“โรคกระเพาะกรดไหลย้อน” ภัยเงียบโรคออฟฟิศซินโดรมสำหรับคนทำงานยุคนี้

“โรคกระเพาะกรดไหลย้อน” ภัยเงียบโรคออฟฟิศซินโดรมสำหรับคนทำงานยุคนี้

“โรคกระเพาะกรดไหลย้อน” ภัยเงียบโรคออฟฟิศซินโดรมสำหรับคนทำงานยุคนี้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

     ด้วยไลฟ์สไตล์และภาวะทำงานของคนยุคนี้ที่ใช้ชีวิตแบบ Work hard, Play Harder เรียกว่างานก็ต้องทุ่มเทจนดีที่สุด ส่วนความสนุกในอีกด้านของชีวิตก็ต้องเต็มที่ด้วยเช่นกันส่งผลให้ โรคกระเพาะกรดไหลย้อน กลายเป็นภัยเงียบที่คุกคามคนทำงานติดอันดับ 1 ใน 5 นับจากสถิติของคนในช่วงอายุ 30 ถึง 45 ปี ที่วนเวียนเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว เนื่องจากกรดไหลย้อนไม่ใช่แค่บั่นทอนสุขภาพให้แย่ลงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการทำลายสุขภาพจิตและลดประสิทธิภาพในการทำงานลงเกินกว่าครึ่งด้วยอาการปวดแสบในช่องท้องอีกด้วย

     ที่สำคัญโรคนี้เมื่อเป็นแล้วค่าใช้จ่ายถือว่าหนักหนาพอสมควร อีกทั้งถ้าปล่อยไว้จนเรื้อรั้งก็อาจรุนแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้

รู้ได้อย่างไรว่ากรดไหลย้อนกำลังมาเยือน...

    อาการหลักของโรคกระเพาะกรดไหลย้อนจะมีบางส่วนที่คล้ายกับอาการของโรคกระเพาะปกติ คือรู้สึกปวดท้องขั้นรุนแรงจนถึงปวดแสบปวดร้อนในช่องท้องส่วนบน เรอเปรี้ยว หรือมีรสขมในปาก แต่ถ้าเข้าสู่ภาวะของโรคกระเพาะกรดไหลย้อนก็จะมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อร่วมด้วย ส่งผลให้คนส่วนใหญ่จึงมักคิดว่าตัวเองกำลังเผชิญกับโรคกระเพาะอาหารจึงซื้อยามากินเอง ซึ่งเป็นการรักษาที่ไม่ตรงจุดและจะทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเพื่อความมั่นใจจึงควรพบแพทย์เพื่อให้วินิจฉัยอาการอย่างละเอียด

     อาการของโรคกระเพาะกรดไหลย้อนแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ อาการที่เกิดในหลอดอาหารจะมีอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก แสบลิ้นเรื้อรัง จุกแน่นแถวหน้าอกคล้ายอาหารไม่ย่อย โดยอาการจะเป็นหนักขึ้นหลังอาหารมื้อหลักควบคู่กับอาการแสบหน้าอก เรอเปรี้ยว หรือมีรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก ส่วนที่สองคือ อาการนอกหลอดอาหาร จะทำให้มีเสียงแหบเรื้อรัง ไอ หรือมีอาการสำลักในเวลากลางคืน บางรายอาจมีอาการทางระบบหายใจ เช่น หอบหืด หรือเจ็บหน้าอกร่วมด้วย

 

กรดไหลย้อนเกิดขึ้นได้อย่างไร

     สาเหตุหลักที่ภาวะกรดไหลย้อนเกิดขึ้นกับพนักงานออฟฟิศเป็นส่วนใหญ่ จนกลายเป็นอีกหนึ่งภาวะที่จัดอยู่ใออฟฟิศซินโดรม เพราะโรคนี้มีสาเหตุจากการชอบกินจุบจิบ กินอาหารไม่เป็นเวลาและเร่งรีบ รวมถึงคนที่ชอบอาหารรสจัด ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ที่สำคัญคือ กินอาหารมื้อดึกแล้วเข้านอนทันที พฤติกรรมทั้งหมดนี้เมื่อมาผสมเข้ากับความเครียดหรือยาบางชนิด ล้วนส่งผลให้น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารที่มีความเข้มข้นสูงไหลย้อนกลับขึ้นมาบริเวณหลอดอาหาร ซึ่งเป็นอวัยวะที่ไม่ทนต่อกรดจึงทำให้เกิดอาการอักเสบขึ้น  ซึ่งหากปล่อยไว้จนเรื้อรังอาจลุกลามทำให้ปลายหลอดอาหารตีบ และเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุหลอดอาหารนำไปสู่การเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้

     เมื่อรู้ว่าเป็น หรือรู้สึกตัวว่าอยู่ในความเสี่ยง นอกจากการพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างตรงจุดแล้ว การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่างก็จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคกระเพาะกรดไหลย้อนได้

  • เริ่มต้นจากหากรู้สึกตัวว่ามีภาวะน้ำหนักเกิน ให้ลดน้ำหนักเพื่อไม่ให้เกิดความดันในช่องท้องที่ส่งผลต่อการเป็นกรดไหลย้อน
  • พยายามหลีกเลี่ยงความเครียด เลิกบุหรี่ งดแอลกอฮอล์ รวมถึงชาและกาแฟอย่างเด็ดขาด เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนทำให้เกิดการหลั่งกรดในช่องท้องมากขึ้น
  • กินอาหารให้เป็นเวลา ไม่เน้นมื้อดึก และไม่กินอะไรภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
  • ลดละเลิกของทอด อาหารมัน อาหารย่อยยาก และเปลี่ยนมาเน้นหนักที่อาหารที่มีการใย

 

     ทั้งนี้ในรายที่เป็นหนักแพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการให้ยาเพื่อลดปริมาณกรดในกระเพาะอาหาร แต่หากรุนแรงอาจต้องมีการผ่าตัดร่วมด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปที่คอและกล่องเสียง ซึ่งด้วยความรุนแรงของโรค ประกอบกับภาวะกรดไหลย้อนกลายมาเป็นหนึ่งในลิสต์ของออฟฟิศซินโดรมที่คนทำงานเข้าคิวเรียงกันเป็นแบบไม่ทันรู้ตัว รู้ตัวอีกทีก็ต้องแบบรับทั้งอาการเจ็บและค่ารักษาพยาบาลที่คาดเดาไม่ได้ว่าจะหายเมื่อไหร่

     หนึ่งในทางออกที่ดีคือการซื้อประกันสุขภาพเพื่อป้องกันตัวเองไว้ก่อน ซึ่งยุคนี้มีประกันสุขภาพมิติใหม่เกิดขึ้นมากมายที่ถือว่าเป็นซูเปอร์แพลนสำหรับซูเปอร์ฮีโร่ ที่ต้องทำอะไรวันละร้อยแปดพันอย่างแบบคุณ แต่แนะนำว่าก่อนซื้อควรดูให้ละเอียดและเปรียบเทียบประกันสุขภาพให้ดี ว่าครอบคลุมกับไลฟ์สไตล์รักษาโรคของคนยุคใหม่หรือเปล่า ซึ่งหนึ่งในตัวเลือกที่ครบสำหรับคนทำงานยุคนี้คือ
ประกันสุขภาพจากซิกน่า   

     เพราะคุ้มครองทั้งโรคร้ายแรง และโรคจากไลฟ์สไตล์ ออฟฟิศซินโดรม รวมถึงโรคยอดฮิตอย่างกรดไหลย้อนด้วย จึงมั่นใจได้เลยว่าคุณสามารถใช้ชีวิตให้เต็มที่ตามแบบคนยุคนี้โดยไร้กังวล

 

 

[Advertorial]

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook