[Hands On] สัมผัสแรก realme 7 Pro มือถือรุ่นกลาง เด่นระบบชาร์จไฟกำลังสูง

[Hands On] สัมผัสแรก realme 7 Pro มือถือรุ่นกลาง เด่นระบบชาร์จไฟกำลังสูง

เรียลมี ประเทศไทยได้เผยโฉม realme 7 Pro มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนฟีเจอร์ใหม่มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้มาดูกันว่าสัมผัสของมือถือรุ่นนี้จะเป็นอย่างไร และน่าใช้จริงหรือเปล่า คงต้องดูในบทความนี้

sd_realme7_b004

แรกเห็นรูปลักษณ์หน้าตาของ realme 7 Pro

เริ่มต้นกับด้านหน้าของเครื่องจะยังคงใช้หน้าจอขนาด 6.4 นิ้ว แต่ให้พื้นที่มากขึ้นกว่าเดิม เพราะมีกล้องหน้าอยู่ที่มุมด้านซ้ายแทน โดยกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล พร้อมกับหน้าจอที่ให้ความสว่างที่สวยงาม และมีระบบสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ ลำโพงด้านบนสามารถให้ทั้งเสียงสนทนาและ และ Media

sd_realme7_b020

รอบตัวเครื่องเป็นการออกแบบที่จับได้ถนัดมือมากขึ้นกว่าเดิม โดยฝั่งซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียงพร้อมกับช่องใส่ซิมการ์ด รองรับทั้ง Nano SIM 2 ช่องและ MicroSD ฝั่งขวามาพร้อมกับปุ่มเปิด / ปิด ตัวเครื่องที่มีการขอบด้วยสีเหลืองที่โดดเด่นมากขึ้น

sd_realme7_b025
sd_realme7_b026

ส่วนบนมีไมโครโฟนลดเสียงรบกวนได้ ส่วนล่างมาพร้อมกับ USB-C, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และ ลำโพงตัวหลักที่อยู่ด้านล่าง

sd_realme7_b027

sd_realme7_b024

ส่วนด้านหลังนั้นมีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ใหม่และวัสดุที่จับแล้วราบรื่นมือเช่นเดียวกัน พร้อมกับกล้องหลัง 4 ตัวความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล มีให้เลือกทั้งสี Mirror Silver, Mirror Blue เมื่อได้สัมผัสเครื่องถือว่าน้ำหนักเบาใช้ได้และถือแล้วให้ความรู้สึกคล่องมืออยู่เช่นเคย

ฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ realme 7 Pro

สเปกและรายละเอียดของ realme 7 Pro

  • ขนาด: 160.9 x 74.3 x 8.7 มิลลิเมตร     
  • หนัก: 180 กรัม     
  • หน้าจอแสดงผล : Super AMOLED ความละเอียด FHD+  20:9 (2400x1080พิกเซล) ขนาดประมาณ 6.4 นิ้ว      
  • ชิปเซ็ต : Qualcom Snapdragon 720G | GPU Adreno 618 
  • RAM : 8 GB        
  • ROM : 128 GB        
  • ความจำเสริม : Micro SD รองรับความจุสูงสุด 256GB  
  • ระบบปฏิบัติการ:  Android 10 ครอบบน realme UI    
  • WiFi 802.11 B/G/N/AC (Dual Band)     
  • Bluetooth 5.0       
  • เครือข่ายมือถือ : 2G/3G/4G     
  • กล้องหลัง 4 ตัว:         
    ตัวแรกเป็นของ ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล F1.7
    ตัวที่สองเป็นเลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
    ตัวที่ สาม เป็นเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล     
    ตัวที่สี่เป็นเลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล,         
  • กล้องหน้าเซลฟี่ :  ความละเอียดกล้องหลัก: 32 ล้านพิกเซล     
  • รองรับ: สแกนใบหน้าแบบ 2D + ระบบสแกนนิ้วมือสนหน้าจขอ        
  • รองรับ : nano SIM Dual SIM + Micro SD    
  • ช่องเสียบ : หูฟัง 3.5 mm. และ USB-C  
  •  แบตเตอรี่ : Li-Po 4500 mAh  + Super Dart Charge กำลัง 65W
  • สี : Mirror Blue, Mirror Silver

 

เมื่อเห็นสเปกถือว่าอัปเกรดขึ้นกว่ารุ่นเดิมทั้งขุมพลังใหม่และแน่นอนว่ามันก็ให้ตอบสนองที่ราบรื่น ทั้งนี้ในระยะการลองนั้นสั้นมาก อาจจะต้องรอดูในรีวิวต่อไปว่าประสิทธิภาพของเครื่องนั้นเป็นอย่างไร

 sd_realme7_b029

ทั้งนี้ฟีเจอร์ต่างๆ ของเครื่องยังคงได้ Android 10 พร้อมกับ realme UI ครอบทับเหมือนเช่นเคยยังไม่ได้เป็นระบบปฏิบัติการรใหม่แต่อย่างใด ส่วนเรื่องกล้องนั้นมีการอัปเกรดความสามารถโดยกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ยังมีการเพิ่มคุณสมบัติทำให้เวลาซูมแล้วยังคงคมชัดอยู่เช่นเคย ทำให้ไม่ต้องมีเลนส์ Telephoto แต่ที่เหลือมาครบทั้ง Depth สำหรับละลายหลัง และ Macro แบบเข้าใกล้ และยังมีฟีเจอร์เพิ่มเติมเช่น

  • ฟิลเตอร์ให้เลือกมากขึ้นรวมถึงการปรับให้ละลายหลัง หรือทำ Background เป็นขาวดำ แต่หน้าเราเป็นสี หรือ AI Color Portrait ได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล มีระบบ UIS ลดความสั่นของภาพ และยังรองรับ HDR อีกด้วย

จุดเด่นของมือถือรุ่นนี้น่าจะอยู่ที่ระบบการชาร์จไฟมากกว่า เพราะรองรับกำลัง 65W (Super Dart Charging) ในการชาร์จไฟแบตเตอรี่ขนาด 4500 mAh ให้เต็มในเวลา 34 นาที (จาก 0 – 100%) โดยมีการแบ่งระบบภายในที่นอกจากเร็วแล้วยังปลอดภัยอีกด้วย

sd_realme7_b005
sd_realme7_b006
sd_realme7_b007

  • แบตเตอรี่จะแบ่งเป็น 2 ก้อน
  • ระบบจ่ายไฟอัจฉริยะที่มีอัลกอริทึมช่วยควบคุมกำลังไฟ และรูปแบบของการใช้งานทำให้ชาร์จไฟได้เร็วควบคุมให้ความร้อนที่สูงเกินขึ้นได้ในเวลาช้าสุด
  • อัตราการเสียกำลังไฟ 2%
  • ความร้อนที่เกิดขึ้นในการชาร์จไฟไม่เกิน 40 องศา
  • สามารถชาร์จและเล่นเกมได้ (ทีม Sanook Hitech ไม่แนะนำให้ชาร์จไฟไปและเล่นเกมเพราะอาจจะทำให้เกิดอันตราย ต่อให้ระบบจะป้องกันดีแค่ไหนก็ตาม)
  • หากไม่ชาร์จไฟเต็มเอาแค่ 5 นาทีก็สามารถใช้งานได้ยาวนานแล้ว

ทั้งนี้ความสามารถดังกล่าวจะต้องใช้ที่ชาร์จที่ติดมาภายในกล่องเท่านั้น

สรุปหลังได้สัมผัส realme 7 Pro ในระยะเวลาสั้นๆ

เรียกได้ว่าเป็นมือถือระดับกลางที่มีฟีเจอร์เยอะโดยเฉพาะในส่วนของการชาร์จไฟ รวมถึงการทดสอบอย่างเข้มข้นที่ได้รับการรับรองทำให้มือถือรุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่น่าใช้งานเพราะคุณได้ฟีเจอร์ต่างๆ ที่ครบเครื่องและน่าสนใจไม่เบา ส่วนราคาของ realme 7 Pro นั้นอยู่ 10,990 บาท ซึ่งเปิดจองแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 24 กันยายน

sd_realme7_b019

และซื้อกับผู้ให้บริการในราคาเริ่มต้นที่ 3,990 บาท เท่านั้น และยังได้ของแถมคือกระเป๋าจาก realme และ vip card ประกันหน้าจอแตก 1 ปี

ทั้งนี้เวลาที่ได้สัมผัสจริงของมือถือรุ่นนี้จะเป็นอย่างไร โปรดติดตามต่อทาง Sanook Hitech ได้เร็วๆ นี้ครับ

sd_realme7_b018