สมาร์ทโฟนแบบ 64-bit มีดีอย่างไร?

สมาร์ทโฟนแบบ 64-bit มีดีอย่างไร?
Techmoblog

สนับสนุนเนื้อหา

สมาร์ทโฟนแบบ 64-bit มีดีอย่างไร? ข้อดีของชิปประมวลผลแบบ 64-bit และมือถือรุ่นใดบ้าง ที่รองรับการทำงานแบบ 64-bit แล้ว มาค้นหาคำตอบกัน!

ล่าสุดนั้น ทาง Apple ได้มีการเตรียมบังคับให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันต้อง ทำให้แอปพลิเคชันที่จะส่งขึ้น App Store รองรับการประมวลผล แบบ 64-bit แล้ว ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นี้

ซึ่งถ้าแอปพลิเคชันใดที่ไม่รองรับ 64-bit จะถูกปฏิเสธในการไปอยู่บน App Store รวมถึงทางฝั่ง Android ที่มีการเปิดตัว Android L ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ ที่รองรับการใช้งานร่วมกับหน่วยประมวลผลแบบ 64-bit อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงทำให้เรื่องของ สถาปัตยกรรมแบบ 64-bit หรือที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ว่า CPU 64-bit นั้นถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ

ในวันนี้ ทีมงานเว็บไซต์ techmoblog จึง ได้ทำการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับ จุดเด่น และ ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ สมาร์ทโฟน ที่มาพร้อมกับ หน่วยประมวลผลแบบ 64-bit มาให้ได้ชมกันว่า 64-bit นั้นดีอย่างไรบ้าง

ชิปประมวลผล 64-bit รองรับหน่วยความจำที่มากขึ้น


สำหรับชิปประมวลผลแบบ 32-bit เดิมนั้นจะสามารถรองรับหน่วยความจำได้เพียง 4 GB เท่านั้น ในขณะที่ 64-bit นั้นสามารถรองรับหน่วยความจำได้มากกว่า 4 GB ซึ่งเราอาจจะได้เห็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ (RAM) มากกว่า 4GB ในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับ ระบบปฏิบัติการ Android ระดับ High-end ที่มักจะมี RAM มาให้ใช้งานกันอย่างเต็มที่

ชิปประมวลผล 64-bit ประมวลผลได้เร็วยิ่งขึ้น

สำหรับชิปประมวลผลแบบ 64-bit นั้นจะสามารถประมวลผลได้เร็วกว่า ชิปประมวลผลแบบ 32-bit เฉลี่ยประมาณ 30% ซึ่งปัจจัยหลักของความเร็วที่เพิ่มขึ้นนั้น จะขึ้นอยู่กับ แอปพลิเคชัน และ ระบบปฏิบัติการ เป็นหลัก ว่า ถูกพัฒนาให้สามารถดึงประสิทธิภาพของชิปประมวลผลแบบ 64-bit ได้มากน้อยเพียงใด

ชิปประมวลผล 64-bit ประหยัดพลังงานกว่า

โดยปกติแล้ว ชิปประมวลผลนั้นจำเป็นจะต้องใช้ พลังงานจากแบตเตอรี่ ที่มากขึ้นในระหว่างการประมวลผล และ เมื่อประมวลผลเรียบร้อยแล้ว ก็จะลดการใช้พลังงานลง การที่ชิปประมวลผลสามารถประมวลผลได้เร็วขึ้นนั้น ก็จะช่วยให้ลดการใช้พลังงานลงได้

ชิปประมวลผล 64-bit กับเกม และภาพยนตร์ความละเอียดสูง


ชิปประมวลผล 64-bit นั้นสามารถ ประมวลผลไฟล์วีดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K ได้อย่างลื่นไหล เพราะ ชิปประมวลผลแบบ 64-bit นั้นสามารถเข้ารหัส และ ถอดรหัสไฟล์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และยังรวมไปถึงการประมวลผลที่เกี่ยวกับ เกม ชิปประมวลผลแบบ 64-bit จะช่วยให้สามารถประมวลผลรายละเอียดต่างๆ ภายในเกมได้อย่างครบถ้วนมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

สมาร์ทโฟนในปัจจุบันมีรุ่นใดบ้าง ที่มาพร้อมกับชิปประมวลผล 64-bit


สำหรับ iPhone 5S นั้น ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรก ที่มาพร้อมกับชิปประมวลผลแบบ 64-bit ตามมาด้วย สมาร์ทโฟน Android 64-bit รุ่นแรกอย่าง HTC Desire 510 หลังจากนั้นก็มีรุ่นอื่นๆ ตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น iPhone 6, iPhone 6 Plus, Samsung Galaxy Note 4, Huawei Honor 4X, OPPO R5 และอีกมากมายที่กำลังจะตามมาในอนาคต

ชิปประมวลผล 64-bit กับการใช้งานจริง


อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า การใช้งาน ชิปประมวลผล 64-bit ให้มีประสิทธิภาพนั้น ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการ และ แอปพลิเคชัน เป็นหลัก

ซึ่งในปัจจุบัน iPhone นั้นถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้งานชิปประมวลผล 64-bit ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะ ระบบปฏิบัติการ iOS นั้น เป็นระบบปฏิบัติการที่รองรับการประมวลผลแบบ 64-bit ตั้งแต่ช่วง iPhone 5s เปิดตัว (iOS 7)

นอกจากนี้ Apple เองยังผลักดันให้นักพัฒนา ปรับแอปพลิเคชันของตัวเอง ให้รองรับ 64-bit อยู่ตลอดเวลา และ กำลังจะเริ่มกฏใหม่ ที่นักพัฒนาจำเป็นจะต้องทำแอปพลิเคชันของตัวเอง ให้รองรับ 64-bit ก่อนส่งให้ Apple ตรวจสอบเพื่อขึ้น App Store

หากไม่ปฏิบัติตาม แอปพลิเคชันนั้นก็จะถูกปฏิเสธ และไม่ใช่แค่เพียงแอปพลิเคชันใหม่ๆ เท่านั้น แอปพลิเคชันเดิม หากต้องการอัพเดท เวอร์ชันอัพเดทที่จะส่งให้ Apple ตรวจสอบนั้น ก็จะต้องรองรับ 64-bit ด้วย ซึ่งจะทำให้หลังจากวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป แอปพลิเคชันใหม่ๆ และ แอปพลิเคชันเดิมที่อัพเดท จะรองรับ 64-bit ทั้งหมด

ในขณะที่ทางฝั่งของสมาร์ทโฟน Android นั้น ถึงแม้ว่าจะมีสมาร์ทโฟน 64-bit ออกมาให้เห็นกันบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่นั้น จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.4

ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการแบบ 32-bit แน่นอนว่า จะไม่สามารถดึงประสิทธิภาพของ ชิปประมวลผลแบบ 64-bit ออกมาใช้งานได้ รวมถึงแอปพลิเคชันส่วนใหญ่บน Google Play นั้นล้วนแล้วแต่เป็นแอปพลิเคชันแบบ 32-bit

แต่อย่างไรก็ดี สำหรับระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่อย่าง Android L นั้นเป็นระบบปฏิบัติการที่รองรับการประมวลผล แบบ 64-bit แล้ว ซึ่งเมื่อสมาร์ทโฟนรุ่นที่ใช้ชิปประมวลผลแบบ 64-bit ทำการอัพเดท ก็จะช่วยให้เห็นความเร็วที่เพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน

แต่อย่างไรก็ดี แอปพลิเคชันบน Google Play นั้นก็ยังคงเป็นแบบ 32-bit ถึงแม้ว่า ทาง Google เองจะพัฒนา Android Runtime ให้รองรับ native 64-bit ทีแอปพลิเคชัน 85% บน Play Store จะสามารถใช้งานได้ทันทีก็ตาม แต่การรันแบบ native โดย นักพัฒนาไม่ได้เปลี่ยนแปลงโค้ดใดๆ ก็อาจจะมีประสิทธิภาพไม่เต็มที่เท่าแอปพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อ 64-bit ตั้งแต่ต้นก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้คงต้องรอดูกันต่อไป

สรุปส่งท้าย

ถึงแม้ว่า ทาง Apple เองจะวางแผนและเดินหน้าเกี่ยวกับ ชิปประมวลผลแบบ 64-bit ไปก่อนพอสมควรแล้ว แต่ทางฝั่ง Android เองก็เรียกได้ว่ากำลังเร่งสปีด ตามมาอย่างเต็มที่และมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีไม่แพ้กัน

ซึ่งแน่นอนว่า ปีนี้เราน่าจะได้เห็นสมาร์ทโฟน Android แบบ 64-bit มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะระบบปฏิบัติการ Android L ก็พร้อมแล้วที่จะรองรับการใช้งานร่วมกับชิปประมวลผลดังกล่าว รวมถึง สมาร์ทโฟน 64-bit ที่รันระบบปฏิบัติการ Android 4.4 เดิม ก็จะทยอยได้อัพเดตเป็น Android L เพื่อรีดประสิทธิภาพของชิปประมวลผลออกมาด้วยเช่นเดียวกัน

แต่อย่างไรก็ดี ก็คงต้องยอมรับว่า ในด้านความพร้อม และ ใช้งานได้จริงนั้น ทางฝั่ง Apple ถือว่าได้เปรียบ ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่ง ระบบปฏิบัติการ และ แอปพลิเคชัน ยกตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชันตัดต่อวีดีโออย่าง iMovies ที่สามารถ Render ไฟล์ภาพยนตร์ความละเอียดสูงได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

เมื่อเปลี่ยนมาเป็น 64-bit และ เกมใหม่ๆ อีกมากมายที่ทำมาเพื่อใช้งานร่วมกับชิปประมวลผล 64-bit ได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานนี้ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่า ทางฝั่ง Android นั้นจะมีการปรับตัวอย่างไรต่อไปในปีนี้ครับ

สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด