แคนนอนตั้งเป้าโกยยอด 2.5 พันล้าน

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ฐานเศรษฐกิจ : แคนนอน ตั้งเป้าฟันยอดขายปีแพะกว่า 2,590 ล้านบาท หลังยอดขายปีม้าทะลุเป้า 2,400 ล้านบาท ประกาศมั่นใจยัง รักษาบัลลังก์เจ้าตลาดอิงก์เจ็ตและสแกนเนอร์เมืองไทย พร้อมรั้งตำแหน่งอันดับ 2 ในตลาดเลเซอร์พรินเตอร์ นายวรินทร์ ตันติพงศ์พาณิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการส่วนคอนซูเมอร์ซิสเต็มโปรดักต์ เปิดเผยว่า ในปี 2546 บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมของบริษัท ไว้ที่ประมาณ 2,590 ล้าน บาท คิดเป็นอัตราการเติบ โต 6.3% เมื่อเทียบกับ ยอดขายรวมในปีที่ผ่านมา สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดในปีนี้บริษัทได้ตั้งงบประมาณในการทำตลาดไว้ 40-50 ล้าน บาท โดยจะมุ่งเน้นการผลักดันผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่มหลัก คือ 1. Direct Photo Printer ซึ่ง ผู้ใช้สามารถสั่งการพิมพ์จากกล้องดิจิตอลไป ยังเครื่องพรินเตอร์ได้ทันที ทั้งนี้เล็งเห็นผลผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการใช้งานที่หลากหลายโดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจท่องเที่ยว สามารถนำมาให้บริการถ่ายภาพจากกล้องดิจิตอลแล้วทำการพิมพ์ภาพให้กับลูกค้าได้ทันที 2. เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ โดยในปีนี้จะมุ่งเน้นเจาะตลาดกลุ่มธุรกิจห้างร้านและราชการเพิ่มมากขึ้น และ 3. ตลาดมัลติฟังก์ชัน โดยตลาดดังกล่าวมีแนวโน้มขยายตัวสูงเนื่องจากกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กในประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีการเติบโตมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังมีนโยบายจัดโปรโมชันทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจำหน่ายสินค้าควบคู่ไปกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และมีการจัดแสดงสินค้าในต่างจังหวัดเพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลของสิาแต่ละ ประเภท ขณะเดียวกันยังมีแผนนำสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้คาดว่าจะมีสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดไม่ต่ำกว่า 10 รุ่น และการพัฒนาด้านการให้บริการโดยจะเพิ่มศูนย์บริการ CCSC จากเดิม 94 แห่ง เป็น 200 แห่งทั่วประเทศ สำหรับเป้าหมายอัตราการเติบโตของ สินค้าแต่ละประเภทในปี 2546 นั้นบริษัทได้ตั้งเป้าการเติบโตในส่วนของผลิตภัณฑ์พรินเตอร์แบบพ่นหมึก หรืออิงก์เจ็ตพรินเตอร์ไว้ที่ 12% หรือคิดเป็นยอดขายประมาณ 250,000 เครื่อง, ผลิตภัณฑ์สแกนเนอร์ ตั้งเป้าเติบโต 15% หรือคิดเป็นยอดขายประมาณ 38,000 เครื่อง, ผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ หรือเลเซอร์พรินเตอร์ ตั้งเปาการเติบโตไว้ 51% หรือคิดเป็นยอดขายประมาณ 8,300 เครื่อง, ผลิตภัณฑ์เพื่อการนำเสนอ (Presentation) ตั้งยอดขายไว้ที่ 600 เครื่อง และผลิตภัณฑ์ มัลติฟังก์ชัน โดยคาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดไม่ต่ำกว่า 30% นายวรินทร์ กล่าวเสริมว่า ในปี 2545 ที่ผ่านมา แคน-นอนมียอดขายรวม 2,400 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 100 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตจากปี 2544 ประมาณ 9% โดยยอดขายส่วนใหญ่มาจากแผนกคอนซูเมอร์ซิสเต็มโปรดักต์ 50% ซึ่งจากการรายงานของอินเตอร์เนชั่น ดาต้า คอร์ปอเรชั่น หรือไอดีซี ระบุว่าแคนนอนยังคงครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ในตลาดอิงก์เจ็ตพรินเตอร์และสแกนเนอร์ โดยส่วนของบับเบิลเจ็ตพรินเตอร์มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 40% และมียอดจำหน่ายอยู่ที่ 230,000 เครื่องจากมูลค่าตลาดรวม 550,000 เครื่อง ส่วนยอดขายสแกนเนอร์อยู่ที่ 33,000 เครื่อง คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 38% จากตดรวมทั้งหมด 70,000 เครื่อง, ตลาดเลเซอร์พรินเตอร์มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 8-9% หรือ ประมาณ 5,000 เครื่องจากตลาดรวม 70,000 เครื่อง โดยมีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 2 รองจาก เอชพี ส่วนผลิตภัณฑ์เพื่อการนำเสนอมียอด จำหน่าย 450 เครื่องหรือเติบโตขึ้น 14% "รายงานของไอดีซีที่ว่า เอปสันมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของตลาดรวมพรินเตอร์ในปี 2545 นั้นไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทแคนนอนแต่อย่างใด เนื่องจากว่าบริษัทจะเน้นโฟกัสไปที่ตลาดย่อยมากกว่าตลาดรวม ดังนั้นเมื่อเทียบในส่วนของตลาดอิงก์เจ็ตอย่างเดียวแล้วแคนนอนยังคงถือครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่อันดับ 1" ล่าสุด แคนนอนเปิดตัวอุปกรณ์มัลติฟังก์ชัน imageCLASS รุ่น MPC 200 ซึ่งเป็นเครื่อง All-in-One ที่เป็นได้ทั้งพริ้นเตอร์ สแกนเนอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร และมีฟังก์ชันไดเร็กต โฟโต พรินตที่เป็นเทคโนโลยีการพิมพ์ภาพด้วยการต่อตรงจากกล้องดิจิตอลโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ทั้งนี้เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายองค์กรขนาดกลางและเล็ก รวมทั้งสำนักงานขนาดเล็กและโฮมออฟฟิศ (SOHO) ซึ่งมีอัตราการขยายตัวสูง โดยได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่เดือนละ 400-500 เครื่อง

เรื่องล่าสุดของหมวด Tech Update

ดูหมวด Tech Update ทั้งหมด