10 เหตุผลที่จะทำให้คุณไม่อยากเล่น "สมาร์ทโฟน" มากจนเกินไป

10 เหตุผลที่จะทำให้คุณไม่อยากเล่น "สมาร์ทโฟน" มากจนเกินไป
Pepperrr

สนับสนุนเนื้อหา

สมาร์ทโฟนนั้นถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ก้าวขึ้นมาเป็นปัจจัยสำคัญของการดำรงชีวิตในปัจจุบัน ทุกคนจะต้องมีมันได้ใช้มันจึงจะติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทัน ดังนั้นการใช้สมาร์ทโฟนที่ถูกวิธีย่อมเกิดประโยชน์ เเต่หากใช้ผิด หมกมุ่นกับมันมากเกินไป จนมีอาการเหมือนติดยาเสพติดเเล้วย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายเเละจิตใจคุณอย่างเเน่นอนค่ะ

istock-503482104www.istockphoto.com

ดังนั้นวันนี้เราจึงได้ทำการสรุปมาให้ว่าทำไมคุณถึงไม่ควรติดสมาร์ทโฟน จะมีอะไรบ้างเราลองมาดูกัน

นิ้วล็อก

istock-598912704www.istockphoto.com

นิ้วล็อคเป็นอาการที่สามารถพบเห็นได้เป็นประจำในผู้ที่ติดมือถือ อาการเกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็นเเละปลอกหุ้มเอ็นที่ใช้ในการงอนิ้วบริเวณโคนนิ้ว ในกรณีที่ที่เกิดกับผู้ติดสมาร์ทโฟนมักเกิดขึ้นบริเวณนิ้วโป้เพราะใช้นิ้วนี้พิมพ์ข้อความหรือเล่นเกมส์มากเกินไป คนที่เป็นจะมีอาการปวดบวมบริเวณข้อนิ้ว

อาการปวดชา

istock-849273444www.istockphoto.com

อาการปวดชา หรือ Cellphone Elbow สำหรับผู้ติดมือถือมักเกิดขึ้นบริเวณปลายเเขนเเละปลายมือ เป็นอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อเเละเส้นเอ็นที่ไม่ควรมองข้าม หากเป็นเรื้อรังจะทำให้เราป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนเเรงหรือข้องอเเข็งติดกับนิ้วก้อยได้ อาการนี้มีสาเหตุเกิดจากการใช้สมาร์ทโฟนในท่างอเเขนเป็นมุมเเคบกว่า 90 องศาเป็นเวลานานๆ ดังนั้นรู้เเล้วควรหลีกเลี่ยงค่ะ

ปวดคอ

istock-629079998www.istockphoto.com

อาการปวดคอในผู้ติดโทรศัพท์มือถือมักเกิดจากการก้มคือดูโทรศัพท์ด้วยมุมราวๆ 60 องศา ซึ่งเป็นท่าที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นหากคุณไม่อยากมีอาการเช่นนี้ ควรก้มดูโทรศัพท์ในมุมสบายๆ เเละรู้จักวางมันลงซะบ้างอย่าเอาเเต่พิมข้อความหรือเล่นเกมส์ต่อเนื่องยาวนานมากเกินไป

ปวดหัว

istock-862282828www.istockphoto.com

เเสงที่ออกจากโทรศัพท์สมาร์ทโฟนในปัจจุบันจะปล่อยคลื่นเเม่เหล็กไฟฟ้าออกมาพร้อมกับเเสงสีต่างๆ การใช้สมาร์ทโฟนดังกล่าวเป็นเวลานานเกินไปสามารถส่งผลต่อระบบประสาทเเละสมองได้ เช่น คุณอาจปวดหัวข้างเดียว มีอาการไมเกรนขึ้น เป็นต้น

ปวดตา

istock-640180442www.istockphoto.com

อย่างที่ได้กล่าวมาในหัวข้อที่เเล้วว่าเเสงจากสมาร์ทโฟนในปัจจุบันนั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะดวงตาของเราที่ต้องรับเเสงเหล่านั้นโดยตรง โดยเฉพาะเเสงสีฟ้าจากสมาร์ทโฟนนั้นสามารถทำลายจอประสาทตา (Retina) จนสามารถทำให้ดวงตาของเราเสื่อมสภาพได้ วิธีการที่สามารถช่วยได้คือทุกๆ 20 นาทีของการใช้โทรศัพท์ให้คุณหยุดพักโดยมองสิ่งที่อยู่ไกลตัวเป็นเวลา 20 วินาที่ เพื่อให้ดวงตาคุณได้พักผ่อนคลายความเครียด

เครียด

istock-680834894www.istockphoto.com

สมาร์ทโฟนเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกเรื่องข้อมูลข่าวสาร การติดต่อกับคนอื่นๆ เเต่การที่คุณต้องอยู่กับโทรศัพท์ตลอดเวลา ที่มีเเอพฯต่างๆสำหรับเล่นโซเชียล เเชท รับข้อมูลข่าวสาร หรือส่งข้อความมากมายนั้นเปรียบเสมือนสิ่งยั่วยุให้เราต้องใช้โทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งนั่นทำให้เราสมาธิสั้น เสียสมาธิในการทำงานเเละเกิดความเครียดได้ง่ายๆค่ะ

รบกวนการนอนหลับ

istock-675523612www.istockphoto.com

เเสงสว่างจ้าจากจอโทรศัพท์สมาร์ทโฟนส่งผลกระทบต่อการนอนหลับของคุณได้เช่นกัน เพราะมันไปรบกวนการหลั่งฮอร์โมน 'เมลาโทนิน' ซึ่งเป็นตัวควบคุมการนอนหลับไม่ให้เป็นไปอย่างปกติ เเน่นอนว่าการใช้สมาร์ทโฟนก่อนนอนย่อมส่งผลกระทบต่อการนอนหลับที่มีคุณภาพ ดังนั้นหากเลี่ยงได้ควรเลี่ยงค่ะ

พฤติกรรมก้าวร้าว

istock-660298170www.istockphoto.com

สำหรับคนที่เริ่มมีอาการเสพติดสมาร์โฟนเเล้วตัวจะอยู่ห่างจากมันไม่ได้เลย จะต้องได้เล่นสมาร์ทโฟนทุกครั้งที่ต้องการ หากอยากเล่นเเล้วไม่ได้เล่นจะเริ่มออกอาการหงุดหงิด โมโห ก้าวร้าว ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดในเด็กเเละวัยรุ่น ที่ติดเกมส์ออนไลน์ในสมาร์ทโฟนนั่นเอง

ซึมเศร้าและวิตกกังวล

istock-865824506www.istockphoto.com

คนที่ติดมือถือ ติดโซเชียล มักจะมีอาการวิตกกังวลเหมือนรอคอยอะไรบางอย่างในนั้น ทำให้เกิดมีอาการของโรคซึมเศร้าวิตกกังวลได้ เช่น หากคุณโพสอะไรลงไปในโซเชียลคุณก็จะคอยดูว่ามีใครมาวิจารณ์หรือกดไลค์ให้มั้ย หากคุณกำลังพูดคุยทำความรู้จักกับใครในโซเชียล คุณก็จะเฝ้ารอเเต่ว่าเค้าคนนั้นจะส่งข้อความมาหารึป่าว เป็นต้น ความคาดหวังเเละการรอคอยลมๆเเล้งๆเช่นนี้ตอกย้ำให้คุณวิตกกังวลเเละใช้ชีวิตอย่างไร้ความสุขมากขึ้น

เสียสมาธิ

สมาร์ทโฟนทำให้คุณเสียสมาธิได้อย่างเเน่นอน เพราะไม่ว่าจะเป็นเสียงเเจ้งเตือนต่างๆ ทั้งข้อความเเชท เเละอีเมลล์ รวมถึงเสียงเเจ้งเตือนจากโลกโซเชียลด้วย หากคุณไม่ปิดการเเจ้งเตือนเหล่านี้ซะรับรองว่าคุณจะไม่มีสมาธิในการทำงานเเน่ค่ะ