที่การทำให้รู้สึกผ่อนคลาย การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เพื่อการทำงาน

อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนับจากนี้เป็นต้นไปนั่นคือการให้ความสำคัญกับเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีการกำหนดสัญลักษณ์เพื่อสุขภาพและอนามัยตามจุดต่างๆ ทั่วทุกพื้นที่ หรือแม้กระทั่งบริเวณจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้งก็จะเพิ่มการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคให้มากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งสิ่งที่ WeWork โดดเด่นมากเมื่อเทียบว่าหากคุณมีบริษัทซึ่งอาจจะมีจำนวนพนักงานประมาณหนึ่งและกำลังคิดเปรียบเทียบกับการเช่าพื้นที่ในอาคารสำนักงานทั่วไป กับการเป็นเมมเบอร์ของ WeWork ก็คือความยืดหยุ่นในเรื่องของการทำสัญญาเช่าพื้นที่ รวมไปถึงการไม่ต้องเสียเวลาในส่วนของการออกแบบ ดีไซน์พื้นที่ทำงานใหม่ ซึ่งเจ้าของกิจการอาจต้องการใช้เวลาไปกับการจัดการสิ่งต่างๆ ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันมากกว่า นอกจากนั้นไม่ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนไซส์ธุรกิจในระหว่างทาง ก็สามารถเข้ามาพูดคุย ขอคำแนะนำในเรื่องของพื้นที่เพื่อการทำงานได้ตลอดเวลา

จากประสบการณ์ของผู้ที่เลือก WeWork สปริง ทาวเวอร์ ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทของคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีทั้งผู้ที่ปรับไซส์ขนาดธุรกิจเพราะประสบปัญหาโควิด-19 รวมไปถึงกลุ่มสตาร์ท อัพที่เพิ่งเริ่มสร้างบริษัท ต่างก็เทใจให้กับการให้คำแนะนำของ WeWork รวมไปถึงสิ่งที่ได้รับจากการเข้ามาใช้บริการพื้นที่ทำงานแห่งนี้ เพราะเหมือนกับเป็นสถานที่ที่สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี ทำให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างดี ทำงานได้มากขึ้นกว่าในช่วงทำงานอยู่ที่บ้าน

รวมทั้งด้วยความสวยงามของการตกแต่งสถานที่ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัทต่างๆ ที่จะสามารถดึงดูดให้หลายๆ คนอยากเข้ามาทำงานที่นี่ เนื่องจากที่ทำงานสวย น่านั่งทำงานแถมยังมีบริการส่วนกลางที่คอยอำนวยความสะดวกให้เพียบพร้อมทั้งในส่วนของการทำงานอย่างห้องประชุมหลากหลายไซส์ ห้องเทรนนิ่ง ห้องคุยโทรศัพท์ ห้องสำหรับออกกำลังกาย ห้องให้นมบุตรสำหรับคุณแม่ป้ายแดง หรือแม้กระทั่งห้องทำงานส่วนใหญ่จะอยู่ในด้านที่สามารถมองออกไปเห็นวิวกรุงเทพฯ ด้านนอก สัมผัสได้ถึงแสงธรรมชาติซึ่งหาได้ยากจากอาคารต่างๆ

สำหรับส่วนบริการบริเวณพื้นที่ส่วนกลางนั้นก็มีทั้งโซนเครื่องดื่มชา กาแฟ น้ำเปล่า แอลกอฮอล์ในช่วงตั้งแต่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป (บริการเฉพาะสมาชิก WeWork) รวมทั้งยังมีน้ำแข็ง ตู้เย็นสำหรับเก็บอาหาร เครื่องดื่ม มีแม่บ้านให้บริการทำความสะอาดแก้วน้ำที่ใช้แล้ว โซนนั่งพักผ่อน เล่นเกม หรือจะเข้าไปนั่งคุยโทรศัพท์แบบเป็นส่วนตัวในโฟนบูทที่ดีไซน์ไว้อย่างสวยงาม

WeWork สปริง ทาวเวอร์มีส่วนล็อบบี้อยู่ที่ชั้น 11 การเดินทางไม่ยากเพราะสามารถใช้บริการรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวี (ทางออก 3) และเดินขึ้นไปทาง BTS พญาไทเพียง 200 เมตรจะเห็นอาคารสปริง ทาวเวอร์อยู่ทางด้านซ้ายมือ บริเวณแยกไฟแดง