ยอดขายโน้ตบุ๊กค่ายโซนี่เดินสะดุด เหตุสินค้าผลิตไม่ทันออร์เดอร์ลูกค้า

ยอดขายโน้ตบุ๊กค่ายโซนี่เดินสะดุด เหตุสินค้าผลิตไม่ทันออร์เดอร์ลูกค้า
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ฐานเศรษฐกิจ : นายฟูมิอัตสึ ฮิราอิ ผู้จัดการทั่วไปกลุ่ม ผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัทโซนี่ ไทย จำกัด เปิดเผยว่าขณะนี้กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางด้านเอวี/ ไอที ของบริษัท ซึ่งประกอบด้วย กล้องดิจิตอลโซนี่ ไซเบอร์ช็อต, คอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือโน้ตบุ๊ก โซนี่ไวโอ (VAIO) และคอมพิวเตอร์แบบพกพา หรือพีดีเอ โซนี่ คลีเอ (CLIE) ประสบปัญหาสินค้าขาดตลาด และมีผลต่อเนื่องทำให้ยอดขายในช่วงเดือนมกราคม 2546 นี้ตกลงเล็กน้อย โดยสาเหตุหลักที่ทำให้บริษัทประสบปัญหาสินค้าไม่เพียงพอกับการทำตลาดนั้นเป็นผลมาจากปัญหาด้านกำลังการผลิต และวัตถุดิบไม่เพียงพอต่อการผลิตสินค้า ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาตลาดมีความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านดังกล่าวสูงกว่าที่บริษัทได้ประมาณการไว้ ทำให้ไม่สามารถส่งสินค้าให้กับร้านตัวแทนจำหน่ายได้ตามจำนวนการสั่งซื้อที่เข้ามา อย่างไรก็ตามขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการ ติดต่อไปยังบริษัทแม่เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ซึ่งคาดว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2546 นี้จะมีสินค้าเข้า มาทำตลาดมากขึ้น และในเดือนมีนาคม 2546 จะมีสินค้าเข้ามาทำตลาดเพียงพอกับความต้องการของตลาด นายฮิราอิกล่าวต่อไปว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการทำตลาดผลิตภัณฑ์คอม- พิวเตอร์แบบพกพา หรือโน้ตบุ๊ก โซนี่ไวโอ (VAIO) และคอมพิวเตอร์มือถือ หรือพีดีเอ โซนี่ คลีเอ (CLIE) เป็นอย่างมาก ภายหลังจากที่มีการเปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2545 ที่ผ่านมา โดยในส่วนของผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊ก ไวโอนั้นที่ผ่านมามียอดขายประมาณเดือนละ 300 เครื่อง และปัจจุบันมียอดขายเพิ่มขึ้น เป็น 400 เครื่อง ซึ่งเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ ทั้งหมดในปีนี้คือมียอดขายประมาณ 500 เครื่องต่อเดือน หรือประมาณ 10% ของตลาดรวมทั้งหมด ซึ่งคาดว่าในปีนี้ตลาดโน้ตบุ๊กโดย รวมจะมียอดขายประมาณ 100,000-120,000 เครื่อง ส่วนในผลิตภัณฑ์โซนี่ คลีเอ นั้นบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ดาต้า คอร์ปอเรชั่น หรือไอดีซีคาดการณ์ว่าตลาดรวมปีนี้จะมียอดขายประ-มาณ 60,000-70,000 เครื่อง แต่ภายหลังจากการสำรวจของบริษัทพบว่าตลาดรวมในปีนี้มียอดขายประมาณ 40,000 เครื่องเท่านั้น โดยบริษัทคาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 50%หรือมียอดขายประมาณ 18,000 เครื่อง ด้านนายภิญโญ สงวนเศรษฐกุล ผู้ช่วยผู้จัดการแผนกสินค้าไอที บริษัทโซนี่ไทย จำกัด กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ช่วงเดือนตุลาคม ถึงธันวาคม 2545 ที่ผ่านมาโน้ตบุ๊ก โซนี่ ไวโอ มี ส่วนแบ่งในตลาดโน้ตบุ๊กราคา 60,000-70,000 บาท ประมาณ 10% และมีส่วนแบ่งในตลาดโน้ตบุ๊กระดับราคา 90,000 บาท ประมาณ 20% ส่วนในตลาดพีดีเอ โซนี่ คลีเอ นั้น 3 เดือนที่ผ่านมาสามารถสร้างส่วนแบ่งตลาดได้ประมาณ 45% ในขณะที่คู่แข่งคือปาล์ม มีส่วนแบ่งตลาด 30%, พ็อกเกตพีซี มีส่วนแบ่งตลาด 20% และสมาร์ทโฟน มีส่วนแบ่งตลาด 5% ขณะเดียวกันการเข้ามาทำตลาดของโซนี่และคลีเอ ยังสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาด ทั้งในแง่ของโปรดักต์,วัฒนธรรมการขายสินค้า, ภาพลักษณ์ของร้านค้า และสื่อในการขายสินค้า "ที่ผ่านมาในส่วนของไวโอ สามารถทำตลาดได้ดีระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้สูงเหมือนเป้า หมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากเราต้องสร้างตลาดใหม่ขึ้นมา ในส่วนของคลีเอนั้นเราสามารถทำได้ดี เพราะมีตลาดอยู่แล้ว โดยมีของหิ้วเข้ามาทำตลาดก่อนหน้านี้ ประกอบกับในช่วงนำเข้ามาทำตลาดนั้นเป็นช่วงที่คู่แข่งขันอย่างปาล์ม ชะลอการทำตลาดลงไป และพ็อกเกตพีซีอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนรุ่น ในขณะที่ช่วงของการเปิดตัวนั้นกระแสมือถือจอสีที่มีคุณสมบัติทางด้านมัลติมีเดียมาแรง ทำให้คนที่มีงบประมาณอยู่แล้วหันมามองอุปกรณ์ที่เป็นเอนเตอร์เทนเมนต์มากขึ้น และทำให้ผู้บริโภคหันมาซื้อโซนี่ คลีเอ ซึ่งเป็นพีดีเอ ที่เป็นจอสี และมีกล้องมากขึ้น" สำหรับแนวการทำตลาดภายในปีนี้นั้นบริษัทจะมุ่งนำสินค้าเข้ามาเสริมการตลาดมาก ขึ้น และสร้างชื่อของโซนี่ไวโอ และคลีเอ ให้เป็นที่รู้จักของตลาดโดยกว้าง นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาช่องทางตลาดใหม่ โดยการขาย สินค้าผ่านของทางเอวีมากขึ้น ทั้งนี้มองว่าลูกค้าไม่ยึดติดกับการซื้อสินค้าไอทีของโซนี่ที่ศูนย์ไอที พันธุ์ทิพย์ หรือไอทีมอลล์ แต่พฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบันมีการศึกษาสินค้า และราคามาจากที่บ้าน และนิยมซื้อสินค้ากับร้านค้าที่มองว่าได้รับความสะดวกสบายในการซื้อสินค้ามากกว่า ซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายกล้อง ดิจิตอล ซึ่งเป็นสินค้าไอที ผ่านช่องทางเอวี 70% ที่เหลือ 30% เป็นยอดขายผ่านช่องทาง ไอที

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด