
กลับมาพบกับรีวิวจากทีม Sanook Hitech กันอีกครั้ง สำหรับอรบนี้ใครมองหา Tablet ที่บางเบาและสามารถใช้ทำงานได้ดีอีกรุ่น สเปกต้องมาเต็มๆ วันนี้ Sanook Hitech ขอนำเสนอ MatePad Air 11.5 ใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน มาดูกันว่าสเปกของเครื่องจะเป็นอย่างไร
รายละเอียดสเปกของ HUAWEI MatePad Air 11.5 นิ้ว
แกะกล่อง

แรกเห็นรูปร่างหน้าตาของ HUAWEI MatePad Air 11.5 นิ้ว
เริ่มต้นกับหน้าจอของเครื่องจะมีเป็นแบบ Full View Display ความละเอียด 2.8K Refresh Rate 144Hz แบบ Adaptive ปรับได้ตั้งแต่ 30, 60, 120 และสูงสุด 144Hz ทั้งนี้ยังล็อคหน้าจอ พร้อมระบบคาดคะเนเกี่ยวกับพิกเซล และรองรับ 3D Gaming แถมยังได้ความสว่าง 500 nits อัตราส่วน 3:2 ถือว่าใหญ่พอสมควรแต่สู้แสงได้ดีมาก ตำแหน่งกล้องติดตั้งในแนวนอนพร้อมกับเซนเซอร์วัดแสงอยู่ภายใน

รอบตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 6.4 มิลลิเมตร มาพร้อมกับลำโพงทั้ง 4 จุดทางด้านข้าง พร้อมกับปุ่มกดเปิด / ปิดเครื่องอยู่ทางฝั่งซ้าย และฝั่งขวาจะมีช่องเสียบ USB-C มาให้


ส่วนนมีไมโครโฟน, ปุ่มปรับระดับเสียง และ แท่นชาร์จไฟ HUAWEI M-Pencil Generation 2 มาให้


ส่วนล่างจะมีฐานเพื่อวางสำหรับ Keyboard

ด้านหลังของเครื่องจะมาพร้อมกับตำแหน่งของกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซลพร้อมกับ LED Flash ที่ออกแบบได้สวยงาม และน้ำหนักเบาเพียง 508 กรัมเท่านั้น
การแสดงผลภาพ / ระบบเสียง
หน้าจอรอบนี้ให้มาแบบ Full View Display ความละเอียด 2.8K Refresh Rate 144Hz แบบ Adaptive ปรับได้ตั้งแต่ 30, 60, 120 และสูงสุด 144Hz ทั้งนี้ยังล็อคหน้าจอ พร้อมระบบคาดคะเนเกี่ยวกับพิกเซล และรองรับ 3D Gaming แถมยังได้ความสว่าง 500 nits เมื่อใช้งานจริงพบว่าสามารถตอบสนองในการเล่นเกมได้อย่างดี
ส่วนระบบเสียงรอบนี้มีการปรับจูนโดย HUAWEI Histen 2.0 ใหม่ที่ทำให้เสียงที่ออกมาตอบโจทย์การใช้งานไดดี และนอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth ได้อีกด้วย
ประสิทธิภาพของเครื่อง

ขุมพลัง Snapdragon 888 มีระบบระบายความร้อน Graphite และมีการออกแบบระบายความร้อนที่ผ่านทั้งหมด 4 ชั้นพื้นที่กว่า 30,320 ตารางมิลลิเมตร และทำให้ CPU ทำได้ดีกว่าเดิม 20% รองรับ Wi-Fi 6, แบตเตอรี่ 8300 mAh แม้ว่าขุมพลังอาจจะไม่ได้ใหม่มากแต่ว่าการทำงานของเครื่องจากการทดสอบประสิทธิภาพที่ออกมาถือว่าทำได้โดดเด่นและลื่นไหลอย่างดี ที่สำคัญรุ่นนี้รองรับ 4G LTE ใส่ซิมใช้งานได้สะดวกมากขึ้น

HUAWEI MatePad Air ขนาด 11.5 นิ้วจะได้หน้าจอที่ใหญ่โตกับระบบปฏิบัติการ Harmony OS 3.1 ที่สามารถตอบสนองการทำงานได้ดีและทำงานแบบ Multi-Tasking ได้อย่างดี

HUAWEI Note (icon สีฟ้า)



การทำ Cross Color App Color Capture เลือกสีอยู่ผ่านโปรแกรมอื่นหรือหน้าเว็บอื่นได้ และ Snap 2.0 เลือกทั้งภาพ และ Text ได้ แต่รอบนี้สามารถคัดลอกจากรูปภาพที่เอียงอยู่ให้ตรงได้ (English ก่อนนะ ไทยรอก่อน)
HUAWEI Super HUB : สามารถลากภาพไปมาหรือจะใส่อุปกรณ์ใน HUAWEI ID เดียวกัน ก่อนถึงจะสามารถทำได้ โดยเราจะต้องเลือกรูปภาพก่อน สูงสุด 15 รูปด้วยกัน แตะมาไว้ที่ HUB อยู่ทางขวามือและสามารถกดสลับอุปกรณ์ ภาพจะไม่ได้อยู่ในความจำเครื่องแต่จะอยู่ใน HUB แถมยังทำได้ตั้งแต่แคปเจอร์จากเว็บไซต์, ตัวหนังสือ ก็สามารถใส่กับ Super HUB ได้ด้วย
นอกจากนี้ Super Device สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ Tablet ข้ามไปมาได้ด้วย และ กล้องก็มีเทคโนโลยี Follower Camera 2.0 ที่ติดตามใบหน้าให้อยู่ตรงกลางเฟรม ถ้ามีคนอยู่คู่กันก็จะละขยายออกให้สมดุล
ตัวอย่างภาพถ่ายจาก HUAWEI MatePad Air 11.5
(กล้องหลัง)





(กล้องหน้า)

แบตเตอรี่ / ระบบชาร์จไฟ

สุดท้ายกับ แบตเตอรี่ขนาด 8300 mAh โดดเด่นที่ขนาดใหญ่แต่ยังคงบางเฉียบ เมื่อใช้งานจริงถ้าไม่ได้ใช้เยอะ อยู่ได้ทั้งวันแต่ถ้าใช้งานหนักก็อาจจะ หมดระหว่างวันได้เช่นเดียวกัน แต่ก็ยังอึดอยู่ดี ถ้าจะทำให้หมดต้องเล่นเกมหนักๆ
ส่วนระบบชาร์จไฟรองรับสูงสุด 40W ถือว่าไวอยู่สำหรับ Tablet

สำหรับคนที่ใครอยากได้ HUAWEI Tablet ที่เบาคล่องตัวทำงานได้เล่นเกมได้อีก นี่เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจเพราะคุณได้ครบทุกอย่าง แถมยังได้ความบางเบา มาเป็นของแถมอีกด้วยเช่นเดียวกัน การใช้งานอาจจะต้องปรับตัวสักหน่อย ถ้ารับได้ผมว่าเป็นอีก Tablet ที่ดีเลย
HUAWEI MatePad Air (8+256GB LTE) วางจำหน่ายในราคา 22,990 บาท โดยลูกค้าสามารถพรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 – 12 มกราคม 2567 รับทันที HUAWEI Smart Keyboard มูลค่า 4,990 บาท HUAWEI M-Pencil (รุ่นที่ 2) มูลค่า 4,490 บาท HUAWEI Bluetooth Mouse มูลค่า 1,490 บาท HUAWEI FreeBuds Pro 2 มูลค่า 6,499 บาท และ WeTV VIP 3 เดือน มูลค่า 429 บาท (100 สิทธิ์แรก) ช่องทางขายมีเฉพาะ Lazada เท่านั้น
อัลบั้มภาพ 26 ภาพ