Huawei P20 Pro ปะทะ iPhone X เปรียบเทียบทั้ง 2 รุ่นแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน!

Huawei P20 Pro ปะทะ iPhone X เปรียบเทียบทั้ง 2 รุ่นแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน!
แบไต๋

สนับสนุนเนื้อหา

Huawei เปิดตัวเรือธงรุ่นล่าสุด P20 และ P20 Pro โดยมีเป้าหมายเพื่อจะท้าสู้กับเรือธงของแบรนด์ดังรุ่นอื่นๆ อย่าง Apple และ Samsung

P20 Pro มีจุดเด่นในเรื่องกล้องที่จัดเต็มใส่กล้องหลังมาถึง 3 ตัว ซึ่งมีประสิทธิภาพในการซูมและถ่ายในที่มืดอย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังมีการออกแบบหน้าจอไร้ขอบ และใส่ชิปเซ็ตตัวแรงสุดจาก Kirin มาด้วยครับ

ส่วน iPhone X นั้นแม้จะเปิดตัวมาหลายเดือนแล้ว แต่ก็มักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับสมาร์ทโฟนเรือธงจากค่าย Android เสมอๆ แม้จะมีราคาที่สูงแต่ก็ไม่เป็นปัญหากับเหล่าสาวกเลย เพราะ Apple เป็นแบรนด์ที่การันตีทั้งด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และเรื่องการบริการหลังการขายครับ

ทั้งคู่ล้วนเป็นมือถือในระดับ high-end ที่มีราคาสูงกว่ารุ่นอื่นๆ แต่รุ่นใดคุ้มกว่ากัน? รุ่นใดเหมาะกับสไตล์ผู้ใช้แบบไหน ในวันนี้เราจะมาเปรียบเทียบให้ดูกันครับ

การออกแบบ: แตกต่างเหมือนกัน

คุณคิดว่าแรงบันดาลใจในการออกแบบ P20 Pro มาจากรุ่นใด? หากมองที่รูปก็คงจะพอเดาคำตอบได้

เราจะเห็นว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนจาก Huawei มักไม่ได้โดดเด่น หรือแตกต่างไปจากสมาร์ทโฟนทั่วไป และบางครั้งอาจคล้ายกับบางรุ่นที่ออกมาก่อนหน้า ซึ่ง Huawei P20 Pro ก็เช่นกัน โดยจะเห็นได้ว่า มีหลายอย่างที่คล้ายคลึงกับ iPhone X ทั้งในเรื่องรอยแหว่ง และการวางแนวกล้องหลังครับ

แต่แน่นอนว่าก็ต้องมีสิ่งที่แตกต่างเช่นกัน เพราะหน้าจอบริเวณด้านล่างของ P20 Pro ไม่ได้เป็นส่วนหน้าจอแสดงผลทั้งหมด แต่มีแถบสำหรับปุ่ม Home ที่เป็นระบบปลดล็อกหน้าจอนิ้วมือร่วมอยู่ด้วย ส่วน iPhone X จะมีรอยแหว่งกว้างกว่า เพราะมีเซนเซอร์สำหรับระบบ Face ID อยู่

กรอบของ iPhone X เป็น stainless steel เรียบหรู ในขณะที่ P20 Pro มีตัวเลือกสี Twilight ที่แตกต่างไปจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ

หน้าจอ: ใกล้เคียงกันมาก ระดับเทพทั้งคู่

ในเรื่องคุณภาพของหน้าจอ ทั้ง 2 รุ่นถือเป็นที่สุดของสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน โดย iPhone X มีหน้าจอเล็กกว่าที่ 5.8 นิ้ว แต่มีความละเอียดสูงกว่าที่ 1125p

Huawei P 20 Pro ใช้หน้าจอ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 1080p ที่แสดงผลสีได้สวยสด และมีคอนทราสต์ที่ดี

ทั้ง 2 รุ่นมีหน้าจอที่สวยงามทั้งคู่ไม่ต่างกันมากนัก อย่างไรก็ตามหน้าจอของ Apple ก็มีลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรพูดถึงซึ่งก็คือ เซนเซอร์รับการกดที่เรียกว่า 3D Touch ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ครับ

กล้อง: การซูมและการถ่ายที่แสงน้อย vs ฟีเจอร์ลูกเล่นมากมาย

คุณภาพด้านกล้องของ iPhone X นับเป็นอันดับต้นๆ ในปัจจุบัน แต่ก็อาจจะยังดีไม่เท่า Pixel 2 และ Pixel 2 XL ซึ่งมีระบบประมวลผลที่ยอดเยี่ยมจาก Google ซึ่งทำให้ภาพที่ถ่ายออกมามีคุณภาพสูง มีคอนทราสต์ยอดเยี่ยม

iPhone X มีกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเลนส์กว้าง f/1.8 และเลนส์ซูม f/2.4 ซึ่งมีตัวกันสั่งทั้งคู่ เมื่อถ่ายภาพแล้วจะได้ภาพที่มีสีสด ช่วงไดนามิคและรายละเอียดที่ดีเยี่ยม รวมทั้งยังมีลูกเล่นต่างๆ อย่างระบบ portrait lighting และการซูม 2 เท่า

Huawei P20 Pro มาพร้อมกับกล้อง 3 ตัว และแน่นอนว่า คุณภาพสามารถสู้กับ iPhone X ได้ โดยกล้องหลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล และอีก 2 ตัวเป็นเลนส์ซูม/เลนส์ขาวดำความละเอียด 8/20 ล้านพิกเซลตามลำดับ มีความสามารถในการซูมถึง 5 เท่า! และในตอนนี้ Huawei P20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องที่สามารถถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีที่สุด!

เรื่องกล้องหน้าคงต้องยกให้กับ iPhone X เพราะเทคโนโลยี TrueDepth ซึ่งแสกนใบหน้าของผู้ถ่ายทำให้มีความสามารถในการปลดล็อกด้วยใบหน้า ที่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึงฟีเจอร์ Animoji ที่ไม่เหมือนใคร

ประสิทธิภาพ: Apple A11 Bionic vs Kirin 970

หัวข้อประสิทธิภาพอาจเป็นเรื่องที่ iPhone X ได้เปรียบ เพราะมีชิปเซ็ต Apple A11 Bionic ที่ทำให้ iPhone X ขึ้นแท่นสมาร์ทโฟนที่แรงที่สุด ซัดสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ตกอันดับลงไปตามๆ กัน

ทางด้าน Huawei P20 Pro ที่ใช้ชิปเซ็ต Kirin 970 ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่ใช้ใน Mate 10 Pro ก็ได้พิสูจน์ว่า มีประสิทธิภาพสูง ประมวลผลรวดเร็ว แม้จะสู้ iPhone X ไม่ได้ แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานในการทำทุกๆ อย่าง อีกทั้งยังมี RAM 6 GB ซึ่งมากกว่า iPhone X ด้วยครับ

แบตเตอรี: แรงแค่ไหน…ถ้าไม่อึดก็ไม่รอด!

แม้จะแรงแค่ไหน แต่ถ้าไม่อึดก็ไม่รอดครับ! iPhone X มาพร้อมแบตเตอรี 2,716 mAh ซึ่งเป็นความจุที่น้อยกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปในปัจจุบัน แต่จากการใช้งานก็พบว่า หากใช้ไม่หนักมากก็สามารถอยู่รอดจนถึงตอนกลางคืนได้ครับ

ในด้าน P20 Pro นั้นใส่แบตเตอรีมาให้แบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก ด้วยความจุสูงถึง 4,000 mAh ซึ่งถือเป็นแบตเตอรีขนาดใหญ่ และน่าจะรับมือการใช้งานอย่างหนักหน่วงในหนึ่งวันได้ น่าเสียดายที่ Huawei P20 Pro ไม่รองรับการชาร์จแบบไร้สาย

มาถึงเรื่องความจำภายใน ทั้ง 2 รุ่นไม่รองรับ microSD แต่ก็ให้ความจุมาเต็มเปี่ยมที่ 128GB โดย Apple มีตัวเลือกความจุขนาด 64GB และ 256GB ด้วย แต่ความจุที่เพิ่มขึ้นก็มาพร้อมราคาที่สูงขึ้นไปด้วยครับ

ภาพรวม

จากการทดลองใช้พบว่า P20 Pro อาจเป็นสมาร์ทโฟนที่กล้องดีที่สุดในขณะนี้ และมีราคาถูกกว่า iPhone X โดยเปิดตัวที่ราคา 27,990 บาท ในขณะที่ Apple iPhone X เป็นสมาร์ทโฟนทั่วไปที่แพงที่สุดในปัจจุบันด้วยราคาสูงถึง 40,500 บาท ซึ่งสามารถสรุปความแตกต่างได้ดังนี้

การออกแบบ        

iPhone X: เรียบหรู ดูแพง เป็นผู้นำเทรนด์เรื่องหน้าตาสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน Huawei P20 Pro: การออกแบบหลายอย่างคล้าย iPhone X แต่มีจุดเด่นที่สี ซึ่งฉีกกรอบสมาร์ทโฟนทั่วไปมีสีเรียบๆ สีเดียว

กล้อง                                                       

iPhone X: มีลูกเล่นมากกว่า Huawei P20 Pro และมีกล้องหน้าที่มาพร้อมความสามารถในการปลดล็อกหน้าจอด้วยใบหน้า Huawei P20 Pro สามารถถ่ายภาพนิ่งได้ดีกว่า โดยเฉพาะหากต้องการซูมหรือถ่ายในที่แสงน้อย แต่ iPhone X

ประสิทธิภาพ                                             

iPhone X: ประมวลผลได้รวดเร็วมากกว่า Huawei P20 Pro ทำงานได้ราบรื่น ปัญหาน้อย

แบตเตอรีและความจำภายใน

Huawei P20 Pro มีแบตเตอรีขนาดใหญ่กว่า สามารถใช้งานได้นานกว่า ส่วนความจำภายในของทั้ง 2 รุ่นเท่ากัน แต่ iPhone X สามารถเลือกซื้อรุ่น 64GB และ 256GB ได้

 

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด