พาชม วัดร่องขุ่น ไลท์ เฟส งานโชว์แสงสีเสียง แสดงความลงตัวของศิลปะ และ เทคโนโลยี ได้สมบูรณ์ 

พาชม วัดร่องขุ่น ไลท์ เฟส งานโชว์แสงสีเสียง แสดงความลงตัวของศิลปะ และ เทคโนโลยี ได้สมบูรณ์ 

ทีม sanook hitech ลัดฟ้ามาเชียงรายกับทีม พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย)  เพื่อมาดูเทคโนโลยีในการแสดงแสงสีเสียงสุดอลังการกลางจังหวัดเชียงใหม่อย่าง วัดร่องขุ่น ซึงกำลังมีงานแสดงแสงสีเสียงสุดอลังการอยู่นั่นเอง ซึ่งเป็นความรวมมือระหว่าง อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และคุณเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) 

ขอบคุณวิดีโอจาก YouTube วัดร่องขุ่น ไลท์ เฟส 

ในโอกาสนี้ก็เลยได้มีการพูดคุย หนึ่งในผู้คิดการแสดงแบบนี้อย่าง อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่จะแชร์ประสบการณ์ กว่าจะเป็นงานแสดงแสงสีเสียงนี้ที่มีชื่อต่อว่า “วัดร่องขุ่น ไลท์ เฟส ตอน ปฐมบท” กับการนำ 3D Mapping มาใช้งาน 

ก่อนอื่นหลายคนอยากรู้ว่า 3D Mapping คืออะไร มันก็คือการนำโปรเจคเตอร์ที่รองรับการแสดงผล 3D มาฉายกับวัตถุพื้นเรียบ หรือจะเป็นน้ำ เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหว โดยมุมมองของภาพจะเป็นในลักษณะ 3D ซึ่งเคยเกิดขึ้นในหลายๆ งานมาก่อน ทั้งกรุงเทพ และในต่างประเทศ 

ทำไมอาจารย์ถึงเริ่มนำเทคโนโลยีการฉายแสงสีเสียงและ 3D Mapping 


เนื่องจากวัดร่องขุ่นเป็นวัดสีขาว ที่กลางวันดูก็สวยไปอีกแบบ หากเวลาของกลางคืนก็จะมีความงดงาม หากมีการเติมสีสันและ Multimedia ขึ้นก็จะทำให้มีชีวิดชีวามากขึ้น แต่จริงๆ ก็อยากเปิดไฟแบบนี้ทุกวันเหมือนกัน  

ในเรื่อง 3D Mapping เนื่องจากอาจารย์เองเห็นจากต่างประเทศมา เขาก็มีแบบนี้ ก็อยากทำให้โลกรู้ไปเลยว่า “คนไทยเองก็มีงาานดีๆ แบบนี้เหมือนกันนะ” เพราะในคราวนี้ก็ได้ อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ มาเป็นแม่งานเรื่องของการจัดแสดงแสงสีเสียง แต่ความจริง พวกขเาอยากทำก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ว่า ที่เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้เพราะ ความพร้อมของ วัด นั่นเอง 

ผลตอบรับที่ได้จากการนำมาใช้ของเทคโนโลยีนี้ 

ผลตอบรับ ต้องยอมรับว่ามัน เจ๊ง เหตุผลเพราะคนไทยที่เข้ามาดูน้อยกว่าต่างชาติ ที่กลับมาดูแล้วดูอีก หรือบางคนที่เป็นคนไทยจะเป็นกลุ่มของคนที่รักศิลปะ และชื่นชอบการเสพศิลปะเข้าไปเพื่อเกิดความจรรโลงจิตใจ นั่นเอง 

วัดร่องขุ่น

เพราะคนไทยรุ่นใหม่ ไม่ได้ถูกปลูกฝั่งในเรื่องของศิลปะมากนัก ทำให้มันอาจจะเข้าไม่ถึง แต่แนะนำว่าอยากให้มาลองถูกกับเทคโนโลยีเข้ากับศิลปะที่เรียกได้ว่ามัน เจ๋งและเท่ห์ไม่แพ้ใครในโลก

หากเปรียบเทียบกับระหว่างของไทยและต่างประเทศ 

การเปรียบเทียบอาจจะยากหน่อยเพราะว่าของไทยเราเป็นเมืองของศาสนาพุทธ และชาวเอเชียก็จะได้มุมมองของศิลปะในอีกแบบหนึ่ง ต่างประเทศก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ได้รับการที่พูดเลยว่ามันเป็นความ Unique ที่แตกต่างกันไป  

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมาแสดงที่วัดร่องขุ่น ก็ทำได้รับคำชมมากมายจากต่างประเทศ ก็ทำให้ อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ เขาได้งานจากหลายประเทศ รวมถึงที่เวียดนาม ในนามของรัฐบาล 

ความคิดเห็นของอาจารย์ กับคนไทยในเรื่องศิลปะ 

เชื่อว่าถ้าเป็นคนรุ่นใหม่อาจจะยังไม่เข้าใจมากพอ เพราะการปลูกฝั่งทางด้านศิลปะ มันขึ้นกับอารมณ์ในมุมมอง แต่การศึกษาของไทย จะเน้นในมุมอื่น จนทำให้ศิลปะถูกละเลยออกไป และมีเพียงกลุ่มเล็กๆ ที่จะรู้ในเรื่องนี้เท่านั้น 

ปีต่อไปจะมีการแสดงแบบนี้อีกหรือไม่ 

หากยังคงเป็นการความร่วมมือกับทางเอกชน หรือมี Partner มากขึ้นอาจจะได้เห็น แต่ถ้าให้ลงทุนกัน 2 กลุ่มแบบที่เห็นอยู่ตอนนี้ คงจะไม่มีอีกแล้ว เพราะมันเจ๊ง แต่ถ้าทางรัฐบาลไทย เห็นดีเห็นงาม ก็ไม่แน่อาจจะมีอีกครั้ง  

ในความคิดเห็นของอาจารย์อยากให้มีเทคโนโลยีการแสดงแบบนี้ตาม Landmark ของทุกจังหวัดเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่ดึงดูดผู้คนเข้ามาดูและรับชมกันว่า ศิลปะ และวัฒนธรรมในท้องถิ่นนั้นๆ มันมีความดีงามแค่ไหน 

 

ทั้งหมดจากที่ได้พูดถึงแม้ว่าจะเป็นที่น่าเสียดายว่ารอบการแสดงหายไปมากพอสมควร แต่สิ่งที่ทีมได้รับจากการไปสัมผัสของจริงทั้งหมด 6 โซนการแสดง และ Hilight การแสดงแบบ Multimedia ต้องยอมรับว่า มันเหนือความคาดหมายอย่างมากเลยทีเดียว เพราะทั้งสวยและทำให้วัดร่องขุ่น ที่มีพื้นขาว แต่ก็ยังคงแสดงแสงสีเสียงทำให้เกิดเรื่องราวในมุมใหม่ได้อย่างดี โดยทั้งหมดได้เลือกใช้ Projector จาก Panasonic ทั้งหมด หลากหลายรุ่น โดยมากจะเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีสุดล้ำของเครื่องฉายกับเลนส์เสริมที่ทำให้ภาพที่ออกมาสมจริงมาขึ้น

ดังนั้นใครที่ลังเลว่าจะไปดูหรือไม่ ยังพอมีเวลาถึง 22 ธันวาคม นี้ที่ต้องพูดเลยว่า ครั้งนี้และครั้งเดียว อาจจะไม่มีอีกแล้วครับ 

ขอบคุณบริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่อำนวยความสะดวกในการเดินทางในครั้งนี้