รู้จักโรค "ส่าไข้-หัดกุหลาบ-ผื่นกุหลาบ" พบได้ในเด็กเล็ก

รู้จักโรค "ส่าไข้-หัดกุหลาบ-ผื่นกุหลาบ" พบได้ในเด็กเล็ก

โรคส่าไข้ หัดกุหลาบ หรือผื่นกุหลาบ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก มีอาการผื่นขึ้นตามตัว แขน ขา ถ้าอาการไม่รุนแรงสามารถหายเองได้ แต่ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค


โรคส่าไข้ หัดกุหลาบ หรือผื่นกุหลาบ คืออะไร?

ข้อมูลจากโรงพยาบาลผิวหนัง อโศก ระบุว่า โรคส่าไข้ หัดกุหลาบ หรือผื่นกุหลาบ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 2 ปี และอาจกล่าวได้ว่าเด็กเล็กเกือบทุกคนเคยเป็นโรคนี้ โรคส่าไข้ หัดกุหลาบ หรือผื่นกุหลาบ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนเฮอร์ปีส์ชนิดที่ 6 (Human Herpesvirus Type 6) และไวรัสฮิวแมนเฮอร์ปีส์ชนิดที่ 7 (Human Herpesvirus Type 7) 


อาการของโรคส่าไข้ หัดกุหลาบ หรือผื่นกุหลาบ

  • มีไข้สูง
  • มีผื่นกระจายตามแขน ขา ใบหน้า และลำตัว ลักษณะผื่นที่พบเป็นผื่นสีชมพูคล้ายสีดอกกุหลาบ ผื่นมีขนาด 1-3 มิลลิเมตร
  • ผื่นอาจมีอยู่ไม่กี่ชั่วโมง หรือนาน 2-3 วันแล้วหายไป 
  • อาจพบจุดแดงเล็กๆ ที่เพดานอ่อนและลิ้นไก่ 
  • อาจมีอาการต่อมน้ำเหลืองโตได้ด้วย
  • หากมีไข้สูงอาจทำให้เกิดอาการชักได้


วิธีรักษาโรคส่าไข้ หัดกุหลาบ หรือผื่นกุหลาบ

โรคส่าไข้ หัดกุหลาบ หรือผื่นกุหลาบจัดว่าเป็นโรคที่ไม่อันตราย และไม่รุนแรง สามารถรักษาตามอาการได้ แต่ยังไม่มียาต้านไวรัส หรือวัคซีนป้องกันโรคนี้โดยเฉพาะ


วิธีดูแลผู้ป่วยโรคส่าไข้ หัดกุหลาบ หรือผื่นกุหลาบ

  1. หมั่นเช็ดตัวบ่อยๆ เพื่อช่วยลดไข้ หรือรับประทานยาลดไข้เมื่อจำเป็น อย่าให้มีไข้สูงเพราะอาจทำให้เด็กมีอาการชักได้
  2. ดื่มน้ำมากๆ โดยจิบน้ำบ่อยๆ ให้ร่างกายช่วยระบายความร้อน
  3. พาเด็กอุ้มเดิน และตบหลังเบาๆ หากเด็กงอแง เพื่อช่วยปลอบโยนเด็ก
  4. หากมีอาการชัก ควรรีบพบแพทย์ เพื่อเจาะเลือดตรวจดูสาเหตุของอาการชักให้แน่ชัด
  5. ไม่ต้องให้ยาต้านไวรัส
  6. หากมีอาการไข้สูงก่อนที่ผื่นจะขึ้นจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด
  7. รีบพบแพทย์เพื่อเด็กมีอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น