จะเกิดอะไรขึ้นถ้า Thai ID ล่ม! ส่งผลร้ายแรงกว่าที่คิด

ก่อนหน้านี้พูดถึงโครงการ "เที่ยวไทยคนละครึ่ง" ที่ทำให้ระบบล่มไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วมีอีกปัญหาค่อระบบ ThaiID ซึ่งเป็นระบบบัดรประชาชนดิจิทัล ก็มีปัญหาไปด้วย ส่งผลเรียกว่าแรงกระทบทุกฝ่าย วันนี้เรามาดูกันว่า ผลกระทบที่ ThaiID ล่มทำให้เกิดอะไรบ้างขึ้น
สรุปผลกระทบของ Thai ID ใช้งานไม่ได้
ในกรณีที่ระบบ Thai D หรือบัตรประชาชนดิจิทัลไม่สามารถใช้งานได้ ไม่ว่าจะเกิดจากระบบล่ม, การปิดปรับปรุง หรือปัญหาการเชื่อมต่อ จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในยุคที่สังคมกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) โดยสร้างผลกระทบหลักๆ 3 ด้านคือ ต่อประชาชน, ต่อหน่วยงาน (ทั้งรัฐและเอกชน), และต่อความเชื่อมั่นในนโยบายดิจิทัลของภาครัฐ ขอแบ่งออกเป็น 3 ข้อดังนี้
1. ผลกระทบต่อประชาชน (End-User)
เรามาดูผลกระทบที่ตรงๆ กับประชาชนเลยที่ร้ายแรงมากมายไม่ว่าจะเป็น
-
ไม่สามารถยืนยันตัวตนในสถานการณ์สำคัญ:
-
การติดต่อราชการ: ไม่สามารถใช้ ThaiD เพื่อยื่นเอกสารหรือยืนยันตัวตนที่หน่วยงานราชการ เช่น ที่ว่าการอำเภอ, สำนักงานที่ดิน, กรมสรรพากร ทำให้ต้องเสียเวลากลับไปหาบัตรประชาชนตัวจริง หรือไม่สามารถทำธุรกรรมในวันนั้นได้เลย
-
การเดินทาง: ผู้ที่วางแผนใช้ ThaiD แสดงตนเพื่อขึ้นเครื่องบินที่สนามบินภายในประเทศ จะไม่สามารถเดินทางได้หากไม่มีบัตรจริง ซึ่งอาจนำไปสู่การตกเครื่องและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
-
การติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงิน: ไม่สามารถใช้ในการเปิดบัญชี, ทำธุรกรรมสำคัญ หรือยืนยันตัวตนตามมาตรการ NDID (National Digital ID) ได้ ทำให้กระบวนการทางการเงินหยุดชะงัก
-
-
เสียโอกาสในการรับบริการหรือสิทธิประโยชน์:
-
ในกรณีที่ภาครัฐมีโครงการที่ต้องยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD เพื่อรับสิทธิ์ หากแอปฯ ล่มในช่วงเวลาสำคัญ อาจทำให้ประชาชนเสียโอกาสนั้นไป
-
-
ความไม่สะดวกและเสียเวลา: วัตถุประสงค์หลักของ ThaiD คือการลดการพกพาเอกสารและอำนวยความสะดวก แต่เมื่อระบบล่ม ผู้ใช้ต้องย้อนกลับไปใช้วิธีเดิมคือการใช้บัตรแข็ง ซึ่งสร้างความยุ่งยากโดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่ได้พกบัตรไว้ตลอดเวลา

2. ผลกระทบต่อหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน
-
กระบวนการบริการประชาชนหยุดชะงัก
-
หน่วยงานราชการ: เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบหรือยืนยันตัวตนของผู้มาติดต่อได้ ทำให้งานบริการล่าช้า เกิดแถวคอยาวนานขึ้น และอาจต้องปฏิเสธการให้บริการในวันนั้นๆ
-
สายการบิน: เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินต้องจัดการกับปัญหาผู้โดยสารที่ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนฉบับจริง ทำให้กระบวนการเช็กอินและขึ้นเครื่องล่าช้า และอาจส่งผลกระทบต่อตารางการบินโดยรวม
-
ภาคธุรกิจ: ธุรกิจที่เริ่มนำ ThaiD ไปใช้ในระบบสมาชิก, การยืนยันตัวตนเพื่อรับบริการ หรือทำสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ จะไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้
-
-
ภาระงานของเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น: เจ้าหน้าที่ต้องรับมือกับคำถาม, ข้อร้องเรียน และความไม่พอใจของประชาชนที่ระบบล่ม ซึ่งเป็นภาระงานด้านอารมณ์และทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
3. ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและนโยบายภาพใหญ่
-
ลดทอนความน่าเชื่อถือของบริการดิจิทัลภาครัฐ: เหตุการณ์ระบบล่มบ่อยครั้ง บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อโครงการ Digital Government ทำให้คนไม่กล้าที่จะพึ่งพาระบบดิจิทัลอย่างเต็มที่ และยังคงมองว่าการพกพาเอกสารฉบับจริงเป็นสิ่งที่จำเป็นและน่าเชื่อถือกว่า
-
อุปสรรคต่อการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัล: หากระบบที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่าง ThaiD ขาดเสถียรภาพ ย่อมเป็นอุปสรรคต่อการผลักดันนโยบายอื่นๆ ที่ต้องพึ่งพาการยืนยันตัวตนดิจิทัล เช่น การเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต, การทำประชามติออนไลน์ หรือการใช้บริการสุขภาพทางไกล (Telemedicine)
-
เกิดคำถามด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure): ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความสามารถในการรองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก (Scalability) และแผนการรับมือเหตุฉุกเฉิน (Contingency Plan) ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ด้งนั้นในเรื่องของผลกระทบของ ThaiID ที่ใช้ไม่ได้นั้นรุนแรงกว่าแค่ความไม่สะดวกส่วนบุคคล แต่มันสั่นคลอนรากฐานของระบบนิเวศดิจิทัลทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งทำให้การใช้งานนั้นอาจจะส่งผลกระทบวงกว้างถึงกับระบบอื่นๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ได้แค่การลงทะเบียน เที่ยวไทยคนละครึ่ง อย่างเดียวนะ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



