เฉินเจิ้นเมืองใหม่ไฮเทค

เฉินเจิ้นเมืองใหม่ไฮเทค
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ถ้าพูดถึงเมืองไฮเทคซึ่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก็น่าจะดูที่เมืองเฉินเจิ้น (Shenzhen) แห่งประเทศจีน อันที่จริงผมเองก็ได้ไปประเทศจีนหลายครั้ง แต่สองครั้งล่าสุดนั้นก็มีโอกาสแวะที่หังโจวและเซี่ยงไฮ้ ร่วมกับดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต และอีกที่หนึ่งก็คือ เฉินเจิ้น ซึ่งก็ไปดูงานด้านการสร้างระบบเครือข่ายคอมพิว เตอร์ (Computer Network) และเครื่องมืออุปกรณ์โทรคมนาคม (Telecommunication Equipment) โดยเฉพาะคือ บริษัท หัวเหวย (Hwawei) ในระหว่างเดินทางบนเครื่องบิน ก็ได้พบบทความเรื่องการกำเนิดและการเกิดใหม่ของเมืองเฉินเจิ้น ของนิตยสารไทม์ (Time) ฉบับวันที่ 21 สิงหาคมนี้ ได้เขียนความน่าทึ่งในการเจริญเติบโตของเมืองเฉินเจิ้นด้านนโยบายของเศรษฐกิจพิเศษใกล้กับฮ่องกง ซึ่งเป็นแนวความคิดของท่าน เติ้ง เสี่ยว ผิง ผู้นำจีนใหม่ยุคสองของจีน ป้ายเชิดชู ฯพณฯ เติ้ง เสี่ยว ผิง ก่อนเข้าเมืองเป็นภาษาจีน ก็เป็นที่ชื่นชมศรัทธาของประชาชนชาวจีนมาก จากที่ได้ถามจากล่าม เดิมทีนั้น เมืองเฉินเจิ้นเป็นเมืองเล็ก ถ้าหากถามชาวจีนที่อพยพเข้ามาอยู่เมืองไทยตั้งแต่รุ่นคุณปู่ ก็จะมีเมืองซัวเถา ซึ่งเป็นเมืองชายทะเลเล็ก ๆ และมีชาวประมงซึ่งหาเช้ากินค่ำ อยู่บริเวณนั้นเป็นส่วนใหญ่ ตึกรามบ้านช่องใหญ่โตไม่มีให้เห็นเช่นปัจจุบัน ต่อมาท่านเติ้ง เสี่ยว ผิง เจ้าของแนวความคิด 4 ทันสมัยได้เลือกเมืองเฉินเจิ้นขึ้นมาในปี 1979 เพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และติดกับฮ่องกง และต้องการที่จะพัฒนาเมืองจน ๆ แห่งนี้ให้แข่งได้กับฮ่องกง ซึ่งปกครองโดยประเทศอังกฤษมาก่อนถึงจีน ในยุคแรกของการพัฒนานั้นเป็นการลงทุนทางด้านอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโรงงานผลิตรองเท้า เสื้อผ้า มีคนงานจีนจำนวนมากสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต แต่ปัจจุบันเฉินเจิ้นได้เป็นเมืองใหม่และสภาพอุตสาหกรรมการผลิตแบบเก่าได้เปลี่ยนไปถูกทดแทนด้วยบริษัทไฮเทคซึ่งเป็นการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นส่วนใหญ่ สภาพอุตสาหกรรมการผลิตแบบเก่าถูกย้ายไปฝั่งตะวันตกของประเทศจีน ส่วนเฉินเจิ้นได้รับการพัฒนาให้เป็นเมืองสวยงามน่าอยู่ สะอาด ตึก สถานที่ทำงานทันสมัย ไม่แพ้ฝั่งฮ่องกงและมีอาณาบริเวณใหญ่กว่าฮ่องกง เศรษฐกิจของเมืองเฉินเจิ้นเติบโตขึ้นประมาณ 28 เปอร์เซ็นต์ทุกปี ตั้งแต่ปี 1980 จนถึงปี 2004 จากตัวเลขของบริษัทที่ปรึกษา เอนไรท์ สก๊อต ได้คำนวณไว้ว่า การส่งออกของเฉินเจิ้นเมืองเดียวสูงถึง 101,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4 ล้านล้านบาท ก็มากกว่าประเทศไทยทั้งประเทศกว่า 3 เท่าตัว มีบริษัทขนาดใหญ่เช่น หัวเหวย ซึ่งมีอาณาบริเวณถึง 1.4 ตารางกิโลเมตร มีพนักงานที่นี่ประมาณ 30,000 คน จากทั่วทุกมุมโลก โดยจ้างนักศึกษาไอซีทีระดับหัวกะทิมาทั้งนั้น โดยประมาณ 15,000 คน เป็นนักวิจัย ซึ่งบริษัทนี้ให้ความสำคัญกับการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ เป็นตัวเลขงานวิจัยที่มากกว่าบริษัทอเมริกัน บริษัท ZTE ซึ่งก็เป็นบริษัทด้านโทรคมนาคมที่ใหญ่มากอีกแห่ง นอกจากนี้ก็ยังเป็นบริษัทที่ลงทุนสำหรับบริษัทไอซีทีทั้งด้านการส่งข้อความ บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ บริษัทวิจัยทางด้านโทรคมนาคม บริษัทวิจัยทางด้านเทค โนโลยีชีวภาพ ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากรัฐบาลจีน รวมทั้งสิทธิพิเศษจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวจีนโพ้นทะเลที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่จะมาตั้งบริษัทที่นี่ ที่เขียนมานี่ เพราะเคยเสนอความคิดนี้ในบทความหลายตอนของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยไอซีที และคิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดีในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจประเทศอย่างมีเป้าหมายและน่าสนใจ.

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด