แชร์ประสบการณ์เจอผู้รับเหมาแย่ และวิธีป้องกัน ( เสียก็เสียไม่มาก )

แชร์ประสบการณ์เจอผู้รับเหมาแย่ และวิธีป้องกัน ( เสียก็เสียไม่มาก )
ihome

สนับสนุนเนื้อหา

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวเว็บ iHome108 วันนี้เราขอนำเสนอเพื่อนๆ สำหรับใครที่กำลังคิดจะสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน เราแชร์ประสบการณ์ เจอผู้รับเหมาแย่ และวิธีป้องกัน ของคุณ Leethanakorn ที่ถ้าเสียรู้ ก็จะเสียไม่มาก เช่นเดียวกับทุกวงการ มีทั้งผู้รับเหมาที่ดี ผู้รับเหมาที่แย่ ยังไงกันไว้ดีกว่าแก้ เราเลยจะพาเพื่อนๆ ไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลโกงผู้รับเหมากัน

แชร์ เจอผู้รับเหมาแย่ และ วิธีป้องกัน ( เสียก็เสียไม่มาก )By คุณLeethanakorn

ประสบการ์ณครั้งแรกในชีวิตเกี่ยวกับการปรับปรุงบ้านครับ ไม่มีความรู้มาก่อน ครั้งนี้ได้ประสบการณ์เยอะ เลยอยากมาแชร์ไว้ เผื่อใครมีโครงการจะทำบ้าน หรือหาผู้รับเหมา จะได้เตรียมตัวไว้ก่อน

ซื้อบ้านมือสองมาครับ เป็นบ้านหลังแรกที่จะใช้ชีวิตกันหลังแต่งงาน ( พิกัด ลาซาลซอย 1 ผู้รับเหมาอยู่แบริ่ง ชื่อย่อ ป.ปลา ) ความผิดพลาด จากความใจดี (โง่ของผมเอง ) เชื่อใจ และไม่คิดว่าจะมีปัญหา เพราะช่างก็มาจากคนรู้จักกัน

สัญญาเริ่มงานวันที่  24 ธ.ค. กำหนดเสร็จ 3 มี.ค. +- 15 วัน วันนี้ 12 เม.ย. ยังไม่เสร็จ ช่างบ่ายเบี่ยงที่จะทำงานต่อ ขอเงินเพิ่มอีก 1 แสน

เหตุผลเพราะมีส่วนอื่นนอกสัญญา เช่น กำแพงครัวและห้องน้ำเบี้ยว ต้องปรับให้ตรงก่อนปูกระเบื้อง (ยอมรับว่าจริงครับ)

กระเบื้องคิดว่าจะปูสูงแค่ 1.8 เมตร แต่ให้ปูถึงฝ้า ซึ่งสูง 2.35 เมตร

( อันนี้จริง ๆ คุยไว้แล้ว แต่พลาดที่ไม่ได้เขียนไว้ในสัญญา เพราะแรก ๆ อะไรก็ดูดี สวยงามไปหมด เราก็ไม่ได้อะไรบอกอะไรไป เขาก็ว่า ได้ ๆ ได้หมด )

สรุปคือทั้งหมดทั้งมวลที่นอกสัญญา ก็ไม่ได้เยอะขนาดจะถึง 1 แสนบาท ( สัญญาเดิมจบที่ 7.5 แสน )

ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนไกล่เกลี่ย หากไม่สรุปใน 16 เม.ย. (ที่ผ่านมา) คงต้องใช้ทนาย และตำรวจเข้าไปคุย ซึ่งไม่รู้จะช่วยได้มากน้อยเท่าไหร่  ( และถ้าจบไม่สวยคงต้องมีภาตต่อแน่นอนครับเรื่องนี้ )

ต่อไปคือการเตรียมตัวสำหรับหาผู้รับเหมา และจ้างทำบ้านนะครับ

1. หาผู้รับเหมาที่มีตัวตน มีบ้าน (มีชื่อเป็นเจ้าบ้าน) มีบริษัท ที่อยู่ชัดเจน ไม่ใช่บ้านเช่า ( ถ้าไม่มี ต้องอ้างอิงทะเบียนรถ ถ้าไม่มีอะไรเลย เสี่ยงมาก )

2. อย่าไว้ใจใครทั้งสิ้น

3. ทำสัญญาแบ่งเป็นส่วน ๆ ย่อยได้เยอะเท่าไหร่ยิ่งดี เช่นตกแต่งบ้าน 2 ชั้น แบ่งเป็นห้อง ๆ ส่วน ๆ ลงไปอีก มีงานทุบ หรือก่อ ทุบกี่วัน ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ช่างบอกทำส่วนนี้ 10 วัน 10,000 บาท ทำครึ่งนึง 5 วัน จ่าย 5,000 เสร็จงานจ่าย 5,000
หรือช่างไม่มีเงิน ก็ให้เบิกเป็นส่วน ๆ ไป ตามค่าแรง ค่าของ (เอาบิลมาด้วย) ถ้าทำไม่ดี หรือเบี้ยวงาน ก็เปลี่ยนช่างได้ ไม่เสียหายมาก

4.ทุกอย่างที่อยู่ในแผน ให้ลงในสัญญา ยิ่งละเอียดเท่าไหร่ยิ่งดี วัดหน่อย เป็นเซ็นได้ วัดกำหนดสเป็กทุกอย่างให้ชัดที่สุด สายไฟยี่ห้ออะไร เหล็กแบบไหน สียี่ห้อไหน ให้ยิบย่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

5.อย่าขี้เกียจหาข้อมูล เช็กราคาสินค้าทุกอย่างว่าของที่เขาจะเอามาใช้ ราคาเป็นอย่างไร เกรดไหน มีข้อดี ข้อเสียอะไร

6.กำหนดวันเสร็จและค่าปรับ

7.ถ้าทำงานใหญ่ ให้ทนาย หรือคนที่มีความรู้ช่วยเช็กสัญญาอีกรอบ

8.ถ่ายคลิปเหตุการณ์ ถ่ายรูปทุกอย่างวันทำสัญญา ถ้ามีบ้าน ไปถ่ายบ้าน มีรถ ถ่ายรถขอเอกสารทุกอย่างที่ทำได้ เอกสารกิจการ บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน (ไม่ต้องเกรงใจ ถ้าคนดี ๆ เขาไม่กลัวที่จะให้อยู่แล้ว )

9.อย่าให้ช่างเบิกอะไร นอกเหนือสัญญา นอกเวลา ทุกกรณี ถ้าต้องซื้อของจริง ๆ ให้ทำบิลมาเบิก และเราจ่ายเอง หรือไปรับสินค้าด้วยกัน

10. อย่าทิ้งบ้านไว้กับช่าง ถ้าเราไม่มีเงินขนาดจ้างสถาปนิคมาคุมงานแต่แรก ก็ควรหาเวลาเข้ามาดูการทำงานของช่าง ให้ได้อย่างน้อยวันละ ครั้งหรือจ้างคนมาดูงาน หรือถ่ายรูปส่งให้เป็นระยะๆ เห็นผิดพลาดตรงไหน ให้แก้เลย อย่าเกรงใจ หรือ ทิ้งไว้เนิ่นนาน (​จริง ๆ แก้ไม่ได้ยากอย่างที่เราคิด)

11. อย่าหวังพิ่งศาลสูงหรือกฏหมาย เพราะค่าใช้จ่ายไม่ถูกเสียเวลามาก และอาจไม่ได้อะไร เพราะช่างที่ไม่มีอะไร จะเอาอะไรมาให้

12. อย่าหวังพึงศาลเตี้ย อารมณ์ชั่ววูบอาจได้ไม่คุ้มเสีย

สุดท้ายขอให้ทุกคนได้ช่าง ได้งาน ที่สมหวังสมใจครับ ประสบการณ์ครั้งนี้ หวังว่าคงจะได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อย ขอบคุณมาก ๆ ครับ ทำเพจไว้ครับ เผื่ออนาคตจะได้เป็นที่เรียนรู้และป้องกัน ผู้รับเหมาที่ไม่ดี

 

ติดตามSanook! Home

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องบ้าน ได้ที่ https://www.sanook.com/home/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!