แชร์ประสบการณ์ “ทาสีภายในด้วยตัวเอง” ไม่ต้องง้อช่าง แถมยังประหยัดเงินได้ถึงหลักหมื่น!

แชร์ประสบการณ์ “ทาสีภายในด้วยตัวเอง” ไม่ต้องง้อช่าง แถมยังประหยัดเงินได้ถึงหลักหมื่น!
Naibann

สนับสนุนเนื้อหา

สำหรับ การทาสีภายในบ้าน หลายคนอาจยกให้เป็นหน้าที่ของช่าง อาจจะด้วยเพราะความไม่เชี่ยวชาญ กลัวว่าสีที่ทาจะไม่เสมอกัน และกลัวจะเลอะเทอะเสื้อผ้า (ซึ่งมันเลอะแน่นอนค่ะ) แต่การจ้างช่างทาสี ย่อมมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายราคาแพง เพราะนอกจากจะต้องเสียเงินค่าของแล้ว เรายังต้องเสียค่าแรงให้กับช่างอีกด้วย

แต่ถ้าหากเราทำเอง มันก็ช่วยประหยัดงบประมาณลงไปได้อย่างมากเลยล่ะค่ะ ดังเช่น คุณ สมาชิกหมายเลข 4209755 ที่ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ “การทาสีภายในด้วยตัวเอง” เป็นครั้งแรก เปลี่ยนจากบ้านโทรมให้กลายเป็นร้านค้าโทนสีสะอาด และมันก็ช่วยประหยัดค่าใช้ลงได้ถึงหลักหมื่น หากใครไม่เคยทาสีบ้านด้วนตัวเองและอยากลองทำดูสักครั้ง เราลองไปศึกษาขั้นตอนไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

สวัสดีค่ะ เราจะมารีวิว รีโนเวทจากบ้านขายไม้เก่าๆให้กลายมาเป็นร้านขายอาหารสัตว์ ชิคๆ เพราะด้วยงบที่จำกัด และด้วยความงกของม่าม๊าเรา จึงทำให้เรามาเขียนแชร์ประสบการณ์นี้ค่ะ ครอบครัวเราต้องทาสีกำแพงบ้านเองใหม่ทั้งหมด (โดยที่พวกเราไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน)

“ม่าม๊าฝากบอกมาว่า “ทาสีกำแพงง่ายๆ ทำเองสบายๆ แถม ประหยัดค่าแรงช่างไปได้ถึง 40,000 บาท”

หึหึ!!! (ตอนนี้ลูกกล้ามขึ้นแล้วค่ะพูดเลย) แต่พอทำเสร็จแล้วภูมิใจสุดๆไปเลยค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนลงมือลงไม้ ลงแรง ต้องลงเงินก่อนค่ะ

1. เกรียง (เอาไปขูดสีเก่า)

2. กระดาษทราย เบอร์ 8

3. ผ้าปิดจมูก+ถุงมือ

4. กระดาษรองพื้นกันเลอะ +เทปกาวย่น

5. แปรงทาสี+ลูกกลิ้งทาสี+ถาดกลิ้งสี

6. สีรองพื้น

7. สีโป๊วผนัง

8. สีทาภายใน รุ่น Air care

เราเอารูปภาพก่อนและทาสีเสร็จมาให้ชมก่อนเลยนะคะ บ้านเป็นอาคารพาณิชย์ 2 หลัง หน้ากว้าง 8 เมตร นะคะ พื้นที่ สีส้ม 30 ตรม. สีขาว 101 ตรม.

ภาพแรกเป็นภาพก่อนมีการปรับปรุง

ภาพนี้คือภาพที่ทาสีเสร็จ สวยสดใส คนผ่านไปมาหน้าร้านมีแต่คนถาม จะทำร้านอะไร สีสวยมากกก ปลื้มมากค่ะ รู้สึกหายเหนื่อย ก่อนที่จะสวยได้ขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สุดท้ายก็ทำสำเร็จ!!

เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า จริงๆแล้ว การทาสีเอง มันก็ไม่ได้อยากอย่างที่คิด อะไรที่เราสามารถทำเองได้ก็ ทำเพราะมันช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายได้เยอะมากเลยค่ะ

หลังจากทยอยย้ายของออก (เสียค่าย้ายพวกไม้เก่า แพงมากค่ะ รวมๆ แล้วเป็นหมื่นเลย) ก็เริ่มจาก ทำฝ้า เดินไฟใหม่ สภาพบ้านก็จะเน่าๆ อ๊ายยย อาย….

ทำฝ้าเสร็จแล้ว เดินสายไฟไปด้วย

ต่อมาก็เริ่ม เคลียร์พื้น เพื่อปูกระเบื้อง

ต่อด้วยปูพื้นกระเบื้อง

และที่เด็ดของเราคือ การทาสีกำแพงใหม่ค่ะ ด้วยเหตุจาก ม่าม๊าขี้งก ทำให้เรา ต้องเหนื่อย และมาทำอะไรที่ไม่เคยทำ เพราะคำว่าค่าช่างทาสี 40,000 บาท

เราก็มีศึกษามาบ้างว่าการทาสีปูนเก่ามันจะมีข้อจำกัดเยอะ เนื่องจากบ้านเคยถูกน้ำท่วมมาก่อน กำแพงก็เก่า จะเน่าๆ นิดนึง (ไม่นิดอ่ะ มาก)

สิ่งแรกที่ทำเลยคือ ต้องลอกสีเก่าออก ด้วยเกรียง ตามสภาพค่ะ ลอกได้แค่ส่วนที่สามารถขูดๆ ลอกออกมาได้

ขูดๆ ขูดได้เท่าไหน เอาเท่านั้น

ขูดไปชูดมา มีตัวช่วยมาช่วยเฉยเลย จะช่วยหรือป่วนก็ไม่รู้

ต่อมาก็ต้องโป๊วกำแพงที่มีรู ปูนล่อน รอยเจาะกำแพง ปูนบ้านเรามันล่อนเยอะ เลยโป๊วยาวเลย โป๊วกำแพงเสร็จแล้ว ต้องรอให้แห้งก่อนะคะ จากนั้นใช้กระดาษทรายขัดให้เรียบเนียนด้วยนะคะ เวลาทาสีจะได้เนียนๆ ค่ะ ขั้นตอนนี้เหมือนลงรองพื้นที่หน้าค่ะ 555555

ทำไปสักพัก ช่างที่ทำห้องน้ำมาเห็น เขาเลยมาช่วยโป๊วให้เพิ่ม (ในใจก็คิด เราทำไม่ดีหรอ 5555)

หลังจาก ลอกสีแล้ว ก็ต้องถูทำความสะอาดกำแพง ด้วยสิ่งรอบตัว นั้นคือ ไม้ม๊อบ และฟองน้ำล้างจ้าน นั่นเอง 555 (ประหยัด) คุณพ่อมาช่วยกันถู เหมือนยิ่งถูยิ่งดำ 555555   (ปาป๊า มาช่วยลงมือทำเองเลยจ้า)

ขั้นตอนต่อไปคือการทาสี เราเลือกกับครอบครัวแล้วว่าจะทาสีขาวทั่วกำแพงแล้วตัดสีส้มที่เสา เราหาข้อมูลว่า การทาสีกำแพงเก่า จะทาสีติดยาก จึงต้องลงรองพื้นก่อน  (อีป้าๆ คนนี้คือเราเอง กำลังทาสีรองพื้นเสา เหม็นมาก)

เราต้องลงรองพื้นสีขาวก่อน ทับๆ สัก สองรอบ ทาจากบนลงล่างแล้วรูดขึ้นต่อ ทับๆ จนเนียน ตอนทาสีรองพื้น ขอบอกว่าเหม็นแสบจมูกมาก…. (ขนาดพนักงานบอกว่ารุ่นกลิ่นไม่แรง อ่อนๆ ค่ะ) หึหึ!!! มองบน เราจึงต้องหาผ้าปิดจมูก แต่ก็ไม่ช่วย

พี่น้องช่วยกัน  เป็นการเริ่มต้นทาสีรองพื้น ที่ทำให้ท้อนิดๆ และทรมานมากค่ะ เพราะกลิ่นที่แรงเกินพิกัด ทาสักประมาน 2 รอบนะคะ เว้นระยะ การทาสีรองพื้น รอบสอง สัก 2 ชม. นะคะ

หมดแรงกับการทา สีรองพื้น ใจก็คิดว่า จะสู้ต่อดีไหม เพราะจมูกแสบไปหมด แต่สุดท้ายก็ไม่ท้อ ต้องสู้ๆ

หลังจากทาสีรองพื้นเสร็จ เราก็ไปหาสีขาว กับ สีส้ม ต่อ เรากับครอบครัว ได้บทเรียนจาก สีรองพื้นที่กลิ่นแรง มันจะไม่ดีต่อสุขภาพ ส่งสาร ป๊ากับม๊า ที่ต้องมาทนกลิ่นเหม็น ตอนไปเลือกสี เลยเน้นเลยว่า ขอให้กลิ่นไม่เหม็น เน้นๆ และประจวบเหมาะ กับที่เราโพสรูปลง Facebook ว่ากำลังทาสีบ้าน ทำให้มีรุ่นพี่มาแนะนำสีทาภายในรุ่นที่กลิ่นไม่เหม็น และไม่เป็นอันตราย เราเลยไปจัดมาเลยค่ะ

คือ เราก็ ทำมั่วๆไปเนอะ อยากรู้ว่าสีกำแพงสีขาวกับเสาสีส้ม จะเข้ากันไหม เลย ลงไปพร้อมๆ กับสลับฝั่งไปมา เพื่อรอเวลาให้สีรอบแรก อีกฝั่งแห้ง ย้ายไปทาสีอีกฝั่ง หลังจากทารอบแรกเสร็จ รอสัก 4 ชม. ก่อนนะคะ ถึงจะทาซ้ำรอบสอง นะคะ (เม็ดสีแน่นมากค่ะ) คุณพ่อปลื้มมากค่ะ

เราใช้ขวดน้ำมาตัดทำเป็นที่ตักสีค่ะ ** ทริคอีกอย่างที่อยากแนะนำเลยคือ ไอเจ้าถาดสี เวลาล้าง มันลำบากมากค่ะ เลยอยากแนะนำให้หาถุงพลาสติกมาครอบก่อน 1 ชั้น เวลาใช้เสร็จก็ถอดถุงทิ้งได้เลย

หลังจากทำงานก็มาช่วยกันทาสีกับม่าม๊า  เอาถุงพลาสติกมา ทำเป็นเสื้อคลุม 5555  ทางที่ดีแนะนำให้เอาผ้าคลุมผมมาใส่ด้วย เพราะสีกระเด็นใส่แน่นอนค่ะ ขาวจั๊ว น่าเจี๊ยะ…… เลย กำแพงดู สะอาดตามาก (ทริคการทาสีที่สำคัญอีกข้อคือ อาเจ๊กบอกว่า ตอนทาให้นึกถึงคนที่เกลียด จะได้มีแรงทา 55555)

งานปีนก็มา คุณแม่ฉันยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อไม่เสียเงิน  เบื้องหลังรูปนี้ คือสามีเธอนั้นเอง 55555

หลังจากทาสีขาวเสร็จ มาต่อกันที่สีส้ม สะท้านดวงใจ อยากเพิ่มสีสัน ด้วยสีสดๆ ถ้าสีตัดๆกัน จะยากหน่อย ใช้ลูกกลิ้งในพื้นที่กว้าง แล้วต้องมาเก็บรายละเอียดที่ ตามขอบต่างๆ ด้วยแปรง ลูกสาวบ้านนี้มี 4 คนค่ะ ใช้แรงงานสาวๆ

**ก่อนทา เราต้องเอาเทปกาวย่นมา แปะ ระหว่างขอบมุมๆ รอยต่อระหว่างสีส้มและขาว เพื่อเวลาทาสีส้ม จะได้ไม่เละไปโดนสีขาว

สภาพคุณม่าม๊า ยิ่งเลอะ ยิ่งเยอะประสบการณ์ 5555

** ทริคที่อย่างนึงก็คือ ถ้าสีมันหนืด ๆ ก็ผสมน้ำเข้าไปทีละเล็กน้อย นะคะ ไม่งั้นสีจะจางอ่อนเกินไป

ทาสีเสร็จแล้ว รู้สึกอยากตะโกนดังๆ ห้องดูสวยสดใสมากค่ะ  คนที่ผ่านไปมาหน้าร้าน มีแต่คนเข้ามาชมสีสวย มาถามทำร้านอะไร ปลื้มมากค่ะ

เย้ๆ เสร็จแล้วค่ะ โอ้ยยย!!! เห็นแล้วหายเหนื่อยเลย รูปนี้ก็เอาชั้นวางเข้ามาใส่ มองผ่านๆ ดูเหมือนร้าน 20 บาท ทุกอย่างมาก แต่ไม่ใช่นะคะ

** รูปอาจจะใหญ่ไปหน่อยนะคะ (ไม่หน่อยอ่ะ ใหญ่มาก555)

อยากมาแบ่งปัญประสบการณ์ เพราะที่บ้านภูมิใจมากเลยค่ะ ใครที่คิดว่าอยากจะทาสีเอง เริ่มเลยค่ะ!!!! ติชมได้นะคะ แต่อย่าแรง เดี๋ยวตั้งตัวไม่ทันค่ะ (เขียนกระทู้เป็นครั้งแรก)

 

เรื่องล่าสุดของหมวด เคล็ดลับเรื่องบ้าน

ดูหมวด เคล็ดลับเรื่องบ้าน ทั้งหมด