การหาบ้านที่พอดีเมื่อครอบครัวต้องเล็กลงของ Single Mom

การหาบ้านที่พอดีเมื่อครอบครัวต้องเล็กลงของ Single Mom
DDproperty

สนับสนุนเนื้อหา

การหาบ้านหลังใหม่สักหลังเมื่อต้องขยับขยายครอบครัวว่ายากแล้ว แต่เมื่อครอบครัวมีขนาดเล็กลง สมาชิกน้อยลง หรือถ้าคุณต้องกลายเป็นคุณพ่อ คุณแม่ เลี้ยงเดี่ยว การหาบ้านอาจจะเป็นเรื่องที่ยากกว่าเก่า

เช่นเดียวกับ คุณปุ้ย หนึ่งในผู้ใช้งานเว็บไซต์ DDproperty ในการค้นหาบ้านหลังใหม่เพื่อตัวเธอเองและลูกสาวสุดที่รักได้สำเร็จ ลองมาดูแนวคิดของเธอกันว่า เธอมีแนวคิดในการหาบ้านอย่างไรเมื่อต้องสวมบทบาท Single Mom หรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้ที่ต้องแบกภาระทุกอย่างไว้ด้วยตัวเองเพียงคนเดียว

เมื่อต้องเลี้ยงเดี่ยว บ้านจึงต้องลงตัวกับครอบครัวที่เล็กลง

 เคยคิดว่าอยากมีบ้านเดี่ยวสวย ๆ สักหลัง มีห้องนอนสัก 3-4 ห้อง แต่เมื่อต้องกลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว มุมมองในการหาที่อยู่อาศัยก็เปลี่ยนไปทันที

ความใฝ่ฝันของหลาย ๆ คนที่คิดจะสร้างครอบครัว คือ บ้านที่ตอบโจทย์ความต้องการครอบครัวได้ มีพื้นที่ที่มากพอให้ลูก ๆ ได้วิ่งเล่น และที่สำคัญต้องมีความปลอดภัย

แต่เมื่อวันหนึ่งสถานะเปลี่ยนจากภรรยาที่มีหัวหน้าครอบครัว ต้องมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวและเป็นหัวหน้าครอบครัวแทน บ้านยังคงเป็นเป้าหมายแรกสำหรับครอบครัว เพียงแต่เริ่มปรับเปลี่ยนความต้องการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ จึงเลือกซื้อทาวน์โฮมแทนบ้านเดี่ยว เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายของครอบครัว และที่สำคัญคือไม่ต้องกังวลว่าจะกระทบกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของลูกด้วย

โดยเลือกทาวน์โฮมขนาดเริ่มต้น มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 110 ตารางเมตร ถึงที่ดินจะไม่ใหญ่มากอยู่ที่ประมาณ 25 ตารางวา แต่พื้นที่ในบ้านสามารถตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวได้ โดยบ้านหลังนี้มีห้องนอนถึง 3 ห้อง พร้อมห้องน้ำที่มีทั้งชั้นบนและชั้นล่าง และที่สำคัญที่สุด คือ มีพื้นที่ทำกิจกรรมกับคนในครอบครัว

"ที่เลือกซื้อบ้านในตำแหน่งหลังมุม เพื่อจะได้มีพื้นที่ให้เราแม่ลูกได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ปลูกต้นไม้ ตกแต่งสวน วิ่งเล่น หรือปาร์ตี้กับญาติพี่น้องในโอกาสสำคัญ ๆ"

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวกับหลายปัจจัยที่ต้องดูในการเลือกบ้าน

เชื่อว่าทุกคน คงไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวในอนาคต แต่การดำเนินชีวิต การวางแผนครอบครัว เป็นเรื่องที่จำเป็น หากวันหนึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องกลายมาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตั้งสติ

โดยเฉพาะคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่อยากจะมีที่อยู่อาศัยของตัวเอง ต้องตั้งสติ และพิจารณาว่า ณ ปัจจุบัน ทรัพย์สิน รายได้ และหนี้สินส่วนตัว บวก ลบ กันแล้วมีเท่าไหร่ ไม่ใช่ทุกคนที่ก้าวเข้าสู่การเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวแล้วจะสามารถตั้งตัวได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว การวางแผนด้านการใช่จ่ายจึงสำคัญมาก และงบประมาณก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักในการซื้อบ้านทาวน์โฮมหลังนี้

"เมื่อตั้งงบได้ ปัจจัยที่สอง ที่สาม จึงเริ่มเข้ามา เริ่มมีการพิจารณาทำเล ดูสิ่งแวดล้อม สภาพแวดล้อม ชุมชนละแวกใกล้เคียง รวมไปถึงการเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วน พิจารณาดูว่าเป็นอย่างไร หากในอนาคตลูกเราโตขึ้น โรงเรียนใกล้เคียงสามารถตอบโจทย์การศึกษาได้ถึงระดับไหน มีสถานศึกษาใดบ้าง การเรียนการสอนเป็นอย่างไร มีรถโรงเรียนรับส่งลูกหรือไม่ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ และการตัดสินใจบนพื้นฐานของการใช้ชีวิตแต่ละคน"

ภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดกับการกู้บ้านครั้งแรกของ Single Mom

เมื่อเลือกบ้านที่เหมาะสมกับคุณแม่เลี้ยงเดียวได้แล้ว อันดับต่อมาที่เชื่อว่าทุกคนต้องเป็นกังวลคือ การกู้ซื้อบ้าน ด้วยสถานะที่ไม่เหมือนเดิม คือ ตัวคนเดียว และมีภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น ทำให้ต้องศึกษาเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

"ก่อนที่จะตัดสินใจยื่นกู้ซื้อบ้าน ยอมรับเลยว่ากังวลมากกลัวจะกู้ไม่ผ่าน จึงศึกษาข้อมูลผ่านเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ อาทิ DDproperty ก็เป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่เข้าไปหาความรู้เรื่องซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ อยู่ตลอด"

เมื่อศึกษาเรื่องการกู้จนมีความพร้อมระดับหนึ่ง ก็ต้องเริ่มหันกลับมามองตัวเอง เตรียมพร้อมก่อนการกู้ด้วยการ เคลียร์ค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระหนี้สินต่าง ๆ เช่น บัตรเครดิต การผ่อนระยะสั้นต่าง ๆ ให้หมด เพราะการขอสินเชื่อบ้านผู้กู้จะต้องมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า 40% ของรายได้ประจำที่มีอยู่ และต้องตรวจสอบว่าแหล่งเงินกู้รายไหนที่เหมาะกับตนเองบ้าง

"ด้วยความโชคดีที่พอมีอยู่บ้าง บริษัทที่ทำงานอยู่ในขณะนั้น เป็นสมาชิกกับธนาคารเพื่ออยู่อาศัยแห่งหนึ่ง และพอได้ยื่นเอกสาร ก็อนุมัติวงเงินตามราคาบ้าน และมีค่าตกแต่งเพิ่มเติมจำนวนหนึ่ง ทำให้การกู้ซื้อบ้านครั้งแรกนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี"

ช่วงที่ทำการเลือกบ้านถือเป็นขั้นตอนที่ต้องรัดกุมอย่างมาก เนื่องจากมีโอกาสเสี่ยงที่จะถูกยึดเงินจองสูง จึงใช้เวลาค้นหาบ้านที่ใช่ในราคาที่ชอบกว่า 7 เดือน โดยไม่ได้วางเงินจองกับโครงการไหนเลย เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถยื่นกู้ซื้อบ้านผ่าน 100%

"อยากจะบอกว่า เมื่อไปดูบ้านอย่าใจร้อน หรือคล้อยตามผู้ขาย ต้องมั่นใจว่าเราต้องการบ้านหลังนั้นจริง ๆ”

จัดสรรเงินค่อนข้างยาก เพราะค่าใช้จ่ายไม่ได้มีแค่ค่าบ้านอย่างเดียว

ส่วนใหญ่คงรู้กันดีอยู่แล้วว่าการผ่อนบ้าน สามารถผ่อนได้สูงสุด 30 ปี แต่ดอกเบี้ยจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นดอกเบี้ยลอยตัว เมื่อครบปีที่ 3 เป็นต้นไป ทุกคนที่กู้ซื้อบ้านจึงจำเป็นต้องวางแผนเรื่องการเงินในอนาคตให้ดี

"สิ่งแรกที่ทำคือการพยายามทำให้เงินต้นลดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และไม่ให้กระทบรายได้ที่จำกัด และเมื่อถึงจุดที่อยากจะโปะหนี้บ้านให้เร็ว ไม่อยากเสียดอกเบี้ยมาก ก็เริ่มหาอาชีพเสริม แต่ต้องเผื่อใจว่าบางครั้งอาชีพเสริมอาจไม่ได้ช่วยหรือตอบโจทย์การลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ ให้กับเราจริง ๆ เพราะไม่ว่าจะเริ่มต้นธุรกิจอะไรก็จำเป็นต้องมีเม็ดเงินในการลงทุน

เพราะฉะนั้นแนะนำว่า ลองพิจารณาจากความสามารถของตนเองดูก่อนว่า หากมีเงินทุนที่จำกัด จะสามารถทำอะไรที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดได้บ้าง หรืออาจใช้ความสามารถของตนเอง โดยที่ไม่ต้องลงเงินทุนอะไรมากมายนัก เช่น ถ้าสามารถทำงานกราฟฟิก หรือเขียนบทความได้ ก็ให้รับงานเป็นฟรีแลนซ์"

"แน่นอนว่าการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เวลาค่อนข้างมีอยู่อย่างจำกัด ต้องรู้จักบริหารเวลาให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ทำงานได้แต่ต้องไม่กระทบกับเวลาที่มีให้ลูกของเรา อาจจะยากหน่อย แต่เชื่อว่าคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวท่านอื่นก็ทำได้เช่นเดียวกัน”

ฝากถึงคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่กำลังมองหาบ้านใหม่

บ้านหนึ่งหลัง อาจต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป หรืออาจชั่วลูกชั่วหลานเลยก็ได้ อยากให้คิดพิจารณาให้ดี ทั้งราคา ทำเล และความสามารถในการผ่อนชำระ

เมื่อต้องตกอยู่ในสถานะที่ต้องซื้อบ้านไปด้วย เลี้ยงดูครอบครัวไปด้วย ด้วยตัวคนเดียว สิ่งแรกที่ควรทำก่อนจะตัดสินใจซื้อก็คือการเลือกบ้านจากขนาดที่เหมาะสมกับครอบครัวของคุณ จุดนี้จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ แถมยังได้บ้านที่รองรับสมาชิกครอบครัวได้ทุกคน

วิธีประหยัดเงินในกระเป๋าอีกอย่างคือ การทำรีไฟแนนซ์ หรือรีเทนชั่น เพราะจะช่วยลดภาระการผ่อนชำระหนี้บ้าน จากอัตราดอกเบี้ยที่มีการปรับลอยตัว ให้เป็นดอกเบี้ยคงที่เหมือนในช่วง 3 ปีแรก และอย่าลืมว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการผ่อนบ้านคือ การมีวินัยทางการเงิน และการชำระเงินให้ตรงเวลา

"สำหรับเราแล้ว บ้านคือพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเราสองแม่ลูก อย่างน้อยถ้าเกิดเหตุการณ์ที่เราไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว ก็ยังมั่นใจได้ว่าลูกมีที่อยู่ที่ปลอดภัย ไม่ต้องเร่ร่อน และบ้านเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของชีวิตที่จะส่งผลต่ออนาคตอีกด้วย"