เอ.อาร์ระบุหมดยุคคอมพิวเตอร์ราคาถูกสิ้นปีนี้

เอ.อาร์ระบุหมดยุคคอมพิวเตอร์ราคาถูกสิ้นปีนี้
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

สำนักข่าวไทย : เอ.อาร์ฯ ระบุสิ้นปีนี้หมดยุคคอมพิวเตอร์ราคาถูก เหตุชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ขาดแคลน ราคาแพงขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจฟื้นตัว เกิดภาวะดีมานด์มากกว่าซัพพลาย ขณะที่ครึ่งปีหลังเครื่องระดับราคา 25,000 บาทจะขายดี นายวิโรจน์ อัศวรังสี ผู้จัดการทั่วไป บริษัทเอ.อาร์.อินฟอร์เมชั่น แอนด์ พับลิเคชั่น จำกัด กล่าวว่า ในปีหน้าจะไม่เห็นคอมพิวเตอร์ราคาถูกวางจำหน่ายในตลาดอีกแล้ว เนื่องจากในช่วงคริสต์มาสปีนี้ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า จะเป็นช่วงที่ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ขาดตลาด เพราะเป็นช่วงที่มีกำลังซื้อและมีการหยุดงานของโรงงานผลิตชิ้นส่วน อันเป็นผลมาจากเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ โดยเฉพาะแรม ซีพียู และจอแอลซีดี จะขาดตลาดช่วงนี้ทุกปี ซึ่งจะทำให้ราคาคอมพิวเตอร์ถีบตัวสูงขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกดีขึ้น ทำให้ดีมานด์มากกว่าซัพพลาย ที่สำคัญในปีหน้าจะไม่มีคอมพิวเตอร์ไอซีทีออกมากระตุ้นตลาดเหมือนกับปีนี้ ก่อนหน้านี้เอ.อาร์.คาดการณ์ไว้ว่า ปนี้ประเทศไทยจะมียอดขายคอมพิวเตอร์รวมกันทุกประเภท 1.2 ล้านเครื่อง โตขึ้นจากปีที่แล้วที่มีอยู่ 800,000 เครื่อง โดยปีนี้แบ่งเป็นยอดขาย ครึ่งปีแรก 400,000 เครื่อง และครึ่งปีหลังอีก 800,000 เครื่อง คาดว่าเครื่องพีซีระดับราคา 25,000 บาท จะจำหน่ายได้มากที่สุดในครึ่งปีหลัง ส่วนปีหน้าคาดว่ายอดขายทั่วประเทศจะมีประมาณ 1.13 ล้านเครื่อง สาเหตุที่ลดลงจากปีนี้เพราะไม่มีคอมพิวเตอร์ไอซีทีออกมากระตุ้นตลาด นายวิโรจน์กล่าวว่า บริษัทยังจัดพฤติกรรมผู้ซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์เป็น 2 กลุ่มหลัก คือกลุ่มผู้ซื้อคอมพิวเตอร์ตามการใช้งานจริง ซึ่งจะไม่สนใจราคา ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือผู้ซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่เน้นปัจจัยด้านราคาเป็นหลัก และกลุ่มนี้มีโอกาสเปลี่ยนพฤติกรรมหันไปซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องที่สองตามการใช้งานจริงในปีหน้า ส่วนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กนั้น แม้ว่ากระทรวงไอซีทีจะนำเครื่องราคาต่ำกว่า 40,000 บาทออกมาจำหน่าย แต่เชื่อว่าจะไม่ช่วยกระตุ้นให้โน้ตบุ๊กในตลามีราคาต่ำลง เหมือนโครงการคอมพิวเตอร์พีซี ที่ไอซีทีกระตุ้นตลาดด้วยราคา 10,900 บาท เนื่องจากความต้องการโน้ตบุ๊กจากทั่วโลกยังมีสูงมาก จึงเชื่อว่าหากสิ้นสุดโครงการโน้ตบุ๊กไอซีทีแล้ว สินค้าประเภทนี้ดีดตัวไปอยู่ในระดับราคา 70,00080,000 บาทต่อเครื่องเหมือนเดิม เอ.อาร์.ยังคาดการณ์ว่า ปลายปีนี้คอมพิวเตอร์พีซีจะกลายเป็นอุปกรณ์ดิจิตอลเพื่อความบันเทิงภายในบ้าน (Digital Home Entertainment) ซึ่งจะได้เห็นจอโทรทัศน์ต่อกับเครื่องพีซีได้ หรือที่เรียกว่า เอวีไอที(AVIT) นอกจากนี้จะได้เห็นจอคอมพิวเตอร์ LCD ราคาถูกลงอีก อันเป็นผลมาจากการลดราคาของจอพลาสม่า ส่วนตลาดกล้องดิจิตอล พบว่า กล้องที่มีความละเอียด 3 ล้านพิกเซลจะเป็นตัวหลักที่ได้รับความนิยม โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1 หมื่นบาทต้นๆ

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด