พักตับวันนี้ จะได้มีตับดีๆ ไว้ใช้ไปอีก น้านนนน...นาน...

พักตับวันนี้ จะได้มีตับดีๆ ไว้ใช้ไปอีก น้านนนน...นาน...

     ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก(WHO) ระบุว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ชนิดกลั่นมากจัดเป็นอันดับ 5 ของโลก และปัจจุบันนี้มีกลุ่มที่น่าเป็นห่วงซึ่งเป็นนักดื่มหน้าใหม่ คือกลุ่มวัยรุ่น โดยเฉพาะวัยรุ่นเพศชายอายุ 11 – 19 ปี ที่บริโภคเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ คิดเป็นร้อยละ 21.23 ของประชากรนักดื่ม

     เวลาเราพูดคำว่ากลุ่มวัยรุ่น ใครจะกล้าคิดว่านักดื่มหน้าใหม่เหล่านี้ นอกจากจะมีอายุน้อยลงไปเรื่อยๆ ยังมีการเพิ่มจำนวนขึ้นตลอดเวลาจนทำท่าจะแซงหน้าประชากรนักดื่มกลุ่มอายุอื่นๆ สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นคือ ปัญหาการติดสุราและการดื่มสุรา กำลังจะสร้างสภาวะเจ็บไข้ได้ป่วยในโรคต่างๆให้กับเยาวชนเหล่านี้ ทั้งๆที่เดิมทีเราเคยพบโรคร้ายแรงเหล่านี้ได้ในเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่

     ผลจากการเก็บตัวอย่างเพื่อการศึกษาปัญหาของผู้ดื่มสุราที่มีต่อตับของ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลน่าน ซึ่งได้เก็บข้อมูลจากนักศึกษาอาชีวะแห่งหนึ่ง จำนวนกว่า 2,000 ราย มีการตรวจพบค่าเอนไซม์ตับผิดปกติในกลุ่มเด็กนักศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยระหว่าง 15-18 ปี บางคนมีค่าความดันสูง ค่าไขมันสูง ราวกับผู้ผ่านการใช้ชีวิตมาสักสี่ห้าสิบปีเลยก็ว่าได้

     เมื่อสอบถามบรรดาวัยรุ่นนักดื่ม ต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างจังหวัดหรือบ้านอยู่ไกล ก็ต้องมาเช่าหอใกล้ที่เรียน เวลาวัยรุ่นอยู่หอรวมกัน โดยเฉพาะหอชาย สิ่งที่ทำคงหนีไม่พ้นการกินเหล้า ตกเย็นก็นัดกันตามร้านนั่งดื่มเฮฮากันไป บางคนกินเหล้า บางคนกินเบียร์ บางทีเงินค่าเทอมที่แม่ให้มาก็เอามาจ่ายค่าเหล้าค่าเบียร์ที่ร้านจนหมด

     “โหพี่ ถ้าผมไม่ไปเพื่อนมันก็หาว่าป๊อด ถ้าผมไม่ดื่มมันก็ว่าเราอ่อน หรือบางทีเราอกหักรักคุดตุ๊ดเมิน อะไรจะดีไปกว่าการกินเหล้าถ้าเราไม่กินเราก็ไม่มีเพื่อน สรุป มันเป็นการดื่มด้วยใจ พี่เข้าใจอะป่าว”

     ดูเหมือนพวกน้องๆจะรู้ตัวอยู่บ้าง ว่าการกินดื่มจะส่งผลต่อสุขภาพ ถึงจะดื่มด้วยใจแต่เหล้ากลับไปทำลายตับ และส่วนใหญ่มักทำท่าประหลาดใจ เมื่อหมอพูดถึงโรคที่ฟังดูร้ายๆ เพราะมักเข้าใจกันไปเองว่า

     “กินแค่ขำๆ ไม่ได้มากมายอะไร ไม่เข้าใจ ทำไมต้องซีเรียสขนาดน้านนน”

     คุณหมอจึงต้องจับมานั่งเลคเชอร์ ป้อนข้อมูลให้ใหม่ยิ่งกว่าติวข้อสอบแอดมิชชั่นกันอีกรอบ

     “ผมบอกพวกน้องๆเขาไปว่า คนเราก็เหมือนมือถือที่เราใช้ เวลาไปไหนเรายังต้องมีพาวเวอร์แบงค์สำรองติดตัวไว้ เวลามือถือแบตหมดเราก็หยิบพาวเวอร์แบงค์นี้ขึ้นมาชาร์ทไฟใหม่ แต่ร่างกายให้พาวเวอร์แบงค์สำรองไว้ที่ตับในจำนวนจำกัด วันนี้คุณมีตับดีๆ มีพาวเวอร์แบงค์สำรองของตับดีๆ แต่คุณเร่งใช้เผาผลาญมันหมดไปโดยการดื่ม แทนที่จะเก็บพลังสำรองนี้เอาไว้ใช้ตอนแก่ตัว

     ถ้าบอกว่าวัยรุ่นเหมือนรถป้ายแดง เครื่องมันต้องแน่น อะไหล่ทุกชิ้นต้องสภาพดีเนี๊ยบ แต่กลายเป็นว่าบางคนเครื่องฮีททั้งๆที่ยังไม่ได้ขับไปไหนไกลเลย สุขภาพเสียตั้งแต่อายุเท่านี้ เช่น อายุ 20 มีตับเต็มประสิทธิภาพ 100 % พออายุ 30 ตับก็เสื่อมลงตามเวลาเหลือ 90% พออายุ 40 ตับเหลือ 80 % พอแก่ตัวลงสักอายุ 50 ตับก็จะยิ่งลดถอยลงไป ถ้าคนปกติทั่วไปเขาก็จะต้องดึงเอาพลังงานสำรองของตับขึ้นมาใช้

     แล้วทีนี้คนที่กินเหล้าตั้งแต่อายุยังน้อย ทำลายตับของตัวเองตั้งแต่ยังวัยรุ่นอยู่ คุณคาดหวังว่าจะไปเลิกเหล้ากันตอนแก่ เดี๋ยวโตไปก็คิดได้เอง แต่ถามว่าตอนนั้นพลังสำรองของตับยังมีเหลือให้หยิบมาใช้ได้แค่ไหน แล้วคุณจะมีชีวิตที่เป็นทุกข์ขนาดไหน ถ้าเครื่องยนต์กลไกในร่างกายคุณทำงานได้ครึ่งเดียวของที่เคยมีมา

     บางคนก็เปรียบเทียบการดึงเอาพลังสำรองในอนาคตมาใช้ ไม่ต่างอะไรจากการรูดบัตรเครดิต วันนี้คุณอยากมีความสุขชั่วคราว ความสุขฉาบฉวย ก็รูดปื้ดๆ สบายมือ แต่อย่าลืมว่ามันคือเงินอนาคต รูดวันนี้ก็ต้องตามไปใช้หนี้ในวันพรุ่งนี้อยู่ดี เราต้องไปชดใช้การที่เราใช้ร่างกายเปลืองในวันข้างหน้า มันคุ้มกันไหม ลองทบทวนดู”

     ก็ยังดีที่วัยรุ่นหลายคนยอมรับฟัง ปัจจุบันกลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับการตรวจเอนไซม์ตับเพื่อหาค่าความผิดปกติ ลุกขึ้นมาประกาศกลางวงเหล้าว่าจะไม่กลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์นี้อีกแล้ว หลายคนทำได้หลายเดือน หลายคนทำได้แค่ชั่วคราวก่อนที่เพื่อนเราจะมาลากไปนั่งเฝ้าขวดแบบเดิม และหลายคนปฏิเสธไม่ยอมเลิกด้วยเหตุผลว่า “ไว้ทีหลังละกัน”

     แต่ในส่วนของเด็กกลุ่มที่เลิกเหล้าเข้าโครงการพักตับ มีผลการตรวจพบแน่ชัดว่า ค่าเอนไซม์ตับลดลง จาก 90 เหลือ 30 ก็มี ที่ดีกว่านั้นคือบางคน ยอมตัดใจจากเหล้าไปเข้าห้องเรียน โดยไม่ต้องรอฤกษ์งามยามดี วันเกิด วันปีใหม่ หรือวันเข้าพรรษาอะไรแบบที่เขาโฆษณากัน เรียกว่าตามสไตล์วัยรุ่น คิดได้เมื่อไรต้องลงมือทำทันที

     อยากเท่ได้ไม่ต้องดื่มแบบพวกน้องๆ โทรสายด่วนปรึกษาเลิกหล้า 1413 เพราะยิ่งพักดื่มไว พักตับไว ก็ยิ่งได้ร่างกายดีๆกลับมาแบบ...ไวค่อดๆๆ

 


[Advertorial]

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!