รีวิว i-mobile 902

รีวิว i-mobile 902
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ถึงตอนนี้แล้วใครๆ ก็ต้องบอกว่ารู้จักแบรนด์มือถือ ฝีมือคนไทยอย่าง ไอ-โมบาย (i-mobile) กันเป็นอย่างดีแล้วแน่ๆ ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่วัยรุ่น วัยทำงานทั้งหลายต่างก็ไม่มีใครที่กล้าปฏิเสธได้ว่ามือถือยี่ห้อไอ-โมบายนี้มีความน่าสนใจที่เรื่องของราคาที่สุดแสนจะโดนใจสบายกระเป๋า แถมยังได้ลูกเล่นแบบล้ำสมัยมากมายติดไม้ติดมือมาให้ใช้งานกับโทรศัพท์ของยี่ห้อนี้ในแบบจุใจกันอีกด้วย เรียกว่าใครที่ชอบความคุ้มค่าแบบล้ำหน้าเพื่อนแล้วละก็ไม่ควรพลาดแบรนด์นี้เป็นอันขาด i-mobile 902 ตัวใหม่ล่าสุด ที่เรามาเสนอให้คุณได้รู้จักคุณค่าและตัวตนที่แท้จริงของมันในวันนี้ มีความพิเศษมากมายจนยากที่จะหักห้ามใจไม่นำมาอวดโฉมต่อท่านผู้อ่านได้ ไม่ว่าจะเป็นจอแสดงผลที่มีความละเอียดสีแบบสุดโต่งที่ระดับ 16 ล้านสี ที่ให้ความสดใสคมชัดของภาพได้ดีสุดๆ รวมถึงกล้องที่เค้าว่ากันว่าเป็นของชั้นยอดที่ไม่ควรมองข้ามกับระดับความคมชัดขนาด 8 ล้านพิกเซลกันเลยทีเดียว ว้าว! ชักน่าสนใจซะแล้วว่ารายละเอียดอื่นๆ อย่างพวกเครื่องเล่นเพลง การใช้งานทางด้านการรับส่งข้อมูลต่างๆ นั้นจะน่าสนใจสักแค่ไหน รวมถึงความสามารถทางด้านโทรศัพท์ในตัวมันด้วย อย่างนี้ต้องนำมาแกะกล่องลองเครื่อง กันให้รู้กันไปเลยว่ามันจะมีลูกเล่น หรือฟังก์ชั่นเด็ดๆ อะไรให้เราได้เลือกใช้งานบ้าง แกะกล่องลองเครื่อง สัมผัสแรก ด้วยตัวเครื่องในสไตล์ Bartype กับการออกแบบที่สอดแทรกเอาสีสันแห่งความทันสมัย และรูปทรงในแบบ Urban-Style ทั้งการจัดวางองค์ประกอบบนตัวโทรศัพท์ ด้วยปุ่มกดรูปทรงแปลกตาขนาดใหญ่กับพอเหมาะพอดีกับการสัมผัสด้วยปลายนิ้ว และยังมีปุ่มเมนูแบบ Joystick นั่นด้วยยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเครื่องที่มีการเล่นสีสันด้วยสไตล์ Tri-Tone ที่เข้ากันของสีบรอนซ์เงิน สีดำ และสีเทาเพื่อเบรกสายตาให้ดูน่าสัมผัส นอกจากนี้ขนาดตัวเครื่อง 102 x 48 x 17.5 มิลลิเมตร กับน้ำหนักรวมโดยประมาณที่ 95 กรัม นั้นดูจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการพกพาแต่อย่างใดเลย ด้วยการสัมผัสจับถือที่กระชับมือ และนำมาใช้งานได้อย่างคล่องตัวทีเดียว ส่วนวัสดุตัวเครื่องนั้นจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในระดับที่เทียบเท่าโนเกีย hi-end บางรุ่นด้วยซ้ำ ด้านหน้า โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ลงตัวที่ยึดหลักการออกแบบจาก Form Follow Function ด้วยการออกแบบที่ต้องนึกถึงการใช้งานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นปุ่มกดที่ใหญ่โตน่าสัมผัสพร้อมตัวอักษรที่ชัดเจน และแสงไฟส่องสว่างสะอาดตานั่นด้วย และที่สำคัญยังไม่ลืมที่จะเพิ่มความสะดวกในการเลือกใช้งานเมนูต่างๆ ด้วยปุ่มโยกแบบ Joystick 5 ทิศทาง แบบเคลือบโครเมี่ยมสวยงามในตัว ส่วนหน้าจอแสดงผลนั้นให้ความคมชัดสดใสในระดับ 16 ล้านสีกับขนาด 2.0 นิ้วที่ตอบสนองต่อสายตาได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ด้านหลัง ส่วนนี้มีการออกแบบให้มองดูแล้วมีความรู้สึกเหมือนกับการจับถือกล้องถ่ายรูปได้เป็นอย่างดี ทั้งการเล่นลวดลายสีสันที่ตัดกันของสีดำ และสีบรอนซ์เงินบนพื้นที่ส่วนใหญ่ และเสริมความลงตัวสักเล็กน้อยด้วยสีเทาอ่อนละมุนตา ที่ช่วยทำให้หน้ากล้องถ่ายรูปที่มีดีอยู่แล้วกับ หน้ากล้องที่มีระบบฝาเปิด-ปิดเลนส์แบบเลื่อนใช้งานได้ทันใจ พร้อมกับเพิ่มแสงขณะถ่ายภาพให้สะใจด้วยหลอดไฟแฟล็ชแบบ Xenon แถมกระจกสะท้อนเงาสำหรับใช้งานเพื่อถ่ายภาพตัวเองที่อยู่ในส่วนเดียวกันนั้นสวยงามได้ถนัดตาดีทีเดียว ด้านข้าง ในส่วนของด้านข้างนั้นแน่นอนว่าจะต้องมีการใส่ฟังก์ชั่นต่างๆ อย่างครบมือไม่ว่าจะเป็นด้านซ้ายมือที่มีปุ่มกด +/- สำหรับการควบคุมความดัง-เบาของเสียงลำโพง และยังเป็นปุ่มสำหรับการซูมภาพขณะอยู่ในโหมดถ่ายภาพได้ด้วย ถัดลงมาใกล้กันนั้นก็จะมีช่องรองรับ microSD Card พร้อมฝาปิดกันฝุ่นมาให้ ส่วนด้านขวามือนั้นจะมีเพียงปุ่มชัตเตอร์กล้องสำหรับการจับถือใช้งานกล้องแบบ Landscape ได้ถนัดมือ ด้านบนและด้านล่าง ส่วนของด้านบนหัวเครื่องนั้นจะมีปุ่มหรือ ที่เรียกว่าสลักสำหรับกดเพื่อปลดล็อกฝาหลังซึ่งเป็นปุ่มสีดำเพื่อการสังเกตเห็นได้ชัดถนัดตา ส่วนด้านล่างนั้นจะมี ช่องสำหรับการเสียบต่อสายชาร์จไฟ และสำหรับต่อสายดาต้าแบบ USB ในช่องเดียวกันด้วย ถัดมาจะมี miniUSB เพื่อการเสียบต่อกับหูฟัง ทั้งยังเป็นช่องต่อสาย TV OUT ด้วยในตัว ถอดแบตเตอรี่/ใส่ซิมการ์ด การถอดแบตเตอรี่นั้นทำได้ง่ายมากๆ ครับ เพียงใช้นิ้วที่ถนัดที่สุดดันตัวสลักที่อยู่บนหัวเครื่องลงพร้อมกับการดันไปทางด้านหลังเครื่องจนตัวฝาหลังนั้นหลุดออกมาทั้งแผ่น หลังจากนั้นก็จะเผยให้เห็นตัวแบตเตอรี่อยู่ด้านใน หากต้องการจะถอด หรือใส่ซิมก็ให้ดึงแบตเตอรี่ออกโดยการใช้ปลายนิ้วงัดตรงส่วนรอยบากสำหรับใช้นิ้วงัดตรงส่วนล่างของแบตเตอรี่นั่นเอง เมื่อดึงแบตเตอรี่ออกได้แล้วก็จะเห็นช่องใส่ซิมแบบสอดธรรมดาพร้อมขาโลหะซ่อนอยู่ด้านในก็ให้เริ่มการใส่ซิมได้เลย ราคาจำหน่ายประมาณ 13,900 บาท

สนับสนุนเนื้อหาโดย

เรื่องล่าสุดของหมวด Review and Spec

ดูหมวด Review and Spec ทั้งหมด