การรับมืออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ในเวทีเอเปก

การรับมืออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ในเวทีเอเปก
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

เดลินิวส์ : การป้องกันการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์นั้นจะมีทั้งการป้องกันภายในประเทศและการป้องกันที่เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ ส่วนเนื้อหาที่จะนำเสนอนั้นจะนำมาจากการประชุมสัมมนาที่เพิ่งผ่านพ้นไปคือการประชุมสัมมนาที่เกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ในงานชื่อเต็ม ๆ ว่า Conference on the Strengthening Inter national Law Enforcement Cooperation to Prosecute Cyber Criminals, Hackers and Virus ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-25 กรกฎาคม ซึ่งประเทศไทยโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นเจ้าภาพร่วมกับ The Computer Crime and Intellectual Property Section of the United States Department of Justice สหรัฐอเมริกา โดยการสัมมนาครั้งนี้มีผู้แทนเข้าร่วมประชุม 120 คนจาก 17 เขตเศรษฐกิจ (ในเอเปกจะใช้คำว่าเขตเศรษฐกิจแทนคำว่าประเทศ) อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตนั้นไม่สามารถที่จะจำกัดพรมแดนได้ อีกทั้งอาชญากรยังสามารถที่จะใช้ประโยชน์จากความแตกต่างกันในข้อกฎหมายของแต่ละเขตเศรษฐกิจ เป็นช่องทางในการกระทำผิดได้ ดังนั้นความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ที่จะป้องกันประชาชนและธุรกิจต่าง ๆ จากภัยที่เกิดขึ้น เมื่อโลกปัจจุบันมีการเชื่อมโยงถึงกันอย่างไร้พรมแดน และจำเป็นมากสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและการรักษาความปลอดภัยของภูมิภาคฯในทุกเขตเศรษฐกิจ ที่ควรร่วมกันหาวิธีการที่จะสืบค้น, จับกุม และดำเนินคดี ดังนั้นในการสัมมนาครั้งนี้จึงครอบคลุมวัตถุประสงค์ 3 ข้อต่อไปนี้ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมและกระบวนการสืบสวนสอบสวน ามารถทำงานเป็นไปได้โดยเรียบร้อยตามที่เกริ่นไปแล้วข้างต้น เพื่อช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ ในการจัดทำข้อกฎหมายที่จำเป็นสำหรับการต่อต้านอาชญากรรม ทางคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ส่งเสริมพัฒนาการของหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมกับการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเตรียมการต่อภัยที่จะคุกคามทางคอมพิวเตอร์ได้ดีขึ้น ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้บรรลุวัตถุประสงค์เหล่านี้ โดยจากการนำเสนอของเหล่าผู้เชี่ยวชาญ จากทั่วทั้งภูมิภาค การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์ของผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ ในการนี้ผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องกันว่า ทุกเขตเศรษฐกิจจะต้องเข้าใจในกรอบของกฎหมายสำหรับการต่อต้านอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี ซึ่งในกรอบนั้นควรจะครอบคลุมในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ กฎหมายสารบัญญัติ สำหรับป้องกันการก่ออาชญากรรม เช่น การเข้าถึงโดยไม่ได้อนุญาตในการเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ระบบคอมพิวเตอร์เกิดความเสียหาย กฎหมายวิธีพิจารณาความ ในการอนุญาตให้มีการเก็บหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถร่วมมือกันในการสืบหาและดำเนินคดีต่ออาชญากร ในกรณีที่เป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศ การใช้กฎหมายที่เป็นสากล เช่น the Council of Europe Cybercrime Convention จะช่วยให้เกิดการปรับปรุงกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ต้องมีความร่วมมือกันในกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรม ทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะต้องหาวิธีการเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างประเทศ เช่น มีความร่วมมือในการตอบสนองปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง (the 24/7 network) และปรับปรุงการทำงานให้มีความรวดเร็วในการให้ความช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่สืบสวนต่างชาติ ปัจจัยสำคัญที่การบังคับใช้กฎหมายจะได้ผล คือการสร้างขีดความสามารถของหน่วยงานที่ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย (Law Enforcement Investigative Units) ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อปราบปรามอาชญากรรมบนคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ให้ทันต่อการสืบหาและบ่งชี้การก่ออาชญากรรม เจ้าหน้าที่นักสืบจะต้องได้รับการฝึกอบรม และมีอุปกรณ์ที่เพียงพอในการทำงาน