"ไมโครพลาสติก" ในร่างกายมนุษย์มาจากที่ไหน? ส่งผลอย่างไร?

"ไมโครพลาสติก" ในร่างกายมนุษย์มาจากที่ไหน? ส่งผลอย่างไร?
VOA

สนับสนุนเนื้อหา

การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ Environmental Science and Technilogy เมื่อวันพุธที่ 5 มิถุนายน ซึ่งอาศัยเกณฑ์ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของสหรัฐ ให้ภาพว่าในแต่ละปีมีคนอเมริกันได้รับอนุภาคขนาดเล็กของพลาสติก หรือที่เรียกว่า "ไมโครพลาสติก" เข้าสู่ร่างกายโดยเฉลี่ยตั้งแต่ 74,000 ถึง 121,000 อนุภาคโดยขึ้นอยู่กับอายุและเพศของบุคคล

แต่สำหรับผู้ที่ดื่มน้ำจากขวดพลาสติกเป็นประจำ การรับอนุภาคดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีกปีละราว 90,000 อนุภาคเลยทีเดียว

นักวิจัยได้ตัวเลขดังกล่าวจากการวิเคราะห์รายงานการศึกษาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการได้รับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายจากแหล่งสำคัญแปดแหล่ง คือจากอากาศที่หายใจ จากการดื่มแอลกอฮอล์ จากน้ำบรรจุขวด จากน้ำผึ้ง อาหารทะเล เกลือ น้ำตาล และน้ำประปา แต่แหล่งที่มาของไมโครพลาสติกดังกล่าวไม่รวมถึงเนื้อสัตว์และผักต่างๆ เนื่องจากยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ

นักวิจัยอธิบายว่า Microplastic หรืออนุภาคขนาดเล็กของพลาสติกนี้มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราอยู่แล้ว และไม่ใช่เฉพาะคนเท่านั้นแต่สัตว์ต่างๆ ก็ได้รับไมโครพลาสติกนี้เข้าสู่ร่างกายในกระบวนการดำรงชีวิตเช่นกัน เพียงแต่ว่ามนุษย์อาจได้มากกว่าจากกระบวนการผลิตและการบรรจุอาหาร

จากตัวเลขของกระทรวงเกษตรและสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของสหรัฐ นักวิจัยประเมินว่า โดยเฉลี่ยในแต่ละปีเด็กผู้ชายจะได้รับไมโครพลาสติกราว 81,000 หน่วย เทียบกับ 74,000 หน่วยสำหรับเด็กผู้หญิงส่วนผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่จะได้ไมโครพลาสติก 121,000 หน่วยเทียบกับ 98,000 หน่วยสำหรับผู้หญิง

อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำบรรจุขวดพลาสติกเพียงอย่างเดียวจะเพิ่มอนุภาคพลาสติกนี้ได้ถึง 75,000 หน่วยสำหรับเด็กผู้ชาย 64,000 หน่วยสำหรับเด็กผู้หญิงและราว 127,000 หน่วยสำหรับผู้ชายกับราว 93,000 หน่วยสำหรับผู้หญิงตามลำดับ

ผลการวิจัยก่อนหน้านี้แสดงว่า อนุภาคไมโครพลาสติกมีขนาดเล็กพอที่จะแทรกตัวเข้าไปในเนื้อเยื่อของร่างกายและกระตุ้นปฏิกิริยาด้านภูมิคุ้มกัน หรือปล่อยสารพิษกับโลหะหนักที่ติดมาจากสิ่งแวดล้อมได้

แต่ผลกระทบต่อสุขภาพอย่างแท้จริงของเรื่องนี้ยังไม่เป็นที่ทราบกัน

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์บางคนผู้ไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษานี้เตือนว่า นอกจากผลของไมโครพลาสติกในร่างกายมนุษย์ซึ่งยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างชัดเจนแล้ว การศึกษาดูจะละเลยเรื่องกลไกและระบบร่างกายของมนุษย์ที่อาจสามารถกรองหรือกำจัดไมโครพลาสติกในอากาศที่เราหายใจเข้าไปได้

และนักวิทยาศาสตร์บางคน เช่น ศาสตราจารย์ Richard Lampitt จากทีมวิจัยด้านสมุทรศาสตรของอังกฤษก็ชี้ว่า ขณะนี้เรายังขาดการให้คำนิยามไมโครพลาสติกอย่างชัดเจนว่ามีขนาดเล็กแค่ไหน เพราะนอกจากไมโครพลาสติกแล้ว ยังมีอนุภาคของพลาสติกขนาดเล็กกว่าที่เรียกว่า "นาโนพลาสติก" ซึ่งไม่ได้รวมอยู่ในขอบข่ายของการศึกษาครั้งนี้ด้วย

ในขณะนี้ถึงแม้จะมีการประเมินจำนวนไมโครพลาสติกที่มนุษย์ได้รับเข้าไปในร่างกายจากแหล่งต่างๆ ก็ตาม แต่ความเข้าใจเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพอย่างแท้จริงนั้นยังไม่ชัดเจน และนักวิทยาศาสตร์ก็เห็นพ้องกันว่าจำเป็นจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องนี้ต่อไป

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด