"โน้ตบุ๊กถูก"ทุบตลาด"เน็ตบุ๊ก"เดี้ยง

"โน้ตบุ๊กถูก"ทุบตลาด"เน็ตบุ๊ก"เดี้ยง
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

สมรภูมิตลาดโน้ตบุ๊กแข่งดุ ดัมพ์ราคาลงมาแตะ 1.5 หมื่นบาท พ่นพิษทุบตลาด "เน็ตบุ๊ก" ชะงัก "อัสซุส" ยอมรับช่วง 2 เดือนแรก ยอดขายเน็ตบุ๊กหดถึง 30% เตรียมปรับพอร์ตสินค้าใหม่ เพิ่มช่องทางจำหน่าย ร้านขายของเล่น-ร้านหนังสือ ด้าน "เอเซอร์" ยอดขายทรงตัว เผยโพซิชั่น ราคาใกล้เคียงกันเกินไป แถมมีข้อจำกัดการใช้งาน ขณะที่โครงข่าย 3 จี ไม่เกิด มีผลฉุดตลาด "เน็ตบุ๊ก" ไม่วิ่ง มั่นใจอนาคตตลาดจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง เตรียมจับมือโอเปอเรเตอร์ทำโปรโมชั่นอีกระลอก นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ ประเทศไทย (จำกัด) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดเน็ตบุ๊กช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา พบว่าตลาดเริ่มชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยในส่วนอีอีอีพีซีของอัสซุส พบว่ามียอดขายลดลงถึง 30% เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงปี 2551 ส่วนหนึ่งเพราะผู้บริโภคหันมาเลือกซื้อโน้ตบุ๊กแทน หลังจากโน้ตบุ๊กมีการปรับราคาลงมาใกล้เคียงกับเน็ตบุ๊ก จากตอนเปิดตลาดเน็ตบุ๊กปีที่ผ่านมาด้วยราคา 1-1.5 หมื่นบาท ขณะที่โน้ตบุ๊กราคาเฉลี่ย 2 หมื่นบาท ทำให้ยังมีกลุ่มลูกค้าเลือกซื้อเน็ตบุ๊กด้วยจุดเด่นของน้ำหนักเบา สะดวกในการพกพา แต่ปัจจุบันราคาโน้ตบุ๊กต่ำสุดของแต่ละแบรนด์เฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายรุ่น ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อโน้ตบุ๊กมากขึ้น ขณะที่เน็ตบุ๊กก็มีการเพิ่มดีไซน์และฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาขยับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ตลาดเน็ตบุ๊กยังจำกัดอยู่เฉพาะร้านค้าปลีก ไม่เข้าไปในตลาด คอร์ปอเรต หรือโปรเจ็กต์ ทำให้ช่องทางการกระจายเน็ตบุ๊กยังไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร "โดยรุ่นระดับราคา 9,900-12,900 บาท หน้าจอขนาด 9-10 นิ้ว เป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งจากการสอบถามร้านค้าที่ขายเน็ตบุ๊กแบรนด์ต่างๆ บอกว่า ถ้าสินค้าราคา 15,900 บาทขึ้นไปจะขาย ได้ยาก ดังนั้นผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาดคงต้องเข้ามาเล่นในตลาดราคาไม่เกิน 12,900 บาท มิฉะนั้นจะขายสินค้าได้ลำบาก ส่วน แบรนด์ที่ทำตลาดอยู่แล้ว การที่จะปรับราคาลงก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน เพราะใช้วัสดุที่มีต้นทุนสูงกว่า" นายพรเทพกล่าวว่า สำหรับแผนของ อัสซุสเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว คือการเพิ่มช่องทางจำหน่ายใหม่นอกเหนือจากร้านไอที เช่น การนำสินค้าจำหน่ายตามร้านขายสินค้าเอวี, ร้านหนังสือ และร้านขายของเล่นทอย อาร์ อัส เป็นต้น โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเจรจา โดยจะปรับแผนการทำตลาดอีอีอีพีซีใหม่ หากเป็นรุ่นเมนสตรีมจะหาวิธีการกระตุ้นตลาดมากขึ้น สำหรับรุ่นไฮเอนด์ก็จะเลือกวางเฉพาะร้านค้าที่เหมาะสม เช่น วางที่ร้านในสนามบินเพื่อเจาะกลุ่มชาวต่างชาติ "กลุ่มใช้งานเน็ตบุ๊กส่วนใหญ่คือ ผู้ต้องการเครื่องที่ 2 ทำให้ต้องขยายไปช่องทางจำหน่ายอื่น หากจำหน่ายอยู่แต่ไอทีช็อปจะแคบเกินไป" ด้านนายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตลาดเน็ตบุ๊กอยู่ในสภาวะชะลอตัว ไม่มีการเติบโตเหมือนปีที่ผ่านมา สาเหตุเพราะโพซิชั่นของสินค้าใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊ก ขณะที่ปัจจัยด้านการ แข่งขันและต้นทุนสินค้าที่ถูกลง ทำให้ราคาของโน้ตบุ๊กลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 1.5 หมื่นบาท ทำให้คอนซูเมอร์เกิดการเปรียบเทียบ ขณะที่ผู้บริโภคยังมองประโยชน์ของ เน็ตบุ๊กไม่ชัดเจน และฟังก์ชั่นของสินค้าที่มีข้อจำกัดการใช้งาน เช่น ไม่มีดีวีดีไดรฟ์ และจากการที่เครือข่าย 3 จี ในไทยยังไม่เกิด ทำให้ยังไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานเน็ตบุ๊กได้เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ คนหันไปเลือกซื้อโน้ตบุ๊กที่มีฟังก์ชั่นการทำงานครบถ้วนแทน อย่างไรก็ตามคาดว่าอนาคตตลาดเน็ตบุ๊กจะสามารถเติบโตได้อีกครั้ง เพราะแต่ละแบรนด์มีการปรับโพซิชั่นราคาของเน็ตบุ๊กถูกลงอยู่ที่ประมาณ 8,000-13,000 บาท แต่การปรับลดราคาของเน็ตบุ๊กก็ยังทำได้ไม่มาก เพราะมาร์จิ้นค่อนข้างต่ำ สำหรับเอเซอร์ตั้งแต่ต้นปียังสามารถประคองยอดขายเน็ตบุ๊กได้ 1.5 หมื่นต่อเดือน เพราะเอเซอร์ได้ปรับราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และเพิ่มโปรโมชั่นมากขึ้นทำให้ยอดขายยังไปได้ โดยสินค้าที่ขายดีจะอยู่ที่ระดับราคา 1.2-1.3 หมื่นบาท ขณะที่เน็ตบุ๊กในกลุ่มไฮเอนด์ราคา 1.5-1.8 หมื่นบาท ยังมีอยู่ แต่ไม่ถึง 2.4-2.5 หมื่นบาท เหมือนในช่วงแรกที่เปิดตัว ขณะเดียวกันได้เพิ่มช่องทางจำหน่ายไปยังร้านค้ามือถือ เช่น ไอโมบายช็อป และเจมาร์ท และมีแผนจะทำโปรโมชั่นร่วมกับโอเปอเรเตอร์มากขึ้น นายนิธิพัฒน์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดเน็ตบุ๊กอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นเพียงสีสันหรือกิมมิกทางการตลาดของแต่ละแบรนด์เท่านั้น และคาดว่าจะมีสินค้าให้เลือกเพียงบางรุ่น ไม่มีสินค้าครบทุกเซ็กเมนต์

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก...