รัก(ษ์) โลกได้ทุกวันด้วยหลอดกระดาษ

รัก(ษ์) โลกได้ทุกวันด้วยหลอดกระดาษ

หลายปีมานี้เทรนด์รักษ์โลกมาแรง จุดกระแสให้หลอดกระดาษเป็นที่สนใจ ทำให้ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร คาเฟ่ ตลอดจนโรงแรมทยอยหันมาใช้หลอดกระดาษมากขึ้น ซึ่งข้อดี คือ ใช้เวลาย่อยสลายน้อยกว่าหลอดพลาสติก แต่ในแง่การใช้งาน หลายคนอาจมีประสบการณ์เก่า ๆ กับการใช้หลอดกระดาษ เช่น มีกลิ่นกระดาษ ไม่ทนทาน เปื่อยยุ่ยง่าย

บางครั้งความรักโลกก็ต้องมาพร้อมความเข้าใจธรรมชาติของกระดาษก่อนว่า ถ้านำไปแช่น้ำนาน ๆ ก็ต้องนิ่มและเปื่อยยุ่ยเป็นธรรมดา ส่วนเรื่องกลิ่นกระดาษ เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น คุณภาพของเยื่อกระดาษที่ใช้ เทคโนโลยีในการผลิต ขั้นตอนการอบและเก็บรักษา ซึ่งอยู่เหนือการดูแลของผู้บริโภค แต่สำหรับหลอดกระดาษที่สามารถใช้ดื่มได้โดยไม่เปื่อยยุ่ยง่าย เพราะความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ โดยเลือกใช้เยื่อกระดาษบริสุทธิ์ 100% ทำให้หลอดแทบจะไม่มีกลิ่นกระดาษ ไม่กระทบต่อรสชาติของเครื่องดื่ม และยังเป็นกระดาษที่ได้รับการรับรองจาก FSC (Forest Stewardship Council) ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่ได้เบียดเบียนป่าไม้ตามธรรมชาติ และใช้ดื่มได้อย่างปลอดภัย รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว

ผู้บริโภคยุคใหม่เลือกเทใจให้กับแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไมโล ยูเอชที จึงเปิดตัวหลอดกระดาษเป็นครั้งแรกของวงการยูเอชที เพื่อลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งด้วยเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะทำให้หลอดสามารถโค้งงอยืดหยุ่นได้ไม่รั่วซึม และมีรูปทรงเดียวกับหลอดของนมยูเอชทีปกติ

การใช้หลอดกระดาษถือเป็นสัญญาณที่ดีในการจุดประกายให้ผู้บริโภคที่ตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วหันมาใส่ใจโลกมากขึ้น ยิ่งผู้ผลิตสามารถนำเสนอทางเลือกที่มีคุณภาพ ยิ่งทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าการรักษ์โลกเป็นเรื่องใกล้ตัว ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ ถ้าทุกคนได้เปิดใจ ลองสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ กับการดื่มจากหลอดกระดาษ จะรู้ว่ามันดีกว่าที่คิด ดีต่อใจ และดีต่อโลกด้วย

ทั้งนี้ ไมโลตั้งเป้าว่าการเปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษจะช่วยลดการใช้หลอดพลาสติกได้มากกว่า 100 ล้านหลอด ภายในปี 2564 หรือหากนำปริมาณหลอดพลาสติกที่ถูกทดแทนมาเรียงต่อกันจะคิดเป็นระยะทาง 15,000 กิโลเมตร หรือ ระยะทางจากแม่สายถึงเบตง 8 รอบ