10 สิ่งที่คุณควรรู้ …ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ iPhone X, iPhone 8 หรือ iPhone 8 Plus

10 สิ่งที่คุณควรรู้ …ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ iPhone X, iPhone 8 หรือ iPhone 8 Plus
แบไต๋

สนับสนุนเนื้อหา

iPhone X, iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาพร้อมกับสเปคและราคาที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราจึงควรรู้จุดเด่น-ด้อยของแต่ละรุ่นก่อนที่จะตัดสินใจซื้อให้ตรงกับความต้องการ

1. The iPhone X มีดีไซน์สวยกว่าชัดเจน

iPhone X มีดีไซน์ตัวเครื่องไร้ขอบที่สวยงาม และมีหน้าจอที่กว้างกว่า iPhone 8 และ iPhone 8 Plus อย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่ามีตัวเครื่องจะหนากว่าเล็กน้อย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร

2. …แต่! ค่าซ่อมก็แพงกว่าด้วย

ข้อด้อยอย่างหนึ่งของดีไซน์ล้ำอนาคตของ iPhone X ก็คือมันมีต้นทุนในการผลิตที่สูง และค่าซ่อมย่อมต้องสูงตามไปด้วย ซึ่งถ้าหากในกรณีที่หมดประกันและหน้าจอแตกขึ้นมาล่ะก็ แทบจะไม่อยากนึกถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเลย

3. iPhone X มีหน้าจอที่ดีที่สุด

iPhone X มาพร้อมกับหน้าจอ OLED ซึ่งมีความหนาแน่นของพิกเซลอยู่ที่ 458 ppi (พิกเซลต่อนิ้ว) ส่วน iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มีหน้าจอ IPS LCD ซึ่งมีความหนาแน่น 326 ppi และ 401 ppi ตามลำดับ

นอกจากนี้ iPhone X ยังรองรับมาตรฐาน HDR10 และ Dolby Vision เช่นเดียวกับโทรทัศน์ระดับ 4 K อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี True Tone ที่ช่วยปรับอุณหภูมิของแสงและสีบนหน้าจอให้เข้ากับสภาวะแวดล้อม

แต่สิ่งหนึ่งที่อาจกวนใจก็คือ แถบเซ็นเซอร์เล็กๆที่ติดอยู่ขอบบนของหน้าจอ

4. …แต่! ใช้ Gesture แทนปุ่มโฮม

ในขณะที่ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ยังคงดีไซน์เดิมของรุ่นก่อนไว้ รวมถึงปุ่มโฮมและ Touch ID ด้วย แต่ iPhone X ได้ตัดปุ่มโฮมทิ้งไป และได้เพิ่ม Gesture (การแตะและลากนิ้ว เพื่อเข้าใช้งานเมนูต่างๆ) ต่างๆเข้ามาแทน เช่น ปัดขึ้นเพื่อเข้าสู่หน้าโฮม หรือปัดลงเพื่อเรียกใช้ Control Center เป็นต้น

5. iPhone X มี Face ID ในการจดจำใบหน้า

ในเมื่อไม่มีปุ่มโฮมและ Touch ID แล้ว iPhone X ก็ใช้ปลดล็อคตัวเครื่องด้วยการสแกนใบหน้า ที่เรียกว่า Face ID ซึ่งใช้เทคโนโลยีกล้อง TrueDepth เพื่อหลีกเลี่ยงการนำรูปถ่ายมาสแกนแทนใบหน้า

ทาง Apple อ้างว่าเทคโนโลยีนี้ใช้ได้ดีและรวดเร็ว แม้จะอยู่ในที่มืดก็ตาม

6. …แต่! การใช้งานจริงจะต่างจาก Touch ID มากไหม ?

ถ้าว่ากันตามตรงแล้วนั้น Face ID ใน iPhone X มีความปลอดภัยมากกว่า Touch ID ใน iPhone 8 แต่ในการใช้งานในชีวิตประจำวันนั้น เรายังไม่แน่ใจว่ามันจะมอบความสะดวกสบายแตกต่างกันมากเพียงไร และผู้ใช้หลายคนก็ยังคงยอมรับในความสะดวกสบายและรวดเร็วของ Touch ID แบบเดิมอยู่

7. iPhone X มี Animoji

 

Animoji เป็นการแชทแบบใหม่ใน iMessage ซึ่งนำการเคลื่อนไหวบนใบหน้าผู้ใช้มาใส่ในตัว Emoji ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีระบบกล้อง TreuDepth เฉพาะใน iPhone X เท่านั้น

8. iPhone X ถ่ายภาพเซลฟี่แบบ Portrait ได้

iPhone 8 Plus สามารถถ่ายภาพ Portrait ด้วยกล้องหลัง 2 ตัวได้ แต่ iPhone X ล้ำกว่าโดยเพิ่มการถ่ายภาพเซลฟี่แบบ Portrait เข้ามา ด้วยเทคโนโลยีระบบกล้อง TureDepth ที่แยกวัตถุออกจากพื้นหลังได้อย่างแนบเนียน

9. …แต่! iPhone 8 Plus มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานที่สุด

ถึงแม้ว่า iPhone X จะมีขนาดแบตเตอรี่ที่ใหญ่กว่า แต่ iPhone 8 Plus นั้นสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานกว่า

iPhone X iPhone 8 iPhone 8 Plus ระยะเวลาในการคุย (ผ่าน wireless) สูงสุด 21 ชั่วโมง สูงสุด 14 ชั่วโมง สูงสุด 21 ชั่วโมง การใช้งานอินเตอร์เน็ต สูงสุด 12 ชั่วโมง สูงสุด 12 ชั่วโมง สูงสุด 13 ชั่วโมง เล่นวิดีโอ (ผ่าน wireless) สูงสุด 13 ชั่วโมง สูงสุด 13 ชั่วโมง สูงสุด 14 ชั่วโมง เล่นเพลง (ผ่าน wireless) สูงสุด 60 ชั่วโมง สูงสุด 40 ชั่วโมง สูงสุด 60 ชั่วโมง

10. …แต่! iPhone X เป็น iPhone ที่มีราคาแพงที่สุดของ Apple

ด้วยงานดีไซน์และเทคโนโลยีชั้นยอด ทำให้ iPhone X เปิดตัวด้วยราคาที่สูงมาก ดังนี้

64 GB : 999 เหรียญ หรือประมาณ 33,160 บาท 256 GB : 1,149 เหรียญ หรือประมาณ 38,140 บาท

ประเด็นก็คือ iPhone X คุ้มค่าและตอบโจทย์การทำงานคุณหรือไม่ เมื่อลองเทียบกับ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ซึ่งมีเทคโนโลยีใกล้เคียงกัน แต่มีราคาย่อมเยากว่า

ทั้งนี้ คุณเท่านั้นที่จะเป็นผู้เลือก iPhone ที่เหมาะสมต่อการใช้งานของคุณได้มากที่สุด