คอมพ์ประกอบพันธุ์ทิพย์เข้าขั้นโคม่ายอดขายร่วง 40%

คอมพ์ประกอบพันธุ์ทิพย์เข้าขั้นโคม่ายอดขายร่วง 40%
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ฐานเศรษฐกิจ : วิกฤติค้าคอมพ์รายย่อยพันธุ์ทิพย์ ผู้ประกอบการ ชี้ไข้หวัดนกพ่นพิษ ผลกระทบต่อเนื่องคอมพ์เอื้ออาทร ทำบรรยากาศตลาด 4 เดือนแรกซึมยาว ยอดขายหด 30-40% แถมได้รับแรงบีบจากผู้ค้าส่ง ทั้งลดวงเงิน/ระยะเวลา ปล่อยเครดิต สุดท้ายหนีตายเบนเข็มธุรกิจขายสินค้าดาวรุ่ง กล้องดิจิตอล โน้ตบุ๊ก วัสดุสิ้นเปลือง พร้อมจับเข่าคุย ลดดีกรีแข่งขันดุด้านราคา นายสมบูรณ์ พิริยากูร ประธานชมรม ผู้ประกอบคอมพิวเตอร์ไทย เปิดเผยกับ "ฐาน-เศรษฐกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดคอมพิวเตอร์ประกอบ และอุปกรณ์ไอทีบนศูนย์การค้าไอทีพันธุ์ทิพย์ พลาซา ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีการ ชะลอตัวลงไปประมาณ 30-40% โดยสาเหตุหลักน่าจะมาจากภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐ-กิจภายหลังจากที่เกิดวิกฤตการณ์ไข้หวัดนก ทำให้ผู้บริโภคมีการชะลอการจับจ่ายใช้สอยลง ไป นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากโครงการคอมพิวเตอร์ไอซีทีในปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบ ต่อเนื่องทำให้ความต้องการคอมพิวเตอร์ใน ปีนี้ลดลงไป ขณะเดียวกันโครงการดังกล่าวยังส่งผลให้การแข่งขันทางด้านราคามีความรุนแรงขึ้นทำให้ผู้ค้ามีรายได้ และกำไรจากการขายสินค้าลดลง นอกจากนี้ตั้งแต่ต้นปี 2547 ผู้ประกอบการรายย่อย ยังได้รับแรงบีบจากผู้ผลิต และ ผู้ค้าส่งสินค้าไอทีในการลดระยะเวลาการให้ เครดิตและลดวงเงินเครติดลงเพื่อป้องกัน หนี้เสีย ทำให้ผู้ค้าคอมพิวเตอร์ประกอบและอุปกรณ์ไอทีรายย่อย ประสบปัญหาทางด้านสภาพคล่อง และการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจซึ่งหากสภาพธุรกิจยังเป็นเช่นนี้เชื่อว่าต่อไปผู้ค้าคอมพิวเตอร์ประกอบรายย่อยจะเริ่มหายไปจากตลาด หรือปรับเปลี่ยนไปดำเนินธุรกิจอื่นแทน เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ และฮ่องกง "ตลาดค้าคอมพิวเตอร์ประกอบราย ย่อย เริ่มมีแนวโน้มการชะลอตัวตั้งแต่ได้รับผลกระทบจากคอมพิวเตอร์เอื้ออาทรในปีที่ผ่าน มา พอมาในปีนี้มาเจอผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อันเนื่องมาจากไข้หวัดนกเข้าไปอีก ทำให้ผู้บริโภคมีการชะลอการจับ จ่ายใช้สอยลงไป โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภา-พันธ์ถึงเมษายนนี้ตลาดโดยรวมมีการชะลอตัวเป็นอย่างมาก ซึ่งคาดว่ายอดขายรวมของตลาดลดลงไป 30-40%" นายสมบูรณ์กล่าวต่อไปว่า มองว่าสถาน-การณ์ตลาดจะมีการเติบโตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงการเปิด เทอม อย่างไรก็ตามขณะนี้มีผู้ค้าคอมพิวเตอร์ประกอบและอุปกรณ์ไอทีบางรายเริ่มปรับทิศทางธุรกิจเพื่อความอยู่รอด โดยเริ่มเปลี่ยนไปขายสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาด อาทิ กล้องดิจิตอล คอมพิวเตอร์พกพา หรือโน้ตบุ๊กและวัสดุสิ้นเปลือง อาทิ กระดาษพิมพ์ และหมึกพิมพ์มากขึ้น ขณะเดียวกันทางศูนย์ได้ พยายามจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ขึ้นมาเพื่อกระตุ้นตลาด นอกจากนี้ในกลุ่มของผู้ค้าเริ่มได้มีการเจรจาหารือกันเพื่อลดการแข่งขันทางด้านราคาลงมา หรือการร่วมกันจัด โปรโมชัน ขณะเดียวกันยังมีการรวมกลุ่มเพื่อต่อรองซื้อสินค้าจากผู้ผลิต ด้านแหล่งข่าวจากร้านค้าคอมพิวเตอร์ประกอบบนห้างพันธุ์ทิพย์รายหนึ่ง กล่าวว่าขณะนี้ร้านค้าคอมพิวเตอร์ประกอบรายย่อยประสบปัญหาการดำเนินธุรกิจหลายด้านด้วยกัน ทั้งในส่วนของยอดขายและกำไรที่ลดลง ภายหลังจากการเกิดของคอมพิวเตอร์ไอซีทีปีที่ ผ่านมา หรือการแข่งขันทางธุรกิจที่มีความรุนแรงขึ้น ในขณะที่ความต้องการตลาดมีการ ชะลอตัวลงไป ซึ่งขณะนี้บริษัทได้เริ่มปรับเปลี่ยนธุรกิจมามุ่งเน้นขายสินค้ากลุ่มวัสดุ สิ้นเปลืองมากขึ้น เนื่องจากมีความต้องการในตลาดสูงและมีกำไรสูงกว่าธุรกิจขายคอมพิว-เตอร์ ขณะเดียวกันมีผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ บางราย ที่ร้านเป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ได้เริ่ม เสริมสายผลิตภัณฑ์ใหม่ทางด้านอุปกรณ์ ดิจิตอลเข้ามาเพื่อเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ใหม่ 2 ปีที่แล้วเรามียอดประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์วันละ 10-20 เครื่อง แต่ปัจจุบันมียอดประกอบเครื่องขายเฉลี่ยวันละ 5 เครื่องในขณะที่ราคาของเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ลง มาอย่างรวดเร็ว หลังจากการเกิดโครงการ คอมพิวเตอร์ไอซีทีปีที่ผ่านมาทำให้กำไรต่อเครื่องลดลงมาเหลือเครื่องละไม่กี่ร้อยบาท ซึ่งหากเราไม่มีการปรับตัวต่อไปก็คงต้องปิด กิจการลงไปแน่