เปิดตัว OPPO Reno 4 Pro อัปเกรดจอใหญ่ขึ้น พร้อมกลัองหลัง 4 ตัว ชาร์จไฟเร็ว 65W สเปกเหมือน Reno 4 ปกต

เปิดตัว OPPO Reno 4 Pro อัปเกรดจอใหญ่ขึ้น พร้อมกลัองหลัง 4 ตัว ชาร์จไฟเร็ว 65W สเปกเหมือน Reno 4 ปกต
S! Hitech (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากประเทศไทยได้เผยโฉม OPPO Reno 4 ซึ่งเป็นมือถือตระกูล Reno รุ่นใหม่ที่มีสเปกถือว่าเด็ดและดีใช้ได้ ในราคาเป็นมิตรมากขึ้น แต่ในต่างประเทศก็ได้เผยโฉม OPPO Reno 4 Pro ในประเทศอินเดียว ซึ่งมาแทน Reno 3 Pro โดยรุ่นนี้อัปเกรดทั้งขุมพลังใหม่, จอใหญ่ขึ้น พร้อมกับกล้องและแบตเตอรี่ที่ดีกว่าเดิม  

แต่ต้องออกตัวก่อนว่า มันไม่เหมือนกับ OPPO Reno 4 Pro ในประเทศจีนทั้งหมด เพราะสเปกของมันนั้นมีความแตกต่างกันอยู่หลายจุด 

เริ่มต้นที่หน้าจอของ OPPO Reno 4 Pro จะมีขนาด 6.5 นิ้วเป็นแบบ E3 Super AMOLED ความละเอียด 1080x2400 พิกเซล มีค่า Refresh Rate ที่ 90 Hz พร้อมกับการสัมผัสหน้าจอที่ 180 Hz ถือว่าเร็วมาก และได้ความสว่างระดับ 1,100 nits มีระบบสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ แถมรองรับในการรับชม Netflix ความละเอียด 1080p ได้สบายๆ  และหน้าจอจะโค้งลงมาที่ 55.9 องศา

 reno4_pro_1

กล้องของ OPPO Reno 4 Pro เวอร์ชั่น International นี้จะให้กล้องความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เหมือนกับ OPPO Reno 3 Pro แต่จะได้กล้องตัวที่ 2 เป็นเลนส์มุมกว้างมุมกว้างที่ 8 ล้านพิกเซล 2 ล้านพิกเซล Mono Chrome และ 2 ล้านพิกเซล Macro Lens พร้อมกับ LED Flash มาให้ขนาดใหญ่ จุดเด่นคือสามารถถ่ายภาพกลางคืนได้ดีในลักษณะแสงที่น้อย และมีฟีเจอร์ Ultra Steady สำหรับป้องกันภาพสั่นไหวสำหรับวิดีโอด้วยกัน  

reno4_pro_4

ขุมพลังของเครื่องเลือกใช้ Qualcomm Snapdragon 720G เหมือนกับ OPPO Reno 4 จุดเด่นคือ สถานปัตยกรรมมีขนาดเล็กและประมลผลเร็วมากขึ้น แต่ว่า น่าเสียดายที่ไม่ได้ใช้ Snapdragon 765G เหมือนกับเวอร์ชั่นจีน และตัวเครื่องมี RAM 8GB ความจำจะมีให้เลือกทั้ง 128 / 256GB และมีระบบระบายความร้อนใหม่ 

แบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh รองรับฟีเจอร์ชาร์จไฟเร็ว SuperVOOC 2.0 กำลังสูงสุด 65W ด้วยกัน สามารถชาร์จไฟให้เต็มภายใน 36 นาทีด้วยกัน และได้รับรองความลปอดภัย สำหรับการชาร์จเร็วอีกด้วย 

OPPO Reno 4 Pro มีให้เลือก 2 สีคือ Starry Night และ Silky White ส่วนราคานั้นมีดังนี้ ้เริ่มต้นที่ 34,990 รูปี หรือประมาณ 14,600 บาท ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ารุ่นนี้จะจำหน่ายที่ประเทศไหนบ้าง คงต้องรอดูกันต่อไป