รีวิว Samsung Galaxy Ace 2 (Cooper 2) อีกหนึ่งความแรง พลัง Dual-Core ราคาต่ำหมื่น!

รีวิว Samsung Galaxy Ace 2 (Cooper 2) อีกหนึ่งความแรง พลัง Dual-Core ราคาต่ำหมื่น!
techxcite

สนับสนุนเนื้อหา

รีวิว Samsung Galaxy Ace 2 (Cooper 2) อีกหนึ่งความแรง พลัง Dual-Core ราคาต่ำหมื่น!


สวัสดีครับ กลับมาพบกับรีวิวอุปกรณ์ไอทีมันส์ๆ กับ เฮียณัฐ TechXcite วันนี้ก็จะเป็นการรีวิวมือถือ Android ราคาไม่ถึงหมื่น ซึ่งในปัจจุบันราคาของมือถือ Android นั้นค่อนข้างลดลงเยอะแล้วเหมือนกัน โดยเฉพาะมือถือที่มี CPU Dual-Core ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีหลายยี่ห้อเหมือนกันที่ลดราคาลงเหลือต่ำกว่า 1 หมื่นบาทแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีราคาสูงถึงหมื่นกลางๆ เลยทีเดียว โดยในวันนี้เฮียณัฐจะมารีวิว Samsung Galaxy Ace 2 ให้ชมกันครับ

ก่อนอื่นมารู้จักถึงประวัตื ความเป็นมาของ Samsung Galaxy Ace 2 กันก่อนครับ มือถือ Samsung ซีรีย์ Galaxy Ace นี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยเท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่า Galaxy Cooper ก็คงจะร้องอ๋ออออ.. กันทันที ใช่แล้วครับ Galaxy Ace เป็นชื่อที่ใช้เรียก Cooper ในต่างประเทศนั่นเอง โดยตัวที่เฮียจะรีวิววันนี้จะเป็นรุ่นต่อจาก Galaxy Cooper ตัวแรก ซึ่งก็คือ Galaxy Ace 2 (จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ก็มี Galaxy Ace Plus ไปแล้ว 1 ตัวครับ)

ต่อไปลองมาดูสเปคของ Samsung Galaxy Ace 2 I8160 กันคร้บ

Samsung Galaxy Ace 2 รหัส I8160 มีความโดดเด่นที่ตัว CPU ที่เป็นแบบ Dual-Core ประมวลผลพร้อมกัน 2 แกนทำให้ลดความหน่วงลงไปได้เยอะเลยครับ เมื่อเทียบกับ Cooper ตัวแรก และถึงแม้ว่าความเร็วของ CPU จะอยู่ที่ 800MHz แต่ความเร็วในการประมวลนั้นถือว่าทำได้เยี่ยม ส่วน RAM นั้นมีอยู่ 768MB ทำงานร่วมกับ Android 2.3 Gingerbread + TouchWiz 3.0 UI สามารถอัพเป็น Android 4.0 ICS ได้แน่นอน และใช้ GPU Mali-400MP

มีหน่วยความจำภายใน 4GB สามารถเพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 32GB, กล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และระบบ Auto Focus, กล้่องหน้า VGA ความละเอียด 3 แสนพิกเซล, สามารถถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียดระดับ HD 720p 30fps

ต่อไปเราลองไปชมรอบๆ ตัวเครื่องกันดีกว่าครับ ว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง


งานประกอบโดยรวมจะเป็นพลาสติก แต่ก็ไม่ได้ดูแย่นะครับ งานประกอบแน่นหนาดี พื้นผิวด้านหน้ามันเงา มีขอบเป็นสีเงินดูหรูหรา ขนาดพอดีมือ เหมาะมือดีทั้งผู้ชายหรือผู้หญิงครับ แต่ด้วยความที่มีพื้นผิวมัน จึงทำให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย

ด้านหน้าของตัวเครื่องยังคงมีการวางตำแหน่งของปุ่มต่างๆ เหมือนกับ Cooper ตัวแรก และเหมือนกันมือถือ Android มาตรฐานของ Samsung ทั่วไปครับ ซึ่งประกอบไปด้วยปุ่ม Menu, ปุ่ม Home, และปุ่ม Back สามปุ่ม (ปุ่ม Menu และ Back เป็นปุ่มแบบ sensitive touch ระบบสัมผัส แต่ปุ่ม Home เป็นปุ่มกดปกติ)

ส่วนหน้าจอของ Samsung Galaxy Ace 2 จะมีขนาดใหย่ขึ้นกว่า Cooper ตัวเก่า คือ มีขนาด 3.8 นิ้ว ตัวเก่าจะมีขนาด 3.5 นิ้ว และยังมีความละเอียดที่เพิ่มขึ้นเป็น 800x480 พิกเซล (246 ppi) ด้วยครับ ถ้าเทียบกันสองเครื่องจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า Ace 2 นั้นจอสวยกว่า Cooper เยอะพอสมควรเลยทีเดียว

หน้าจอทัชสกรีนรองรับ Multi-touch 8 จุด

ด้านบนของตัวเครื่องมีโลโก้ Samsung เด่นเป็นสง่า พร้อมกับลำโพงสนทนา แต่น่าเสียดายที่ Ace 2 ก็ยังคงไม่มีเซ็นเซอร์วัดแสงหน้าจออัตโนมัติเหมือนกับตัวแรกครับ ส่วนด้านข้างของเครื่องจะเป็นปุ่ม Power ที่ใช้ในการเปิด/ปิด และปลดล็อคหน้าจอเช่นเคย และเซ็นเซอร์สำหรับปิดหน้าจอเวลาที่เอามือถือแนบหูครับ

ส่วนตัวชอบขอบโคเมี่ยมรอบๆ เครื่องนะครับ ให้อารมณ์หรูหราลงตัว เข้ากับดีไซน์ของเครื่องที่โค้งมน ซึ่งถ้าไม่มีอะไรไปขูดแรงๆ ขอบนี้ไม่ลอกแน่นอนครับ

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่สายคล้องซึ่งส่วนตัวผมก็ชอบมือถือที่มีช่องใส่สายคล้องนะครับ แต่ว่าในมือถือ Android เกือบทุกเครื่องสมัยนี้กลับไม่ค่อยมีใครให้มา ถัดไปอีกนัดจะเป็นปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง และช่องใส่ microSD card ที่สามารถใส่ได้สูงสุดที่ 32GB ครับ

ด้านบนมีเพียงช่องใส่หูฟังครับ ส่วนช่องตรงกลางนั้นเป็นช่องสำหรับเปิดฝาหลังครับ ทำได้โดยการใช้เล็บจิ้มเข้าไป แล้วงัดครับ เปิดได้ไม่ยาก

ส่วนด้านล่าง จะมีช่องไมค์สนทนา และพอร์ต microUSB ครับ

ด้านหลังของเครื่องประกอบไปด้วยกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และลำโพง Speaker

คุณภาพของเสียงของลำโพงนอกถือว่าดีครับ เสียงดังชัดใส เมื่อวางราบกับพื้นผิวเรียบเสียงดร็อบไปเล็กน้อย และเสียงจากหูฟังที่แถมมาก็ธรรมดาเรียบๆ แต่ถ้าหาหูฟังดีๆ มาเสียบ คุณภาพเสียงจะดีขึ้นมากเลยครับ เพราะว่า Galaxy Ace 2 มาพร้อมกับเทคโนโลยีเสียง DNSe ใครที่เคยใช้ MP3 ของ Samsung คงรู้จักดีครับ ว่าระบบเสียงตัวนี้ถือว่าเจ๋งใช้ได้เลย

พื้นผิวที่ด้านหลังจะเป็นวัสดุแบบพลาสติกที่มีลาย texture ช่วยให้ไม่ลื่นหลุดมือง่ายๆ ครับ

เปิดฝาหลังออกมา ก็จะพบกับแบตเตอรี่ความจุ 1500mAh ซึ่งก็มีความจุที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมครับ (รุ่นเดิมความจุอยู่ที่ 1350mAh)

แต่เมื่อลองใช้งานจริงก็ไม่ต่างจากมือถือสมาร์ทโฟนทั่วไปในตลาดครับ คือสามารถใช้งานได้ครบวันแน่นอน แต่ถ้าจัดเต็มเปิด 3G, Wi-Fi ตลอดเวลา แบตเตอรี่จะหมดไวขึ้นเยอะกว่าเดิมเป็นปกติของสมาร์ทโฟน แนะนำว่าถ้าออกข้างนอกบ่อยๆ นานๆ พกที่ชาร์จพกพา หรือแบตสำรองก็ดีครับ

 

เมื่อถอดแบตเตอรี่ออก ก็จะเจอแผ่นหลังเปลือยเปล่าแบบนี้ครับ ซึ่งต้องถอดแบตออกก่อนเท่านั้นจึงจะสามารถถอด/ใส่ซิมได้

จุดตรงนี้ครับ ที่ค่อนข้างชอบ คือสามารถใส่สายคล้องได้ จะใส่ได้ต้องถอดฝาหลังออกเท่านั้น

ความหนาของตัวเครื่องอยูู่ที่ 10.5 มิลลิเมตร ซึ่งจะบางกว่ารุ่นเก่าอยู่ 1 มม. แต่ถ้าถือใช้จริงๆ ก็ไม่รู้สึกแตกต่างกันเท่าไหร่ครับ

ส่วนน้ำหนักของ Samsung Galaxy Ace 2 อยู่ที่ 122 กรัม จะหนักกว่าตัวเก่าเล็กน้อยครับ Cooper ตัวเก่าจะอยู่ที่ 113 กรัม เมื่อลองถือดูก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหรเช่นกัน

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย: เฮียณัฐ TechXcite

 

 

 

เรื่องล่าสุดของหมวด Review and Spec

ดูหมวด Review and Spec ทั้งหมด