พิษศก.สยบพ่อค้าคอมพ์มือสอง : เหตุภาวะตลาดไอทีตกต่ำ/หนำซ้ำรัฐออกกฎเหล็กงดนำเข้าคอมพ์เก่า

พิษศก.สยบพ่อค้าคอมพ์มือสอง : เหตุภาวะตลาดไอทีตกต่ำ/หนำซ้ำรัฐออกกฎเหล็กงดนำเข้าคอมพ์เก่า
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ฐานเศรษฐกิจ : นายนฤพนธ์ ประสูตร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทโชนัน เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์)ฯ ผู้ค้าสินค้าไอทีมือสองนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าไอทีมือสองจากประเทศญี่ปุ่น ประสบปัญหาในการทำตลาดมากขึ้น เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงปีที่ผ่านมาสินค้าใหม่ อาทิ คอมพิวเตอร์พกพา และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ได้ทำการลดราคาขายลงมาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ช่องว่างราคาลงมาในระดับใกล้เคียงกัน ทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าใหม่มากขึ้น ประกอบกับในปีนี้ภาครัฐมีนโยบายกฎหมายควบคุมการนำเข้าสินค้าเก่าจากต่างประเทศที่มีอยู่การใช้งานเกิน 3 ปี ทำให้การนำเข้าสินค้ามือสองมีความยากลำบากมากขึ้น และทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าดังกล่าวสูงขึ้น "ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการปิดตัวหรือหันไปทำอย่างอื่นเป็นจำนวนมาก โดยเหลือผู้นำเข้าสินค้าไอทีมือสองในตลาดอยู่ประมาณ 2-3 รายเท่านั้น จากเดิมมีมากกว่า 10 ราย ซึ่งในท้ายที่สุดธุรกิจขายสินค้ามือสองนำเข้าจะตายไปโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะสินค้าใหม่มีการลดลงมาเป็นจำนวนมาก อย่างโน้ตบุ๊กเดิมมีราคาขาย 50,000-60,000 บาท แต่ปัจจุบันขายกันที่ราคา 39,000 บาท และยิ่งมีกฎหมายควบคุมการนำเข้าออกมา ก็ยิ่งทำให้ราคาสินค้ามือสองสูงขึ้นไปอีก เนื่องจากผู้ประกอบการมีต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น" นายนฤพนธ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มทำการปรับตัวบ้างแล้ว โดยพยายามหาสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ทำการลดราคาจำหน่ายสินค้ามือสองลงมาประมาณ 20% เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด และสินค้าใหม่ โดยปัจจุบันคอมพิวเตอร์ระดับเพนเทียมทรีมีราคาจำหน่ายประมาณ 8,000 บาทเท่านั้นจากเดิมราคา จำหน่าย 10,000 บาท และจอภาพขนาด 17 นิ้ว มีราคาจำหน่ายประมาณ 1,700 บาท จากเดิม 2,500 บาท ขณะเดียวกันยังมุ่งขายผ่าน ตัวแทนในต่างจังหวัด รวมถึงขายผ่านตัวแทนในประเทศแถบอินโดจีน อาทิ ลาวและเวียดนามมากขึ้น เนื่องจากตลาดดังกล่าว มีความต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สเปกไม่สูงมากนั้น แต่มีสภาพการใช้งานดี มีราคาไม่เกิน 10,000 บาท ด้านนายสุทัศน์ เร่งเทียน กรรมการผู้จัดการ บริษัทเน็ตเวิร์ก โซลูชั่น จำกัด ผู้ค้าสินค้าไอทีมือสองอีกรายหนึ่ง กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ในทำนองเดียวกันว่า การทำตลาดสินค้ามือสอง มีความยากลำบากมากขึ้น เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาตลาดไอทีโดยรวมมีการชะลอตัวลงไป ทำให้ผู้ขายสินค้าใหม่มีการปรับราคาลงมาเพื่อกระตุ้นตลาด ซึ่งผลของการปรับราคาดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าใหม่ที่มีช่องว่างราคาต่างจากสินค้ามือสองไม่มากนัก อย่างไรก็ตามต้นปีที่ผ่านมา ผู้ค้าสินค้าไอทีมือสองได้มีการปรับลดราคาจำหน่ายลงมาเท่ากับต้นทุน หรือเฉลี่ยประมาณ 20% เพื่อกระตุ้นยอดขายแข่งกับสินค้าใหม่โดยปัจจุบันคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ที่ใช้ตัวประมวลผลอินเทลเพนเทียมความเร็ว 166 เอ็มเอ็ม เอ็กซ์ มีราคาจำหน่าย 2,500 บาท จากเดิมราคา 5,000 บาท ส่วนในแง่ของกฎหมายควบคุมการนำเข้าสินค้าเก่านั้นคาดว่าภายใน 2 เดือนข้างหน้ารัฐบาลจะผลักดันกฎหมายดังกล่าวออกมา อย่างไรก็ตามในปีที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มปรับตัวแล้ว โดยหันมาซื้อขายสินค้ามือสองภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันสินค้ากว่า 90% ที่ทำตลาดอยู่เป็นสินค้ามือสองในประเทศ ซึ่งหากมีกฎหมายออกมาน่าจะส่งผลกระทบกับผู้นำเข้ามากกว่า "เดิมสินค้าไอทีมือสองถูกเทไปประเทศจีน แต่ภายหลังที่จีนออกกฎหมายควบคุม เพราะกลัวในเรื่องของสารพิษของเหลือใช้สินค้าก็เลยตกมายังประเทศไทย ซึ่งเราก็เห็นแนวโน้มว่าประเทศไทยจะต้องออกกฎหมายควบคุมอย่างแน่นอน เลยเริ่มปรับมาซื้อขายสินค้ามือสองที่อยู่ในประเทศมากขึ้น" นายสุทัศน์ กล่าวต่อไปว่าเชื่อว่าตลาด สินค้าไอทีมือสองไม่หมดไปจากตลาดอย่างแน่นอน โดยมองว่าสาเหตุที่ทำให้ตลาดชะลอตัวลงไปในช่วงนี้เป็นผลมาจากการชะลอตัว ของตลาดโดยรวม ซึ่งสินค้าใหม่ก็ประสบปัญหา ดังกล่าวเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมองว่าปัจจุบันยังมีกลุ่มที่ต้องการใช้งานอยู่ อาทิ องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ต้องการซื้อไปใช้เป็นเครื่องสำรอง หรือซื้อไปทำอะไหล่ และตลาดต่างจังหวัดที่ต้องการเครื่องสเปกไม่สูงแต่ราคาถูก

เรื่องล่าสุดของหมวด Tech Update

ดูหมวด Tech Update ทั้งหมด