“เจาะคอ” อีกหนึ่งวิธีการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ควรรู้

“เจาะคอ” อีกหนึ่งวิธีการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ควรรู้
S! Health (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลราชวิถี เผยการควบคุมดูแลทางเดินหายใจเป็นการดูแลระบบการหายใจให้ผู้ป่วยปลอดภัยอย่างเหมาะสมกับอาการ โดยแต่ละวิธีก็จะมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน แพทย์จะตัดสินใจเลือกวิธีการควบคุมทางเดินหายใจที่เหมาะสมที่สุดในการช่วยชีวิตผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งการเจาะคอเป็นวิธีการหนึ่งที่สำคัญในการควบคุมทางเดินหายใจ นอกเหนือจากการใส่ท่อช่วยหายใจ


"เจาะคอ" ทำอย่างไร ทำไมต้องทำ ?

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การเจาะคอเป็นหัตถการรูปแบบหนึ่ง โดยแพทย์จะผ่าตัดใส่ท่อหลอดลมคอผ่านผิวหนังที่ลำคอ เพื่อสร้างทางติดต่อระหว่างหลอดลมกับผิวหนังบริเวณด้านหน้าของลำคอ ทำให้อากาศสามารถผ่านเข้าสู่ปอดโดยไม่ผ่านช่องจมูกและลำคอส่วนบน เพื่อเป็นการบรรเทาอาการอุดกั้นในระบบทางเดินหายใจส่วนบน หรือในการดูแลเสมหะ และป้องกันการสำลักในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นระยะเวลานานหรือผู้ป่วยที่มีเสมหะมากไม่สามารถไอออกเองได้ เช่น ผู้ป่วยอัมพาต ผู้ป่วยไม่รู้สติ เป็นต้น


รูปแบบในการเจาะคอ

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางเลือกในการควบคุมทางเดินหายใจนอกเหนือจากการเจาะคอ ได้แก่

  1. การใส่ท่อช่วยหายใจทางปากหรือจมูก เป็นวิธีที่สามารถทำได้รวดเร็วเพื่อควบคุมทางเดินหายใจของผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน แต่หากผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจเป็นระยะเวลานานมากกว่า 2-3 สัปดาห์ โดยทั่วไปผู้ป่วยควรได้รับการเจาะคอ

  2. การเจาะเยื่อระหว่างกระดูก Cricoid และกระดูก Thyroid เป็นหัตถการที่ใช้เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน ในกรณีที่ไม่สามารถใส่ท่อช่วยหายใจได้ และไม่พร้อมที่จะเจาะคอเนื่องจากมีเวลาจำกัดหรืออยู่ในสถานที่ที่ไม่มีความพร้อมของเครื่องมือ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ป่วยอยู่ในภาวะที่ปลอดภัยแล้วควรเปลี่ยนเป็นการเจาะคอ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถดูแลทางเดินหายใจของผู้ป่วยได้ง่าย ป้องกันปัญหากล่องเสียงและหลอดลมคอตีบแคบ


วิธีปฏิบัติหลังได้รับการเจาะคอ

  1. ผู้ป่วยที่ใส่ท่อหลอดลมคอควรดื่มน้ำมาก ๆ

  2. ดูแลร่างกายให้อบอุ่น

  3. หลีกเลี่ยงในที่อากาศเย็นหรือแห้งจัด เพื่อป้องกันการเกิดเสมหะอุดตันที่ท่อหลอดลมคอ

  4. ไม่คลุกคลีกับคนที่เป็นหวัด เนื่องจากผู้ที่ใส่ท่อหลอดลมคอจะขาดปัจจัยป้องกันตนเองจากเชื้อโรคในอากาศโดยระบบของทางเดินหายใจส่วนบน

  5. ระวังน้ำหรือสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าท่อหลอดลม

  6. หากพบอาการผิดปกติ เช่น ท่อหลอดลมหลุด ท่อชั้นในหาย หรือใส่เข้าไปไม่ได้ หายใจลำบาก หอบเหนื่อย มีการ ปวด บวม แดง มีหนอง หรือมีเลือดออกจากท่อหลอดลม ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป