วิธีทำเตาเผาถ่าน ด้วยถังน้ำมัน 200 ลิตร แบบนอน มีคลิปสอนทำ

วิธีทำเตาเผาถ่าน ด้วยถังน้ำมัน 200 ลิตร แบบนอน มีคลิปสอนทำ
ihome

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ชาวเว็บ iHome108 ไปรู้จักวิธีการสร้างเตาเผาถ่านด้วยถังน้ำมัน 200 ลิตรแบบนอน ที่ให้ถ่านที่ดี ให้ถ่านที่มีคุณภาพสูง และได้น้ำส้มควันไม้ไว้ใช้้งานอีกด้วย เตาเผาถ่านถังน้ำมัน 200 ลิตรแบบนอนเหมาะสำหรับเผาถ่านใช้ในครัวเรือน

การสร้างเตาเผาถ่านโดยใช้ถังน้ำมัน 200 ลิตร  ควรอยู่ห่างจากบ้านเรือนอย่างน้อย 50 เมตร ระบายควันได้ดี

วัสดุ / ส่วนประกอบ

1.ถังน้ำมัน 200 ลิตร 1 ถัง

2. ท่อใยหิน เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว ยาว 1 – 1.5 เมตร 1 ท่อ

3. ข้องอใยหิน เส้นผ่านศุนย์กลาง 4 นิ้ว

4. อิฐบล๊อก 4 ก้อน

5. ดินเหนียว

6. ขี้เถ้าแกลบ (แกลบดำ)

7. ดินหรือทราย (ทำฉนวนหุ้มเตา)

8. ไม้ไผ่ เส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อย 3 นิ้ว เจาะทะลุปล้อง ความยาวอย่างน้อย 5 เมตร (ถ้าไม่อยากเก็บน้ำส้มควันไม้ก็ไม่ต้องใช้ครับ)

9. ภาชนะใส่น้ำส้มควันไม้ ควรเป็นถังพลาสติกทรงสูง เพราะน้ำส้มควันไม้เป็นกรด ถ้าหากใช้ภาชนะรองเป็นโลหะ กรดจะกัดโลหะทำให้น้ำส้มควันไม้คุณภาพไม่ดี

ขั้นตอนการประกอบเตา

1. นำถังน้ำมัน 200 ลิตร ตัดฝาด้านใดด้านหนึ่งออก ให้สามารถเปิดปิดได้ นำฝาที่ตัดออกเจาะเป็นรูสี่เหลี่ยม 20 x 20 เซนติเมตร ส่วนฝาอีกด้านหนึ่งไม่ต้องตัดออก แต่ให้เจาะรูกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว

2. ปูพื้นด้วยทราย ให้มีขนาดความกว้าง – ยาว เท่ากับถังน้ำมัน 200 ลิตร และ นำถังน้ำมันไปวางไว้

3. ประกอบข้องอและท่อใยหิน ซึ่งทำหน้าที่เป็นปล่องควัน ต่อเข้ากับเตาที่ได้ เจาะรูขนาด 4 นิ้ว พร้อมกับประสานรอยต่อโดยใช้ดินเหนียวผสมกับขี้เถ้าแกลบ

4. นำดินเหนียวไปหุ้มเตาทั้ง 3 ด้าน คือด้านข้าง 2 ด้าน และด้านบน ความหนา ประมาณ 30 เซนติเมตร จะทำให้เก็บความร้อนภายในเตาได้ดีขึ้น (เป็นฉนวน)

5. ใช้เหล็กเส้นความยาวประมาณ 1 ฟุต 2 อัน วางไว้ภายในเตาในแนวขวาง หัว – ท้าย เพื่อให้ความร้อนหมุนเวียนได้ดีขึ้น

6. นำไม้ฟืน ตัดให้มีความยาว 80 เซนติเมตร (ถังน้ำมัน 200 ลิตร ยาว 90 ซม.) วางไปตามความยาวของเตาจนเต็ม ไม้ที่นำไปเผาไม่ควรสด – แห้งจนเกินไป

7. ปิดฝาถัง จากนั้นนำอิฐบล๊อก มาวางไว้ด้านหน้าเตา บริเวณช่องที่เจาะไว้ และประสานรอยต่อโดยใช้ดินเหนียวกับขี้เถ้าแกลบ

ขั้นตอนการเผา 

1. จุดไฟบริเวณหน้าเตา โดยค่อย ๆ ใส่เชื้อเพลิง ความร้อนจะกระจายเข้าสู่ตัวเตาเพื่อไล่อากาศเย็นและความชื้นที่อยู่ในเตา ในระยะแรกควันจะมีกลิ่นเหม็น ซึ่งเป็นกลิ่นกรดที่อยู่ในไม้

2. ค่อย ๆ ใส่เชื้อเพลิงเข้าไปเรื่อย ๆ ควันสีขาวตรงปล่องควันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อุณหภูมิบริเวณปากปล่องควันประมาณ 70 C อุณหภูมิภายในเตา 200 – 250 C ควันจะมีกลิ่นเหม็นฉุน (ช่วงนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง)

3. เมื่อเผาไปอีกระยะหนึ่ง ควันสีขาวจะเริ่มบางลงและเปลี่ยนเป็นสีเทา อุณหภูมิปากปล่องควัน 80 – 85 C อุณหภูมิภายในเตา 300 – 400 C ช่วงนี้จะต้องลดเชื้อเพลิงลง เนื่องจากเป็นช่วงที่สารที่อยู่ในเนื้อไม้ถูกขับออกมา สังเกตโดยบริเวณปากปล่องควัน จะมีสารสีดำที่เรียกว่ายางไม้ หรือ Tar ติดอยู่ ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมที่จะเริ่มเก็บน้ำควันไม้ได้ดีที่สุด (ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง)

4. จากนั้นควันจะเปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีน้ำเงิน อุณหภูมิปากปล่องควันประมาณ 100 – 120 C อุณหภูมิภายในเตา 400 – 500 C (ช่วงนี้ใช้เวลา 2 – 3 ชั่วโมง)

5. ขั้นตอนต่อไป จะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นช่วงที่ไม้จะเปลี่ยนเป็นถ่าน ให้เฝ้าสังเกตดูควันที่ปล่องควันจะเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีฟ้า แสดงว่าฟืนภายในเตาเริ่มจะกลายเป็นถ่าน จากนั้นควันสีฟ้าจะอ่อนลง ยางไม้ที่เกาะอยู่บริเวณปล่องควันด้านในจะแห้ง อุณหภูมิภายในเตาจะสูงมาก ประมาณ 500 C

ในที่สุดควันสีฟ้าก็จะหมดไป และเปลี่ยนเป็นควันใส ซึ่งแสดงว่าไม้ที่อยู่ในเตาได้กลายเป็นถ่านไปหมดแล้ว ให้เริ่มทำการปิดหน้าเตาก่อน โดยใช้ดินเหนียวปิดรอยรั่ว รอยต่อ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ปิดปล่องควันให้สนิท ก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการเผาถ่าน

จากนั้นทิ้งไว้หนึ่งคืน หรือประมาณ 10 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย เพื่อให้ถ่านดับสนิท แล้วจึงเปิดเตาเพื่อเอาถ่านออก วางเรียงในที่โล่งแจ้งก่อนประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ถ่านกลับติดลุกเป็นไฟ แล้วจึงบรรจุใส่ภาชนะหรือกระสอบ

 

ติดตามSanook! Home

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องบ้าน ได้ที่ https://www.sanook.com/home/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!