พลิกโฉมการบริหารจัดการไอที AI จะเข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงานอย่างไร?

พลิกโฉมการบริหารจัดการไอที AI จะเข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงานอย่างไร?

พลิกโฉมการบริหารจัดการไอที AI จะเข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงานอย่างไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ในปัจจุบัน AI กำลังก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การบริหารจัดการด้านไอที เพื่อเจาะลึกถึงแนวโน้มและทิศทางที่กำลังเกิดขึ้น เราได้พูดคุยกับคุณราเจส กาเนซาน ประธาน ManageEngine

และคุณณัฐวิชช์ ว่องสิทธิโรจน์ Regional Technical Head ถึงบทบาทของ AI ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนในวงการ และวิธีที่ ManageEngine ช่วยให้องค์กรนำ AI มาใช้เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุด

Q1. ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมองว่าขณะนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของ AI ในการบริหารจัดการด้านไอที ในมุมมองของ ManageEngine มีแอปพลิเคชัน AI อะไรบ้างที่กำลังแสดงให้เห็นถึงความเป็น “game-changing” แล้ว และโซลูชันของ ManageEngine จะช่วยให้องค์กรนำ AI มาใช้เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดและพลิกโฉมภูมิทัศน์ด้านไอทีได้อย่างไร?

คุณณัฐวิชช์ ว่องสิทธิโรจน์: ManageEngine คาดว่าจะมีแนวโน้มและเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ ซึ่งจะเข้ามาช่วยให้งานต่าง ๆ เป็นอัตโนมัติ ล่วงรู้และคาดการณ์ปัญหาได้ล่วงหน้า รวมถึงยกระดับประสิทธิภาพในการจัดการด้านไอทีอย่างมีนัยสำคัญด้วยพลังของ AI

 AI ได้พัฒนาออกจากช่วงเริ่มต้นจนกลายเป็นรากฐานสำคัญของการบริหารจัดการไอทียุคใหม่ สำหรับประเทศไทย มีการคาดการณ์ว่าตลาด AI จะเติบโตถึง 27.72% ระหว่างปี 2568 ถึง 2573 และมีมูลค่าประมาณ 4.29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 องค์กรต่าง ๆ กำลังบูรณาการเทคโนโลยี AI อย่างมีกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน นำกลยุทธ์การบำรุงรักษาเชิงรุกมาใช้ และทำให้กระบวนการที่ทำซ้ำ ๆ กลายเป็นอัตโนมัติ การนำ AI มาใช้เชิงกลยุทธ์ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจมหาศาล เสริมสภาพแวดล้อมใหม่ให้กับการก่อเกิดประสิทธิภาพ การสรรค์สร้างนวัตกรรม และการเติบโต

ในฐานะบริษัทชั้นนำด้านการดำเนินงานไอทีสำหรับองค์กร (ITOps) โซลูชันของ ManageEngine ช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถของ AI ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งรวมถึง:

  • Predictive AI: การผสมผสานระหว่างการวิเคราะห์และการคาดการณ์ที่ใช้รูปแบบข้อมูลเพื่อมองเห็นแนวโน้มล่วงหน้า ทำให้ผู้ใช้สามารถคาดการณ์และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตได้
  • Explainable AI: ทำให้ระบบ AI โปร่งใสมากขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาระบบที่สามารถอธิบายเหตุผล การคาดการณ์ และข้อสรุปต่างๆ ในรูปแบบที่มนุษย์สามารถเข้าใจได้
  • Generative AI: สร้างวิดีโอ แทร็กเสียง รูปภาพ และแม้กระทั่งโมเดล 3D โดยการฝึกโมเดล AI ด้วยชุดข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดในการวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ของข้อความ ตัวเลข และกราฟต่างๆ
  • AIOps: ด้วยการใช้พลังของ AI และ Machine Learning (ML) ร่วมกัน AI สำหรับการดำเนินงานด้านไอที (AIOps) สามารถช่วยแบ่งเบาภาระงาน ทำให้องค์กรสามารถดำเนินงานเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Q2. ท่ามกลางการเติบโตของการทำงานแบบไฮบริดและการใช้คลาวด์ที่เข้มข้นขึ้น ขอบเขตเครือข่ายดั้งเดิมได้เลือนหายไปเกือบหมด ทาง ManageEngine กำลังปรับกลยุทธ์ด้านการรักษาความปลอดภัยและการจัดการการเข้าถึงในสภาพแวดล้อมใหม่นี้อย่างไร และมีนวัตกรรมด้านโซลูชันใดที่กำลังถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรับมือกับความท้าทายทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้?

คุณณัฐวิชช์ ว่องสิทธิโรจน์: เราจะมุ่งเน้นไปที่การบูรณาการโซลูชันของเราเข้ากับระบบนิเวศการบริหารจัดการไอทีขององค์กร เพื่อให้มั่นใจในกระบวนการทำงานอัตโนมัติที่ราบรื่นและปลอดภัย การจัดการการเข้าถึง การปรับใช้ต่อเนื่อง และอื่นๆ โซลูชันนวัตกรรมที่ ManageEngine กำลังพัฒนาสำหรับปี 2568 และต่อจากนั้น ครอบคลุมถึง:

  • การส่งเสริมให้ทุกคนในองค์กรมีบทบาทในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
  • การทำให้องค์กรมีโปรแกรมการมีส่วนร่วมด้านความปลอดภัยของพนักงานอย่างต่อเนื่อง และการจัดเตรียมเครื่องมือและบริการแบบบริการตนเองที่เหมาะสมให้กับพนักงาน
  • การใช้โมเดลการกำกับดูแลแบบกระจายเพื่อให้เกิดการปฏิบัติตามข้อกำหนด องค์กรจำเป็นต้องสร้างกรอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดแบบกระจาย ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการกับข้อผิดพลาดหรือการไม่สอดคล้องที่ถูกพบในระหว่างการตรวจสอบ และสามารถวิเคราะห์หาสาเหตุของเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

 250050

Q3. ในปัจจุบัน การทำงานอัตโนมัติได้กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อร้อนที่องค์กรต่าง เร่งนำมาใช้ แต่ก็มีความกังวลว่ามันอาจกระทบต่อการจ้างงานในสายไอที ManageEngine มองว่าควรสร้างสมดุลระหว่างการเร่งใช้ระบบอัตโนมัติกับบทบาทของบุคลากรมนุษย์อย่างไร และคุณเห็นอนาคตของผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในโลกที่เทคโนโลยีอัตโนมัติกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างไร?

คุณราเจส กาเนซาน: ความจริงที่ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีต้องยอมรับและเข้าใจคือ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผ่านวงจรของการเปลี่ยนแปลง หรือที่เรียกว่าดิสรัปชันที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรมองสิ่งที่เกิดขึ้นให้เป็นโอกาสในการเติบโตและการพัฒนาทั้งในระดับบุคคลและองค์กร แทนที่จะกลัวความเสี่ยงในการสูญเสียงาน ทุกครั้งที่เกิดการเปลี่ยนแปลง เราจะได้เห็นโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นสำหรับผู้เชี่ยวชาญที่เตรียมตัวมาอย่างดีเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น

ในขณะที่การทำงานอัตโนมัติช่วยดูแลงานปฏิบัติการทั่วไป องค์กรสามารถมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ เช่น การพัฒนาพนักงานและประสบการณ์ของลูกค้า การเสริมสร้างความปลอดภัย การเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงานและธุรกิจ การสร้างความแตกต่างโดยการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว เป็นต้น ที่ ManageEngine เราดำเนินงานภายใต้สมมติฐานที่ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งต่อไปกำลังจะมาถึง

ดังนั้นเราจึงรักษาทัศนคติเชิงบวกเพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสที่จะนำมา วิสัยทัศน์และปรัชญาของเราคือการสร้างพนักงานและระบบนิเวศของพันธมิตรและลูกค้าให้มีความคล่องตัวและพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เราทำเช่นนี้ทั้งด้วยเทคโนโลยีและรูปแบบการดำเนินงานของเรา

 ai-human

Q4. ManageEngine เป็นที่รู้จักในด้านของความคุ้มค่า เมื่อบริษัทได้เพิ่มฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างต่อเนื่อง คุณจะรักษาความได้เปรียบเชิงการแข่งขันนี้ไว้อย่างไร โดยไม่ลดทอนความนวัตกรรมหรือทำให้ฐานลูกค้าหลักรู้สึกกังวล?

คุณราเจส กาเนซาน: ความคุ้มค่าของ ManageEngine มาจากค่านิยมและความเชื่อที่เราดำเนินธุรกิจมาอย่างประสบความสำเร็จมามากกว่าสองทศวรรษ ไม่ใช่มาจากการใช้โมเดลทางการเงินเพื่อดึงเงินทุกบาทจากลูกค้าของเรา เราเชื่อในการดำเนินงานในระยะยาว

เรียนรู้และเข้าใจเทคโนโลยีที่เราพัฒนาอย่างลึกซึ้ง พัฒนาโซลูชันทั้งหมดแบบครบวงจรโดยเริ่มจากพื้นฐานและเติบโตขึ้นมาด้วยความรู้ ความสามารถ และทรัพยากรภายในองค์กร (Organically) และดำเนินงานแบบอิสระในรูปแบบบริษัทที่เริ่มต้นและเติบโตด้วยทุนของตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาการลงทุนจากภายนอก (Boot-strapped Private Company) ทำให้ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรก เพราะเราไม่มีผู้ถือหุ้นภายนอกที่ต้องตอบสนอง 

บริษัทที่พึ่งพาบริษัทอื่นในการจัดหาเทคโนโลยี เช่น AI หรือโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องผลักภาระต้นทุนไปยังลูกค้า และส่วนใหญ่ยังดำเนินงานภายใต้แรงกดดันในการนำเสนอผลประกอบการที่ดีขึ้นในแต่ละไตรมาส สำหรับManageEngine เราเข้าใจว่าลูกค้าคาดหวังให้ AI เป็นส่วนสำคัญของผลิตภัณฑ์ของเราโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในแบบมีนัยสำคัญ

เนื่องจากเราพัฒนาและดำเนินงานเทคโนโลยีทั้งหมดของตัวเองอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งรวมถึงความสามารถด้าน AI และเราไม่มีแรงกดดันจากภายนอก เราจึงสามารถรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันที่เป็นเอกลักษณ์ของ ManageEngine ได้ต่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล