ไอซีทีเผยภัยความมั่นคงออนไลน์แซงหน้าเวบโป๊

ไอซีทีเผยภัยความมั่นคงออนไลน์แซงหน้าเวบโป๊
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ไอซีที ชี้แนวโน้มภัยออนไลน์ยุครัฐบาลรักษาการ มุ่งเป้าความมั่นคง-หมิ่นสถาบัน แซงหน้าเวบโป๊ เล็งจัดซื้ออุปกรณ์เพิ่มประสิทธิภาพงานสืบสวนสอบสวนภัยออนไลน์ พ.ย.นี้ ทั้งเตรียมเปิดตัวโปรแกรมเฝ้าระวังความปลอดภัยบนเน็ต เวอร์ชั่นใหม่ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายวินัย อยู่สบาย หัวหน้ากลุ่มตรวจสอบการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า การตรวจสอบภัยออนไลน์พบความเปลี่ยนแปลงเป็นช่วงๆ รัฐบาลที่แล้วมีเรื่องเวบโป๊มาก หมิ่นสถาบันประปราย แต่รัฐบาลนี้มีภัยต่อความมั่นคง และหมิ่นสถาบันมากขึ้น ส่วนเวบโป๊เป็นปรากฏการณ์ปกติ ดร.ปิยะ ตัณฑวิเชียร ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ และผู้ดูแลเวบไซต์ทรูฮิต (www.truehits.net) กล่าวว่า ทรูฮิต ไม่ได้เก็บข้อมูลสถิติเวบที่ไม่เหมาะสม เวบโป๊ เวบความมั่นคง รวมถึงเวบหมิ่น ว่ามีจำนวนเท่าไร อย่างไรก็ตาม สามารถดูได้จากการคีย์เวิร์ดที่ใช้ในเสิร์ชเอ็นจิ้น ซึ่งเวบโป๊ จะมีคีย์เวิร์ดประเภทเซ็กซ์ ภาพหวิว ร่วมเพศ ยังเป็นคีย์เวิร์ดที่ได้รับความนิยม ส่วนใหญ่คนใช้อินเทอร์เน็ตจะใช้เสิร์ชเอ็นจิ้น ค้นหาเรื่อง หรือเวบไซต์ที่อยากรู้ข้อมูล "ส่วนเวบประเภทหมิ่น และความมั่นคง ก็จะคล้ายๆ กัน สามารถพิมพ์คีย์เวิร์ดคำที่คิดว่าจะเกี่ยวข้องก็เรียกลิงค์เวบไซต์ขึ้นมา ได้มากมาย โดยเฉพาะช่วงที่เกิดข่าวลือต่างๆ ก็จะเกิดคีย์เวิร์ดแบบนี้เยอะ" ดร.ปิยะ กล่าว ทั้งนี้ หากต้องการแก้ปัญหา กระทรวงไอซีทีควรขอความร่วมมือกับทางเสิร์ชเอ็นจิ้น เช่น กูเกิล ให้กรองคำหยาบ อย่างประเทศจีน หากเสิร์ชคำว่า "เทียนอันเหมิน" จะไม่ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับการนองเลือด แต่ถ้าร่วมมือกับเสิร์ชเอ็นจิ้นจริงๆ ก็อาจมีคนบอกว่าปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร "จริงๆ แล้วเรื่องนี้ ยากที่จะดำเนินการ นอกจากไอซีทีต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถตรวจสอบไอพีที่จะไป จดทะเบียนต่างประเทศได้ เพราะส่วนใหญ่เวบที่ไม่ถูกต้องเหล่านี้ มักหนีไปจดทะเบียนต่างประเทศ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ" ดร.ปิยะ กล่าว ไอซีทีเตรียมซื้ออุปกรณ์เพิ่ม นายวินัย กล่าวว่า เดือน พ.ย. นี้ ไอซีที จะจัดประกวดราคาซื้ออุปกรณ์เครื่องมือ สำหรับใช้ในศูนย์สืบสวนสอบสวนของกระทรวงให้ทันสมัยกว่าเดิม รวมทั้งฝึกอบรมบุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้เรื่องการสืบ สวนสอบสวน เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมคอมพิวเตอร์มากขึ้น โดยจะใช้งบประมาณราว 28 ล้านบาทดำเนินการ เป็นงบเหลือจ่ายจากปี 2550 จำนวน 8 ล้านบาท และงบประมาณปี 2551 อีก 20 ล้านบาท ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามหน้าที่ของทางกลุ่มคือ เฝ้าระวัง ป้องปราบ ระงับการเผยแพร่ หรือเวบไซต์ผิดศีลธรรมอันดี หมิ่นเหม่ เป็นภัยต่อความมั่นคง และอาชญากรรมข้ามชาติผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รับเรื่องราวร้องทุกข์ แล้วนำมาสืบสวนสอบสวนต่อ ขณะเดียวกัน กระทรวงยังมีแผนจะจัดทำศูนย์เฝ้าระวัง และติดตามผู้กระทำความผิดต่อความมั่นคงปลอดภัยของระบบ และป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ระบบออนไลน์ทั้งประเทศ โดยร่วมมือกับบมจ.กสท โทรคมนาคม ที่มีศูนย์ไซเฟนซ์ ปกป้องหน่วยงานต่างๆ อยู่แล้ว และมีกระทรวงไอซีทีเป็นเจ้าภาพกลาง แต่อาจไม่ทันรัฐบาลชุดนี้ เล็งเปิดตัวโปรแกรมป้องภัยพ.ย.นี้ พร้อมกันนี้ ทางกลุ่มยังมีแผนจะเปิดตัวโปรแกรมเฝ้าระวังความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต หรือเฮ้าส์ คีพเปอร์ เวอร์ชั่น 2 ประมาณปลายเดือน พ.ย. หรือต้นธ.ค. 2550 โดยแจกจ่ายแผ่น หรือให้ดาวน์โหลดโปรแกรมไปใช้ โปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่จะเสถียรขึ้น เร็วขึ้น ทั้งเปิดช่องให้เด็ก หรือประชาชนสามารถแจ้งรายชื่อเวบ หรือภัยที่พบให้ออนไลน์เข้ามาที่ศูนย์โดยตรง เพื่อศูนย์จะตรวจสอบ และปกป้องต่อไป

สนับสนุนเนื้อหาโดย