
กลับมาพบกับรีวิวจากทีม Sanook Hitech กันอีกครั้ง ในรอบนี้ สำหรับคนที่มองหา Smart Watch เรือนใหม่ของ Samsung ที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่ารุ่นนี้จะดีไหม วันนี้พบกับรีวิว Samsung Galaxy Watch 6 รุ่นเริ่มต้นที่มีจุดเด่นมากมายและมันจะน่าใช้แค่ไหน มาเริ่มกันเลยครับ


สำหรับรอบนี้ทีม Sanook Hitech ได้รับเป็นรุ่นพื้นฐานสุด ที่ออกแบบดูสปอร์ดและดูพร้อมให้คุณใส่ออกกำลังกายมากกว่า เริ่มต้นกับขนาดตัวหน้าจอที่ 40 มิลลิเมตร (จริงๆ จะมีขนาด 44 มิลลิเมตร ให้เลือกด้วย) ความแตกต่างที่เห็นได้ทันทีคือหน้าจอของ Galaxy Watch 6 จะมีขนาดใหญ่กว่า Watch 5 และ Watch 4 เพราะขอบหน้าจอจะชิดมากยิ่งขึ้น ครอบทับด้วยกระจก Sapphire Crystal Glass

รอบตัวเรือนยังคงเป็นวัสดุอลูมิเนียม โดยมีให้เลือกพื้นฐาน 2 สีคือ สีเงิน และ สีดำเท่านั้น ทั้งนี้เครื่องที่ได้มาลองเป็นสายสีดำ และ ตัวเรือนสีเงิน ช่วยให้ดูเข้มแบบแมนๆ ฝั่งซ้ายข้างใต้จะมีลำโพงในตัว

ฝั่งขวาของจะเป็นที่อยู่ของไมโครโฟน, ปุ่มกดโดยปุ่มบนเป็นปุ่มที่มีเครื่องหมายสีแดงจะเพื่อกดสั่งงานระบบคำสั่งเสียง ส่วนปุ่มล่างจะไว้ สำหรับใช้กดเมนูลัดได้เช่นเดียวกัน


ด้านบนและล่างจะมีที่อยู่ของสาย และมีไมโครโฟนอีกจุดที่อยู่ด้านบนอีกตัว

พลิกมาด้านล่างจะมาพร้อมกับระบบวัดชีพจร ที่รอบนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะยังมีฟีเจอร์ตรวจจับสุขภาพได้รอบตัว ซึ่งสามารถจับได้ทั้ง ECG, เซนเซอร์จับการเคลื่อนไหวที่ทำงานร่วมกับระบบเตือนการล้มหรือ Fall Detection ด้วย และอีกสิ่งที่เปลี่ยนไปชัดเจนในส่วนนี้คือสาย เดิมที่การเปลี่ยนสายเขาบอกว่าทำได้ยากเพราะต้องปลดเดือยเพื่อเปลี่ยน แต่ว่าครั้งของ Samsung ถูกเปลี่ยนเป็นแบบกดแทน


ส่วนตัวสายนั้นเปลี่ยนไปเพราะรอบนี้การปลดสายทำได้ง่ายเพราะใช้ปุ่มกด ซึ่งรอบนี้ไเราได้มาเป็นเวอร์ชั่นจริง ทำให้การกดนั้นทำได้ง่าย แต่พูดตรงๆ ว่าปุ่มมันเเล็กไปหน่อยทำให้การกดนั้นค่อนข้างยากหากไม่ได้มีเล็บไว้กด แต่ข่าวดีใครที่มีสายเดิมหรืออยากเปลี่ยนสายทั่วไป ยังทำได้เหมือนเดิม แค่หาสายขนาด 20 มิลลิเมตร มาก็พอแล้ว และมีสายให้เลือกเยอะหลากหลายรูปแบบอีกเช่นเคย


ความแตกต่างจาก Samsung Galaxy Watch 6 Classic

เรื่องนี้จะต้องพูดกันสักหน่อยเพราะจริงๆ มันจะมีความแตกต่างอยู่สำหรับคนที่สงสัยว่ารุ่นไหนจะเหมากับคุณเพราะปีนี้ตัวเลือกอย่างตัวท็อปจะเป็น Classic สิ่งที่แตกต่างกันนั่นคือ

น้ำหนัก / การสวมใส่

ถือว่าไม่ได้แตกต่างจากเดิมเท่าไหร่ ทำให้ในเรื่องของการ แต่การสวมใส่ยังทำได้ง่ายเหมือนเดิม ทั้งคนมือเล็กและมือใหญ่ ทั้งนี้ความง่ายการถอดสายอาจจะทำให้คุณเปลี่ยนสายได้มากขึ้น
การเชื่อมต่อกับมือถือ

สำหรับการเชื่อมต่อของ Samsung Galaxy Watch 6 ยังคงต้องใช้ Application อย่าง Galaxy Wearable ถ้าเป็นมือถือ Samsung เองจะมีติดตั้งมาให้อยู่แล้วแทบทุกรุ่น แต่ว่า ถ้าเป็นมือถือยี่ห้ออื่นต้องติดตั้ง Plug-in เพื่อให้สามารถส่ังงานได้ แต่อาจจะใช้งานไม่ได้ทุกฟังก์ชั่น ส่วนระบบปฏิบัติการ iOS ยังไม่สามารถทำได้
ฟีเจอร์ทั่วไปที่สามารถทำได้

มาดูในเรื่องฟีเจอร์ทั่วไป สำหรับ Samsung Galaxy Watch 6 จะใช้ One UI 5 สำหรับ Smart Watch และยังมีระบบปฏิบัติการ WearOS ใหม่ที่ทำให้การทำงานของเครื่องนั้นรวดเร็ว และยังดาวน์โหลด Application ผ่านทาง Google Play Store แทบทุก Apps โดยมีความจำภายใน 16GB และ RAM 2GB และขุมพลัง Exynos W930 ใหม่ สิ่งที่เพิ่มเติมก็คือ

ทั้งนี้รุ่นเก่าไม่ต้องน้อยใจเพราะถ้าคุณอัปเดต One UI 5 ตามกำหนดที่ออกมา จะได้ฟีเจอร์แบบนี้ทั้งหมด
ฟีเจอร์การดูแลสุขภาพ

นอกจากฟีเจอร์ทั่วไปที่จัดหนักกว่าเดิมแล้ว มาดูฟีเจอร์ในเรื่องการดูแลสุขภาพกันบ้างดีกว่าเพราะในรอบนี้ก็มีฟีเจอร์ที่จัดหนักกว่าเดิม ตั้งแต่ฟีเจอร์การออกำลังกายที่สามารถตั้งค่าได้ทั้งแบบอัตโนมัติ หรือจะเป็นโหมดให้กดที่สามารถเลือกได้มากและคาดว่าจะเกิน 100 แบบ แต่ว่าการออกแบบ icon ใหม่น่าดูกว่าเดิม แถมยังสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นการออกกำลังกายในร่ม, การวิ่งในร่วม, การออกกำลังกายการแจ้ง แตกต่างดังนี้
นอกจากนี้ในเรื่องการดูแลสุขภาพอื่นๆ ยังมีมาให้ครบๆ ได้แก่

แบตเตอรี่ / ระบบชาร์จไฟ

เห็นตัวเล็กแค่ 40 มิลลิเมตร แบบนี้ ยังให้แบตเตอรี่ขนาด 300 mAh โดยเปิดให้มีการแจ้งเตือน และออกกำลังกายพบว่าจะต้องไปชาร์จไฟทันที แต่ถ้าใช้แค่ Mode Smart Watch จะอยู่ได้ที่ 2 วันถือว่านานอยู่ แต่อาจจะไม่ได้นานเท่ากับ Galaxy Watch 5 Pro หรือ Galaxy Watch 6 Classic รวมถึงรุ่นใหญ่อย่างขนาด 44 มิลลิเมตร
ส่วนระบบชาร์จไฟรองรับกำลังสูงสุด 10W โดยสายชาร์จติดกล่องจะเป็นสาย USB-C เพื่อทำให้จ่ายไฟได้เร็ว แต่ถ้าใช้ของเดิม ก็ทำได้ แต่ความเร็ว ยังทำได้ 5W อาจจะใช้ระยะเวลาชาร์จไฟนานหน่อย

โดยรวมแล้วสำหรับ Samsung Galaxy Watch 6 รอบนี้มีให้เลือกทั้งแบบหรูหราอย่าง Classic ที่ได้พรีวิวไป แต่สำหรับคนที่ต้องการเน้นความสปอร์ด เรียบง่ายและเน้นความแกร่งกับกระจก Sapphire Crystal Glass เรียกได้ว่าเรียบหรู เน้นจอใหญ่มากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงทั้งชิปใหม่ ความเร็วที่สูงขึ้น และระบบชาร์จไฟเร็วมากขึ้น ถ้าใครไม่ต้องการดูหรูเกินไปหรือไม่ชอบวงแหวน รุ่นปกติก็เพียงพอแล้ว
ส่วนราคาของ Samsung Galaxy Watch 6 Series ที่วางจำหน่ายมีดังนี้

ทั้งนี้ใครที่ซื้อ Samsung Galaxy Z Fold5 และ Galaxy Z Flip5 รวมถึง Tab S9 Series จะยังได้ลด 30% ถือว่าคุ้มมากๆ เลยทีเดียว และตอนนี้ก็วางจำหน่ายแล้ว วันนี้ดังนั้น ถ้าใครใช้มือถือ Samsung และอยากได้ Smart Watch แบบครบทุกสิ่งและเข้ากับอุปกรณ์ได้ดี Galaxy Watch 6 ถือว่าเป็นอีกสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดจริงๆ ครับ
จุดเด่น
ข้อสังเกต
อัลบั้มภาพ 24 ภาพ