เปิดโมเดลแผนตลาดไมโครซอฟท์มุ่งพัฒนาซอฟต์แวร์ชูภาพสินค้า

เปิดโมเดลแผนตลาดไมโครซอฟท์มุ่งพัฒนาซอฟต์แวร์ชูภาพสินค้า
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ฐานเศรษฐกิจ : ไมโครซอฟท์ โชว์เส้นทางออกผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด หมายตีกันโอเพนซอร์ซ ชูยุทธศาสตร์พัฒนาซอฟต์แวร์ มุ่งเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัย รองรับการใช้งานไร้สาย พร้อมใช้เอ็กซ์เอ็มแอลสานระบบเป็นเนื้อเดียวกัน ตั้งเป้าช่วยองค์กรลดค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาลง 50% นายสิทธิชัย ตันติแสงอรุณ ผู้จัดการ ผลิตภัณฑ์ กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องมือสำหรับการพัฒนา ไมโครซอฟท์วิชัวส์ สตูดิโอ ดอตเน็ต บริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ที่มีแผนเปิด ตัวในปี 2546-2549 จะประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 4 กลุ่มใหญ่ คือ 1. กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบปฏิ-บัติการวินโดว์ส 2. กลุ่มผลิตภัณฑ์ออฟฟิศ 3. กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบปฏิบัติการเครือข่าย วิน-โดว์ส เซิร์ฟเวอร์ ซิสเต็มส์ และ 4. กลุ่มผลิต-ภัณฑ์วิชัวส์ สตูดิโอ ดอตเน็ต โดยผลิตภัณฑ์หลักที่มีแผนเปิดตัวออกสู่ตลาดในปี 2546 ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ ไมโครซอฟท์วินโดว์ส เซิร์ฟเวอร์ 2003 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการเครือข่ายสำหรับองค์กร และผลิตภัณฑ์วิชัวร์ สตูดิโอ ดอตเน็ตซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับการพัฒนาเว็บเซอร์วิส และแอพพลิเคชัน ที่มีแผนเปิดตัวประมาณเดือนมิถุนายน 2546 นอกจากนี้ยังมีแผนเปิด ตัวผลิตภัณฑ์ซิสเต็มส์แมเนจเม้นต์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์บริหารระบบเครือข่ายและผลิตภัณฑ์ไอเอสเอ เซิร์ฟเวอร์ "สตินเกรย์" สแตนดาร์ต ซึ่งเป็นระบบรักษาความปลอดภัยบนอินเตอร์เน็ต ในช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประ-มาณ 2546 อีกด้วย ส่วนในปี 2547-2548 นั้น มีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์วินโดว์ส ลองฮอร์น (Long- horn) ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่องลูกข่ายคอมพิวเตอร์, ผลิตภัณฑ์ออฟฟิศ ฟอร์ ลองฮอร์น ซึ่งเป็นโปรแกรมสำนักงาน, ผลิต-ภัณฑ์ MOM 2003 ซิสเต็มส์ เซ็นเตอร์ สวีต ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์บริหารระบบ และ ไอเอสเอ เซิร์ฟเวอร์ "สตินเกรย์" เอ็นเตอร์ไพรส์ ซึ่งเป็นระบบรักษาความปลอดภัยบนอินเตอร์เน็ตสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ และผลิตภัณฑ์ซิส-เต็มส์ เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นระบบบริหารเครือข่ายคอมพิวเตอร์ นายสิทธิชัย กล่าวต่อไปว่า จากการสำ-รวจของบริษัทพบว่าปัจจุบันการลงทุนประมาณ 70% ขององค์กรธุรกิจเป็นการลงทุนทางด้านการบริหารดูแลระบบ ส่วนอีก 30% เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบ ซึ่งเป้าหมายของบริษัทที่สำคัญคือ ลดค่าใช้จ่ายทางด้านการลงทุนด้านการบริหารดูแลระบบ ลงเหลือ 50% ซึ่งยุทธศาสตร์ทางธุรกิจของไม-โครซอฟท์ที่สำคัญคือการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้องค์กรธุรกิจสามารถแข่งขันได้ โดยออกแบบโครงสร้างซอฟต์แวร์ตั้งแต่ต้นให้สามารถรองรับการเชื่อมต่อการทำงานทั้งระบบเป็นเนื้อเดียวกัน และแต่ละระบบมีการทำงานแบบอิสระ ทั้งนี้เพื่อลดความซับซ้อนการทำงานของระบบ และลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระบบ นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังมองว่าการทำธุรกิจร่วมกับคู่ค้า หรือพาร์ตเนอร์ จะต้องมีการพึ่งพาซึ่งกันและกัน โดยไมโครซอฟท์จะสนับสนุนคู่ค้าให้พัฒนาระบบงานใหม่ๆ ขึ้นมาบนเทคโนโลยีไมโครซอฟท์ ด้านนายณัฐธร ชัยนาม ผู้จัดการผลิต-ภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส และซอฟต์แวร์ออฟฟิศ บริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ระบบวินโดว์ส ซิสเต็มส์ ที่มีแผนเปิดตัวในประเทศไทยเดือนมิถุนายน 2546 นั้น จะประกอบด้วยระบบปฏิบัติการวินโดว์ส เซิร์ฟเวอร์ 2003 อี-ดิทชัน, โปรแกรมไมโครซอฟท์ออฟฟิศ 2003, ไมโครซอฟท์ ฟรอนต์เพจ, ไมโครซอฟท์ พับลิชเชอร์ และไมโครซอฟท์ โปรเจ็กต์ ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกพัฒนาให้รองรับการทำงานแบบไร้สาย โดยในส่วนของออฟฟิศ 2003 นั้น ได้ถูกฝังเทคโนโลยีเอ็กซ์เอ็มแอล เข้าไปในตัว ซึ่งช่วยให้การอ่านเอกสารบนโน้ตบุ๊ก, พ็อกเกจพีซี, แท็บเลตพีซี รวมถึงสมาร์ตโฟนง่ายขึ้น นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังมุ่งพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ เทคโนโลยีดีอาร์เอ็ม (Digital Right Management) ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการส่งเอกสาร เช่น การกำหนดผู้รับเอกสาร และกำหนดเวลาที่ผู้รับอ่านเอกสาร สำหรับผลิตภัณฑ์ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส ที่อยู่ภายใต้รหัส "Longhorn" มีกำหนดจะเปิดตัวชุดทดสอบ (เบต้า) ราวเดือนธันวาคม 2546 และมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดสมบูรณ์ออกสู่ตลาดราวไตรมาส 4 ปี 2547 ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนั้นถือเป็นการเปลี่ยนแปลง โอเอสครั้งใหญ่ของไมโครซอฟท์ โดยมีคุณ-สมบัติการทำงานใหม่ที่สำคัญ คือ "Tas Based Interface" ที่บริษัทได้ทำการสำรวจความต้องการในการทำงานของผู้ใช้ แล้วสร้างเป็นหน้าจอเฉพาะตัวขึ้นมาเพื่อเชื่อมต่อเข้า โปรแกรมการทำงานหลักของผู้ใช้, ติดตั้งระบบสนับสนุนเอ็กซ์เอ็มแอลมากับเครื่อง และรองรับระบบความปลอดภัยภายใต้เทคโนโลยีพาร์-ลาเดียม ซึ่งเป็นโครงสร้างระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ที่อาศัยการสร้างกำแพงป้องกันหน่วยความจำในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผู้ใช้ทำงานได้เฉพาะโปรแกรมที่ถือว่ามีความปลอดภัยมากสุด รวมถึงการติดตั้งซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสในตัว