Edifier MP300 Plus

Edifier MP300 Plus
GM2000

สนับสนุนเนื้อหา

Edifier
MP300 Plus
 
เรื่อง: ธานี โหมดสง่า
ภาพ : ปฐวี โอฐสร้อยสำอางค์

 
ภาพ ลักษณ์ของลำโพงคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ผ่านมานั้นมีแต่แย่กับแย่ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของคุณภาพการผลิตก็มักจะออกมาในระดับที่ต่ำมาก เนื่องเพราะส่วนใหญ่เน้นแข่งขันกันในตลาดราคาถูก การเลือกใช้วัสดุจึงต้องประหยัดเข้าว่า คุณภาพฝีมือการผลิตก็ต้องต่ำไว้ก่อน ซึ่งเกือบทั้งหมดมาจากโรงงานแถบเอเชียที่ใช้เทคโนโลยีต่ำ ค่าจ้างถูก
 
 
 
หรือจะเป็นทางด้านคุณภาพเสียง ภาพลักษณ์ของลำโพงคอมพิวเตอร์ยุคก่อนก็ยิ่งเลวร้ายไปกันใหญ่ โดยเฉพาะลำโพงขนาดเล็ก ซึ่งมักจะให้เสียงที่แย่มาก มีแต่กลาง-แหลมแห้งๆ เพราะขาดความถี่ย่านต่ำเข้ามาอุ้มชู เนื่องจากลำโพงกลาง-แหลมจำต้องออกแบบให้มีขนาดเล็ก จึงไม่พอสำหรับการถ่ายทอดความถี่ย่านกลางต่ำ ส่วนลำโพงซับวูฟเฟอร์ที่แยกออกมาก็เจอปัญหาเดียวกัน คือต้องทำให้มีขนาดที่เล็กมากๆ จะได้ไม่เกะกะพื้นที่ ภาคขยายในตัวซับวูฟเฟอร์ก็มีประสิทธิภาพต่ำเพราะถูกจำกัดด้วยต้นทุนและ เทคโนโลยี จึงไม่สามารถให้เสียงทุ้มที่มีคุณภาพได้ บางรุ่นนั้นมีแต่เสียงเบสทึบๆ อู้ๆ ขาดรายละเอียดไปเลย
 
Edifier MP300 Plus ผู้ปฏิวัติวงการ!
MP300 Plus เป็นชื่อรุ่นของลำโพงที่ออกแบบมาสำหรับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ มาในรูปแบบของลำโพง 2.1 Ch คือแยกลำโพงแซตเทิลไลต์สำหรับเสียงกลาง-แหลมซ้าย-ขวามาสองตัว ให้ทำงานร่วมกับลำโพงซับวูฟเฟอร์แบบแอคทีฟอีกหนึ่งตัว ซึ่งจุดเด่นอันดับแรกที่ผมเห็นก็คือ ‘ขนาด’ ของลำโพงทั้งชุดนี้ คือทั้งตัวลำโพงแซตเทิลไลต์และลำโพงซับวูฟเฟอร์มันมีขนาดที่เล็กมาก เรียกได้ว่า เล็กกว่าขนาดของลำโพงคอมพิวเตอร์มาตรฐานทั่วไปอย่างชัดเจน คือลำโพงแซตเทิลไลต์แต่ละตัวมีขนาดความกว้างxลึกxสูง เพียงแค่ 5.9 ซ.ม. x 5.9 ซ.ม. x 6.7 ซ.ม. เท่านั้นเอง เอาขึ้นมากำไว้ในอุ้งมือก็เกือบมิดแล้ว ตัวตู้มันเป็นทรงกลม สีดำ ส่วนตัวซับวูฟเฟอร์ของลำโพงเซ็ตนี้มาในรูปแบบทรงกระบอก ที่มีขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 5.9 ซ.ม. ส่วนความยาวของกระบอกวัดได้เท่ากับ 28 ซ.ม. และสูงเท่ากับ 8.7 ซ.ม. ที่ส่วนฐานของตัวซับวูฟเฟอร์จะมีกล่องอิเล็กทรอนิกส์ขนาดกว้างประมาณหนึ่ง คืบแปะติดอยู่ ในนั้นเป็นที่บรรจุวงจรอินพุต, ภาคจ่ายไฟ และวงจรขยาย

ลำโพงแซตเทิลไลต์ทั้งสองตัว มีสายต่อเชื่อมกับกล่องอิเล็กทรอนิกส์ติดมากับลำโพงทั้งสองแบบตายตัวถอดไม่ ได้ ซึ่งภายในสายต่อที่เชื่อมระหว่างลำโพงแซตเทิลไลต์ทั้งสองกับกล่อง อิเล็กทรอนิกส์มีทั้งสายลำโพงเพื่อให้ภาคขยายในกล่องอิเล็กทรอนิกส์ส่งความ ถี่เสียงมาให้ กับสายควบคุมที่จะทำให้ลำโพงข้างขวาสามารถส่งสัญญาณควบคุมความดังจากตัว วอลุ่มที่ตัวลำโพงไปที่ตัวกล่องอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

ด้านหลังของกล่องอิเล็กทรอนิกส์ได้ ติดตั้งขั้วต่อไว้ 3 รูปแบบ คือ (1) ขั้วต่อแบบ DIN สำหรับต่อเชื่อมกับลำโพงแซตเทิลไลต์ทั้งสอง (2) ขั้วต่อแบบมินิแจ๊คสเตอริโอ สำหรับรับสัญญาณเสียงจากแหล่งต้นทาง และ (3) ขั้วต่อมินิแจ๊คสำหรับเชื่อมกับอุปกรณ์ AC adapter ที่แถมมาในกล่อง ทั้งหมดนี้ถูกบรรจุมาในกล่องกระดาษ รวมน้ำหนักทั้งหมดประมาณ 1 กิโลกรัม   
 
การใช้งาน+คุณภาพเสียง
MP300 Plus เป็นชุดลำโพงแอคทีฟแบบ 2.1 Ch ที่มีกำลังขับมาให้ข้างละ 3.5 วัตต์ สำหรับลำโพงแซตเทิลไลต์ทั้งสองแชนแนล และอีก 15 วัตต์สำหรับตัวซับวูฟเฟอร์ รวมเป็น 18.5 วัตต์ ซึ่งถือว่ามากเกินพอสำหรับลำโพงที่มีขนาดเล็กแค่นี้ มันจึงไม่ต้องการภาคขยายจากภายนอกในการทำงาน ต้องการเพียงแค่สัญญาณเสียงอะนาล็อกเท่านั้น ซึ่งมันสามารถรับมือกับอุปกรณ์ได้ทุกชนิดที่ใช้ขั้วต่อเอาต์พุตแบบโฟโน -ปลั๊ก (RCA plug) หรือมินิแจ๊ค สเตอริโอ อาทิเช่น เครื่องเล่นซีดีทั้งแบบตั้งโต๊ะและแบบพกพา, iPod และ iPhone โดยผ่านอุปกรณ์ Docking ของมันเองที่ใช้ขั้วต่อเอาต์พุตแบบ mini jack, เครื่องเล่น MP3 และเครื่องเล่น MP4 โดยต่อสัญญาณออกทางช่อง headphone, ต่อจากเอาต์พุต Headphone ของโน้ตบุ๊คก็ได้

เรียกว่าแทบจะต่อได้กับอุปกรณ์ทุกชนิดที่มีเอาต์พุตเสียงนั่นเลย.!

สายต่อระหว่างลำโพงแซตเทิลไลต์กับ กล่องอิเล็กทรอนิกส์ของข้างซ้ายและข้างขวามีความยาวไม่เท่ากัน ข้างขวาจะสั้นกว่าหน่อยคือประมาณ 1 ฟุต ส่วนข้างซ้าย 1.5 ฟุต ซึ่งควรจะทำให้ระยะวางลำโพงแซตเทิลไลต์ให้ห่างกันได้มากที่สุดเท่ากับ 2.5 ฟุต แต่เนื่องจากตัวสายต่อที่ให้มามีลักษณะที่ค่อนข้างจะแข็งขืน มีผลให้ไม่สามารถยืดระยะวางลำโพงแซตเทิลไลต์ทั้งสองตัวออกไปได้จนสุดระยะสาย จะได้เต็มที่แค่ประมาณเฉียดๆ สองฟุตเท่านั้น และใครที่คาดว่าจะเอาลำโพงซับวูฟเฟอร์ลงไปวางไว้ใต้โต๊ะในขณะที่วางลำโพงแซ ตเทิลไลต์ทั้งสองไว้บนโต๊ะนั้น ต้องขอบอกว่าไม่สามารถทำได้ เพราะสายต่อเชื่อมมันไม่ยาวพอ ซึ่งผู้ผลิตอาจจะเจตนาให้ผู้ใช้วางลำโพงซับวูฟเฟอร์ไว้บนโต๊ะใกล้ๆ ลำโพงแซตเทิลไลต์ก็เป็นได้ เพื่อให้เสียงมันกลมกลืนกัน เพราะจากการที่ผมทดลองวางลำโพงแซตเทิลไลต์ทั้งสองตัวไว้ห่างจากกันประมาณ 1.5 ฟุต (45 ซ.ม.) โดยมีลำโพงซับวูฟเฟอร์วางอยู่ตรงกลางระหว่างลำโพงแซตเทิลไลต์ทั้งสอง ในระนาบที่ถอยหลังลงไปกว่าระนาบของลำโพงแซตเทิลไลต์นิดหน่อย เสียงที่ได้ออกมาก็มีสมดุลที่ดี ปริมาณความถี่ในย่านแหลม-กลางและทุ้มออกมาในระดับที่ใกล้เคียงกัน มิติเสียงก็เปิดกว้าง และต่อเนื่องกลมกลืนเป็นผืนเดียวกันตั้งแต่ซ้ายจรดขวา โดยที่ตรงกลางก็ไม่โหว่

ส่วนสายต่อเชื่อมของตัวเอซี อะแดปเตอร์นั้นไม่มีปัญหาเพราะมันยาวพอที่จะทำให้คุณสามารถเอาตัวอะแดปเตอร์ ไปเสียบปลั๊กไฟที่แอบอยู่ใต้โต๊ะได้อย่างสบายๆ

ในเบื้องต้นก่อนจะเริ่มต้นฟังนั้น แนะนำให้ทดลองปรับตั้งวอลุ่มของอุปกรณ์ที่คุณใช้ป้อนสัญญาณให้ลำโพง Edifier ชุดนี้ไว้ที่ระดับเสียงประมาณครึ่งหนึ่งของระดับเสียงสูงสุดที่อุปกรณ์ตัว นั้นให้ได้ไว้ก่อน หลังจากกด Play แล้ว ให้ลองปรับเพิ่มวอลุ่มของลำโพงชุดนี้ขึ้นมาให้อยู่ในระดับที่คุณพอใจ ถ้ารู้สึกว่าได้เร่งวอลุ่มที่ลำโพงขึ้นมาจนมากแล้วก็ยังได้เสียงที่ไม่ดังพอ หรือเสียงที่ออกมาขาดพลัง ให้ทำการเพิ่มวอลุ่มที่ตัวอุปกรณ์ขึ้นมาเสริมจนได้ระดับเสียงที่คุณพอใจ ซึ่งจากการทดสอบฟังจริงผมพบว่า ระดับวอลุ่มที่ลำโพง Edifier ชุดนี้เตรียมมาให้นั้นมากพอที่จะช่วย boost ความดังให้กับอุปกรณ์สารพัดรูปแบบที่ผมนำมาลองเล่นกับมันให้ออกมาในระดับที่ ดังเพียงพอทุกชนิด ขนาดว่าผมทดลองใช้งานในสภาพของห้องเปิดโล่งที่มีขนาดใหญ่ ทั้งเสียงแหลมและเสียงเบสก็ยังออกมาครบและดังมากพอที่จะสามารถฟังจับราย ละเอียดของเพลงได้อย่างครบถ้วน

ที่น่าทึ่งก็คือเสียงทุ้มที่คมชัด และมีน้ำหนักมากเกินคาด.! เป็นเสียงเบสที่มีรายละเอียด โดยเฉพาะรายละเอียดของตัวโน้ตนั้นถูกแจกแจงออกมาอย่างชัดเจนมาก ไม่ได้คลุมเครือหรือเป็นเสียงเบสหนาๆ บวมๆ เบลอๆ อย่างที่เคยได้ยินจากลำโพงคอมพิวเตอร์ราคาถูกทั่วไป อีกทั้งเสียงของ Edifier ชุดนี้ยังเป็นเสียงที่มีไดนามิก จึงให้การย้ำเน้นและผ่อนปรนที่สอดคล้องกับจังหวะจะโคนของดนตรี ไม่เบาโหวงเหมือนลำโพงคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ นั่นทำให้เสียงของลำโพง Edifier ชุดนี้มีความเป็นดนตรีอย่างมาก ใช้ฟังเพลงเอาเพลินได้อย่างสบายเลย แถมลองฟังจากแผ่นเพลงระดับออดิโอไฟล์ก็ยังได้คุณภาพเสียงที่ดีมากเกินคาด ด้วย ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของรายละเอียด, ความคมชัด, ความกังวาน, มิติเสียง ทุกอย่างมันออกมาดีกว่าที่คาดทั้งสิ้น แถมเปิดได้ดังมากด้วยในขณะที่คุณภาพเสียงไม่ตก  

ลำโพงคอมพ์สำหรับออดิโอไฟล์!?

นอกจากคุณภาพเสียงที่เหลือเชื่อแล้ว (เหนือความคาดหมายไปมาก เมื่อเทียบกับมาตรฐานของเสียงจากลำโพงคอมพิวเตอร์ทั่วไป) ลำโพงชุดนี้ยังมีข้อดีอีกส่วนหนึ่ง นั่นคือขนาดที่เล็กกะทัดรัด ช่วยประหยัดพื้นที่บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ลงไปได้เยอะทีเดียว เมื่อเทียบกับชุดลำโพงคอมพิวเตอร์แบบอื่นซึ่งมักจะมีขนาดใหญ่กว่า ทั้งตัวลำโพงแซตเทิลไลต์และซับวูฟเฟอร์

ถึงเวลาอัพเกรดคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นชุดเครื่องเสียงไฮเอนด์แล้วครับ!
 
 
            คุณสมบัติทางเทคนิค
 
กำลังขับ (Power Output)
3.5 วัตต์ ต่อข้างสำหรับลำโพงแซตเทิลไลต์
15 วัตต์ สำหรับลำโพงซับวูฟเฟอร์
ความถี่ตอบสนอง (Frequency Response)
230Hz–20kHz สำหรับลำโพงแซตเทิลไลต์
45Hz–200Hz สำหรับลำโพงซับวูฟเฟอร์
อัตราส่วนสัญญาณ/สัญญาณรบกวน (S/N ratio)
มากกว่า 85 dB
ความเพี้ยน (Distortion)
น้อยกว่า 0.5%
ขนาดตัวเครื่อง (กว้างxสูงxลึก)(WxHxD)
ซับวูฟเฟอร์ 280mm x 87mm x 59mm
แซตเทิลไลต์ 59mm x 67mm x 59mm
น้ำหนักสุทธิ
1.0 kg (ทั้งชุด)
 
ราคา : 4,600 บาท/ชุด

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด