จะเกิดอะไรขึ้นถ้า Thai ID ล่ม! ส่งผลร้ายแรงกว่าที่คิด

จะเกิดอะไรขึ้นถ้า Thai ID ล่ม! ส่งผลร้ายแรงกว่าที่คิด

จะเกิดอะไรขึ้นถ้า Thai ID ล่ม! ส่งผลร้ายแรงกว่าที่คิด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ก่อนหน้านี้พูดถึงโครงการ "เที่ยวไทยคนละครึ่ง" ที่ทำให้ระบบล่มไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วมีอีกปัญหาค่อระบบ ThaiID ซึ่งเป็นระบบบัดรประชาชนดิจิทัล ก็มีปัญหาไปด้วย ส่งผลเรียกว่าแรงกระทบทุกฝ่าย วันนี้เรามาดูกันว่า ผลกระทบที่ ThaiID ล่มทำให้เกิดอะไรบ้างขึ้น

สรุปผลกระทบของ Thai ID ใช้งานไม่ได้ 

ในกรณีที่ระบบ Thai D หรือบัตรประชาชนดิจิทัลไม่สามารถใช้งานได้ ไม่ว่าจะเกิดจากระบบล่ม, การปิดปรับปรุง หรือปัญหาการเชื่อมต่อ จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในยุคที่สังคมกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) โดยสร้างผลกระทบหลักๆ 3 ด้านคือ ต่อประชาชน, ต่อหน่วยงาน (ทั้งรัฐและเอกชน), และต่อความเชื่อมั่นในนโยบายดิจิทัลของภาครัฐ ขอแบ่งออกเป็น 3 ข้อดังนี้

1. ผลกระทบต่อประชาชน (End-User)

เรามาดูผลกระทบที่ตรงๆ กับประชาชนเลยที่ร้ายแรงมากมายไม่ว่าจะเป็น

  • ไม่สามารถยืนยันตัวตนในสถานการณ์สำคัญ:

    • การติดต่อราชการ: ไม่สามารถใช้ ThaiD เพื่อยื่นเอกสารหรือยืนยันตัวตนที่หน่วยงานราชการ เช่น ที่ว่าการอำเภอ, สำนักงานที่ดิน, กรมสรรพากร ทำให้ต้องเสียเวลากลับไปหาบัตรประชาชนตัวจริง หรือไม่สามารถทำธุรกรรมในวันนั้นได้เลย

    • การเดินทาง: ผู้ที่วางแผนใช้ ThaiD แสดงตนเพื่อขึ้นเครื่องบินที่สนามบินภายในประเทศ จะไม่สามารถเดินทางได้หากไม่มีบัตรจริง ซึ่งอาจนำไปสู่การตกเครื่องและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

    • การติดต่อธนาคาร/สถาบันการเงิน: ไม่สามารถใช้ในการเปิดบัญชี, ทำธุรกรรมสำคัญ หรือยืนยันตัวตนตามมาตรการ NDID (National Digital ID) ได้ ทำให้กระบวนการทางการเงินหยุดชะงัก

  • เสียโอกาสในการรับบริการหรือสิทธิประโยชน์:

    • ในกรณีที่ภาครัฐมีโครงการที่ต้องยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD เพื่อรับสิทธิ์ หากแอปฯ ล่มในช่วงเวลาสำคัญ อาจทำให้ประชาชนเสียโอกาสนั้นไป

  • ความไม่สะดวกและเสียเวลา: วัตถุประสงค์หลักของ ThaiD คือการลดการพกพาเอกสารและอำนวยความสะดวก แต่เมื่อระบบล่ม ผู้ใช้ต้องย้อนกลับไปใช้วิธีเดิมคือการใช้บัตรแข็ง ซึ่งสร้างความยุ่งยากโดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่ได้พกบัตรไว้ตลอดเวลา

batch_screenshot_20240223_105

2. ผลกระทบต่อหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

  • กระบวนการบริการประชาชนหยุดชะงัก

    • หน่วยงานราชการ: เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบหรือยืนยันตัวตนของผู้มาติดต่อได้ ทำให้งานบริการล่าช้า เกิดแถวคอยาวนานขึ้น และอาจต้องปฏิเสธการให้บริการในวันนั้นๆ

    • สายการบิน: เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินต้องจัดการกับปัญหาผู้โดยสารที่ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนฉบับจริง ทำให้กระบวนการเช็กอินและขึ้นเครื่องล่าช้า และอาจส่งผลกระทบต่อตารางการบินโดยรวม

    • ภาคธุรกิจ: ธุรกิจที่เริ่มนำ ThaiD ไปใช้ในระบบสมาชิก, การยืนยันตัวตนเพื่อรับบริการ หรือทำสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ จะไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้

  • ภาระงานของเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น: เจ้าหน้าที่ต้องรับมือกับคำถาม, ข้อร้องเรียน และความไม่พอใจของประชาชนที่ระบบล่ม ซึ่งเป็นภาระงานด้านอารมณ์และทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง

thai-id 

3. ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและนโยบายภาพใหญ่ 

  • ลดทอนความน่าเชื่อถือของบริการดิจิทัลภาครัฐ: เหตุการณ์ระบบล่มบ่อยครั้ง บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อโครงการ Digital Government ทำให้คนไม่กล้าที่จะพึ่งพาระบบดิจิทัลอย่างเต็มที่ และยังคงมองว่าการพกพาเอกสารฉบับจริงเป็นสิ่งที่จำเป็นและน่าเชื่อถือกว่า

  • อุปสรรคต่อการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัล: หากระบบที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่าง ThaiD ขาดเสถียรภาพ ย่อมเป็นอุปสรรคต่อการผลักดันนโยบายอื่นๆ ที่ต้องพึ่งพาการยืนยันตัวตนดิจิทัล เช่น การเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต, การทำประชามติออนไลน์ หรือการใช้บริการสุขภาพทางไกล (Telemedicine)

  • เกิดคำถามด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure): ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความสามารถในการรองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก (Scalability) และแผนการรับมือเหตุฉุกเฉิน (Contingency Plan) ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ด้งนั้นในเรื่องของผลกระทบของ ThaiID ที่ใช้ไม่ได้นั้นรุนแรงกว่าแค่ความไม่สะดวกส่วนบุคคล แต่มันสั่นคลอนรากฐานของระบบนิเวศดิจิทัลทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งทำให้การใช้งานนั้นอาจจะส่งผลกระทบวงกว้างถึงกับระบบอื่นๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ได้แค่การลงทะเบียน เที่ยวไทยคนละครึ่ง อย่างเดียวนะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล