ค่าไฟเดือนละเท่าไหร่ ถึงติดโซลาร์เซลล์แล้วคุ้ม?

ต้องยอมรับเรื่องหนึ่งนอกจากเรื่องของการหารถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ คือ หลายบ้านเริ่มสนใจติดตั้ง โซลาร์เซลล์ กันมากขึ้น เพราะค่าไฟเป็นหนึ่งในรายจ่ายประจำที่ลดได้ยาก โดยเฉพาะบ้านที่เปิดแอร์กลางวัน ทำงานที่บ้าน ชาร์จรถ EV หรือมีเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายเครื่อง คำถามยอดฮิตคือ “ค่าไฟเดือนละเท่าไหร่ ถึงติดโซลาร์เซลล์แล้วคุ้ม?”
วันนี้ Sanook Hitech มาเฉลยและบอกว่าคุณควรติดเมื่อต้องจ่ายไฟไฟเท่าไหร่
ค่าไฟเท่านี้แหล่ะถึงต้องติด
หากคุณดูบิลค่าไฟ 3,000 บาท จะต้องพิจารณาติดแล้ว เพราะโดยทั่วไป บ้านที่มีค่าไฟประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน มักมีการใช้ไฟอยู่ในระดับที่ระบบโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กถึงกลางสามารถช่วยลดค่าไฟได้ชัดเจน เช่น ระบบขนาดประมาณ 3 kW หรือ 5 kW ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟและงบประมาณติดตั้ง
หากบ้านใช้ไฟกลางวันเยอะ ระบบโซลาร์เซลล์จะช่วยนำไฟที่ผลิตได้มาใช้ทันที ทำให้ดึงไฟจากการไฟฟ้าน้อยลง ยิ่งใช้ไฟเองได้มากเท่าไร ความคุ้มก็ยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น
ค่าไฟแต่ละระดับ เหมาะกับการติดโซลาร์เซลล์ไหม?
| ค่าไฟต่อเดือน | ความเหมาะสมในการติดโซลาร์เซลล์ | คำแนะนำ |
|---|---|---|
| ต่ำกว่า 1,500 บาท | ยังไม่ค่อยคุ้ม | ควรลดการใช้ไฟหรือปรับพฤติกรรมก่อน เพราะระยะคืนทุนอาจนานมาก |
| 1,500-2,500 บาท | เริ่มพิจารณาได้ | เหมาะกับระบบขนาดเล็ก หรือบ้านที่ใช้ไฟกลางวันชัดเจน |
| 3,000-5,000 บาท | เริ่มน่าติด | เป็นช่วงที่ระบบโซลาร์เซลล์มีโอกาสช่วยลดค่าไฟได้เห็นผล |
| 5,000-10,000 บาท | น่าติดมาก | เหมาะกับบ้านใหญ่ โฮมออฟฟิศ บ้านที่เปิดแอร์กลางวัน หรือมี EV |
| เกิน 10,000 บาท | ควรประเมินจริงจัง | มีโอกาสคืนทุนเร็ว แต่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญออกแบบระบบให้เหมาะกับโหลดไฟ |
ดูแค่ค่าไฟยังไม่พอ
หลายคนเข้าใจว่าค่าไฟสูงเท่ากับติดโซลาร์เซลล์แล้วคุ้มเสมอ แต่ความจริงต้องดูช่วงเวลาการใช้ไฟด้วย เพราะระบบโซลาร์เซลล์แบบ On-grid ทั่วไปจะผลิตไฟช่วงกลางวัน และนำไฟมาใช้ทันทีในบ้าน ถ้าบ้านไม่มีคนอยู่กลางวัน ใช้ไฟหนักเฉพาะกลางคืน เช่น กลับบ้านมาเปิดแอร์ช่วงค่ำ โซลาร์เซลล์อาจช่วยลดค่าไฟได้น้อยกว่าที่คิด เว้นแต่จะติดแบตเตอรี่เพิ่ม ซึ่งจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและระยะคืนทุนยาวขึ้น

พฤติกรรมอยู่บ้านแบบนี้ ติดได้ติดเลย
- บ้านที่มีคนอยู่กลางวัน เช่น บ้านที่ Work from Home หรือมีผู้สูงอายุอยู่บ้าน
- บ้านที่เปิดแอร์กลางวัน เพราะแอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูง
- บ้านที่มีรถ EV และสามารถชาร์จช่วงกลางวันได้
- โฮมออฟฟิศ ร้านค้า หรือคลินิก ที่เปิดทำการช่วงกลางวัน
- บ้านที่ค่าไฟเกิน 3,000-5,000 บาทต่อเดือน และมีพื้นที่หลังคาพร้อมติดตั้ง
บ้านแบบไหนอาจยังไม่คุ้มแน่
- ค่าไฟต่ำกว่า 1,500 บาทต่อเดือน
- แทบไม่มีการใช้ไฟช่วงกลางวัน
- หลังคามีเงาบังเยอะ เช่น ต้นไม้ใหญ่ อาคารข้างเคียง หรือทิศทางหลังคาไม่เหมาะ
- มีแผนย้ายบ้านใน 1-3 ปี
- ต้องกู้เงินติดตั้งและภาระดอกเบี้ยทำให้ระยะคืนทุนยาวขึ้น
อีกแบบที่คิดมาได้คือ สมมติบ้านหนึ่งมีค่าไฟเดือนละ 4,000 บาท และติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบ On-grid ขนาดพอเหมาะกับการใช้ไฟกลางวัน หากระบบช่วยลดค่าไฟได้ประมาณ 30-50% ค่าไฟอาจลดลงเหลือประมาณ 2,000-2,800 บาทต่อเดือน หรือประหยัดได้ราว 1,200-2,000 บาทต่อเดือน
ถ้าค่าติดตั้งอยู่ในช่วงหลักแสนบาท ระยะคืนทุนอาจอยู่ประมาณ 5-8 ปี แล้วแต่ขนาดระบบ ราคาอุปกรณ์ ทิศทางหลังคา ปริมาณแดด และพฤติกรรมใช้ไฟจริง
แต่ถ้าบ้านค่าไฟเดือนละ 1,500 บาท และใช้ไฟกลางวันน้อย แม้ติดระบบขนาดเล็กก็อาจประหยัดได้เพียงไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน ทำให้ระยะคืนทุนอาจยาวเกิน 10 ปี ซึ่งอาจไม่คุ้มสำหรับบางบ้าน

ค่าไฟไทยมีอะไรอยู่ในบิล?
บิลค่าไฟไม่ได้มีแค่ค่าไฟฐานตามจำนวนหน่วยที่ใช้ แต่ยังมีค่า Ft ค่าบริการ และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยค่า Ft เป็นค่าไฟฟ้าผันแปรที่ปรับตามต้นทุนพลังงานเป็นรอบ ๆ ปัจจุบัน กฟภ. ระบุค่า Ft งวดพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 0.1623 บาทต่อหน่วย
ดังนั้น หากค่าไฟในอนาคตปรับสูงขึ้น การติดโซลาร์เซลล์ก็อาจคุ้มเร็วขึ้น แต่หากค่าไฟลดลง ระยะคืนทุนก็อาจยาวขึ้นเช่นกัน จึงควรมองเป็นการลงทุนระยะยาวมากกว่าการประหยัดทันทีในเดือนแรก
ควรติดระบบขนาดเท่าไหร่?
คำตอบขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟกลางวันเป็นหลัก ไม่ใช่เลือกจากค่าไฟรวมทั้งเดือนอย่างเดียว โดยทั่วไปควรให้ผู้ติดตั้งประเมินจากบิลค่าไฟย้อนหลัง 6-12 เดือน และดูโหลดไฟช่วงกลางวันจริง
| ลักษณะบ้าน | ขนาดระบบที่มักพิจารณา | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| บ้านขนาดเล็ก ค่าไฟราว 2,000-3,000 บาท | ประมาณ 3 kW | ใช้ไฟกลางวันพอสมควร เปิดแอร์บางช่วง |
| บ้านขนาดกลาง ค่าไฟราว 3,000-6,000 บาท | ประมาณ 5 kW | มีคนอยู่บ้านกลางวัน เปิดแอร์ ทำงานที่บ้าน |
| บ้านใหญ่หรือโฮมออฟฟิศ ค่าไฟเกิน 6,000 บาท | ประมาณ 8-10 kW หรือมากกว่า | ใช้ไฟหนัก เปิดหลายเครื่อง มี EV หรือธุรกิจในบ้าน |
ต้องติดแบตเตอรี่ไหม?
สำหรับบ้านทั่วไป ถ้าต้องการเน้นคืนทุนเร็ว ระบบ On-grid แบบไม่มีแบตเตอรี่ มักคุ้มกว่าติดแบต เพราะต้นทุนต่ำกว่าและใช้ไฟที่ผลิตได้ทันทีในช่วงกลางวัน
ส่วนแบตเตอรี่เหมาะกับบ้านที่ต้องการใช้ไฟสำรองตอนกลางคืนหรือไฟดับ แต่ต้องยอมรับว่าต้นทุนจะสูงขึ้น ทำให้ระยะคืนทุนยาวขึ้น ดังนั้นถ้าเป้าหมายหลักคือประหยัดค่าไฟ ควรเริ่มจากระบบ On-grid ก่อน แล้วค่อยพิจารณาแบตเตอรี่ตามความจำเป็น
ก่อนติดโซลาร์เซลล์ ควรเช็กอะไรบ้าง?
- บิลค่าไฟย้อนหลัง อย่างน้อย 6-12 เดือน ถ้าเฉลี่ยมไม่ถึงต้องคิดให้ดี ค่าติดไม่ได้ถูก
- พฤติกรรมใช้ไฟกลางวัน ใช้มากหรือน้อย
- พื้นที่หลังคา เพียงพอหรือไม่ มีเงาบังหรือเปล่า
- ทิศทางหลังคา เหมาะกับการรับแดดหรือไม่
- สภาพโครงสร้างหลังคา แข็งแรงพอสำหรับแผงหรือไม่
- การรับประกันแผงและอินเวอร์เตอร์ รวมถึงบริการหลังการขาย
- ขออนุญาตและมาตรฐานติดตั้ง ต้องทำให้ถูกต้องกับการไฟฟ้าและมาตรฐานความปลอดภัย
ปิดท้ายกับเรื่องที่ต้องคิด
ถ้าค่าไฟอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และบ้านใช้ไฟช่วงกลางวันพอสมควร การติดโซลาร์เซลล์เริ่มน่าสนใจและมีโอกาสคืนทุนในช่วงเวลาที่รับได้ แต่ถ้าค่าไฟเกิน 5,000 บาทต่อเดือน และใช้ไฟกลางวันเยอะ เช่น เปิดแอร์ ทำงานที่บ้าน หรือชาร์จรถ EV ช่วงแดดออก จะยิ่งมีโอกาสคุ้มเร็วขึ้น
กลับกัน หากค่าไฟต่ำกว่า 1,500-2,000 บาทต่อเดือน หรือใช้ไฟหนักเฉพาะกลางคืน การติดโซลาร์เซลล์อาจยังไม่คุ้มในเชิงการเงิน เว้นแต่ต้องการติดเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน ลดคาร์บอน หรือเตรียมรองรับการใช้ไฟในอนาคต
ดังนั้นก่อนตัดสินใจติดตั้ง อย่าดูแค่คำว่า “ลดค่าไฟได้กี่เปอร์เซ็นต์” แต่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินจากบิลจริง พฤติกรรมใช้ไฟ และพื้นที่หลังคา เพราะบ้านแต่ละหลังมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน และระบบที่คุ้มที่สุดคือระบบที่ออกแบบพอดีกับการใช้ไฟจริงของบ้านเราเอง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



