6 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการวิ่ง
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/he/0/ud/1/5617/run.jpg6 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการวิ่ง

6 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการวิ่ง

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

1. ผูกเชือกรองเท้ายังไงก็ได้

ควรผูกให้ถึงรูบนสุด เพื่อให้กระชับมากที่สุดเวลาวิ่ง มิฉะนั้นอาจทำให้เท้าเกิดการเสียดสีจนเท้าพอง หรือทำให้เล็บเท้าห้อเลือด แต่ถ้าผูกแน่นจนเกินไปก็จะทำให้เมื่อยเท้า เนื่องจากข้อเท้าถูกรัดมากเกินไปขณะวิ่ง

 

2. วิ่งเยอะๆ และเร็วๆ เข้าไว้ยิ่งดี

การทำอะไรที่สุดโต่งมากเกินไปไม่เป็นผลดีแน่ การวิ่งก็เช่นกัน ถ้าคุณไม่ใช่นักวิ่งที่ต้องลงแข่งเพื่อคว้ารางวัล ก็ให้วิ่งตามกำลัง การวิ่งที่มากและเร็วเกินไปอาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ จึงควรวิ่งในความเร็วที่เหมาะสม ไม่ต้องท้าทายร่างกายให้มากจนเกินไป 

 

3. วิ่งแล้วข้อเข่าเสื่อม

ความจริงการวิ่งที่ถูกวิธีอย่างต่อเนื่อง ช่วยป้องกันการเสื่อมเร็วของข้อต่อ การหยุดวิ่งหรือขาดการออกกำลังกายที่เหมาะสมต่างหากที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้ข้อเสื่อม

 

4. การวิ่งทำให้ขาใหญ่

ข้ออ้างเล็กๆ ที่ทำให้คุณกลัวการวิ่ง ผู้ที่เพิ่งหันมาออกกำลังกายด้วยการวิ่งในช่วงแรกๆ อาจยังไม่เห็นผลลัพธ์อันวิเศษของการวิ่ง ตรงกันข้ามกลับมองว่าขาใหญ่ขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อยังไม่ถูกใช้งานให้แข็งแรงเต็มที่ แต่ถ้าวิ่งไปบ่อยๆ กล้ามเนื้อเข้าที่เข้าทางแล้วไขมันจะถูกรีดออกไปเอง เป็นเหตุผลว่าทำไมนักวิ่งจึงมีรูปร่างที่สมส่วน

  

5. วิ่งแล้วกินจุ

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า การกินมากหรือน้อยนั้นเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่เกี่ยวกับว่าถ้าใช้พลังงานในการวิ่งมากๆ แล้วจะทำให้กินจุ 

 

6. ถ้าวิ่งแล้วเหนื่อยให้หยุดทันที

ห้ามทำเด็ดขาด (กาดอกจันพันดวง) เพราะเคยมีกรณีการตายในขณะวิ่งของ เจมส์ ฟิกซ์ อายุ 52 ปี ซึ่งจากการตรวจสภาพศพ โดยนายแพทย์เคนเน็ธ คูเปอร์ พบว่าที่ฟิกซ์เสียชีวิตเป็นเพราะวิ่งแล้วหยุดทันที ทำให้หัวใจวายในขณะยืน วิธีที่ถูกต้องคือ ควรเคลื่อนไหวต่อไปอีกระยะหนึ่ง จนอัตราการเต้นของหัวใจลดลง หากเกิดอาการหน้ามืดให้นอนราบยกปลายเท้าสูงกว่าศีรษะเพื่อให้เลือดไหลมาเลี้ยงหัวใจและสมอง และทำให้กรดแลกติกออกจากกล้ามเนื้อเร็วขึ้น