7 ปัจจัยอันตราย เสี่ยง "กระเพาะปัสสาวะอักเสบ"

7 ปัจจัยอันตราย เสี่ยง "กระเพาะปัสสาวะอักเสบ"
Hello Khun Mor

สนับสนุนเนื้อหา

โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เป็นการติดเชื้อที่ ระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งได้แก่ ไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ บทบาทของกระเพาะปัสสาวะและไตนั้นคือกักเก็บของเสีย และกำจัดของเสียออกจากร่างกายตามลำดับ ของเสียเหล่านี้จะถูกกำจัดออกจากร่างกายเป็นปัสสาวะผ่านทางท่อปัสสาวะ

อาการโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในผู้หญิง

โอกาสที่ผู้หญิงจะเป็นโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะนั้นมีมากกว่าผู้ชาย นักวิทยาศาสตร์บางคนได้คาดเดาว่า ความเสี่ยงของผู้หญิงนั้นมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า ยิ่งไปกว่านั้น การติดเชื้อในผู้หญิง มีแนวโน้มที่กำเริบขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป การติดเชื้อมักจะเกิดขึ้นจากการที่เชื้อโรคเข้าไปสู่ระบบทางเดินปัสสาวะ ในบางกรณี การติดเชื้อนั้นอาจจะหายไปโดยที่ไม่ต้องรักษา สัญญาณที่เป็นไปได้ของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมีดังนี้

  • มีอาการปวดหรือแสบร้อนขณะปัสสาวะ

  • ปัสสาวะบ่อยมากขึ้น

  • ไม่สามารถปัสสาวะได้ แม้จะรู้สึกปวดมาก

  • ปัสสาวะเล็ด

  • ปัสสาวะขุ่น เป็นสีเข้ม มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือด

 

สาเหตุของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในผู้หญิง

คุณอาจจะเคยได้ยินว่า ผู้หญิงควรเช็ดจากด้านหน้าไปทางด้านหลัง ความเชื่อนี้มีไว้เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เรื่องนี้ดูสมเหตุสมผล หากคุณพิจารณากายวิภาคของท่อปัสสาวะ ช่องคลอด และทวารหนัก ท่อปัสสาวะคือท่อที่นำปัสสาวะออกสู่นอกร่างกายนั้น อยู่ใกล้กับช่องคลอดและทวารหนัก การเช็ดจากด้านหน้าไปทางด้านหลังนั้น สามารถป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อโรคจากช่องคลอดและทวารหนัก ไปติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะ และจากท่อปัสสาวะ การติดเชื้อสามารถผ่านขึ้นไปทางกระเพาะปัสสาวะ และไปปนเปื้อนอวัยวะภายในได้ ท่อปัสสาวะของผู้หญิงนั้นสั้นกว่าของผู้ชาย ดังนั้น เชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคจึงสามารถเดินทางได้เร็วยิ่งกว่าผู้ชาย

นอกจากเชื้อแบคทีเรียจากทวารหนักแล้ว กิจกรรมบางอย่างยังสามารถนำเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ นั่นก็คือ..

  1. การมีเพศสัมพันธ์

การมีเพศสัมพันธ์สามารถนำไปสู่โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ เรื่องนี้เป็นความจริงที่น่าเศร้า แต่ท่วงท่าของการมีเพศสัมพันธ์ สามารถส่งต่อเชื้อแบคทีเรีย จากช่องคลอดหรือทวารหนัก มาสู่ท่อปัสสาวะได้ เทคนิคดีๆ ที่จะหลีกเลี่ยงการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะจากการมีเพศสัมพันธ็ก็คือ การปัสสาวะภายใน 30 นาทีหลังจากมีเพศสัมพันธ์ เพื่อช่วยให้ความเสี่ยงลดลง

 

  1. อาการท้องผูกและท้องร่วง

อาการท้องผูกทำให้คุณปัสสาวะจนสุดได้ยากขึ้น ดังนั้น ปัสสาวะและเชื้อแบคทีเรียทั้งหมด ก็จะถูกกักเก็บไว้ในร่างกาย เชื้อแบคทีเรียจะเติบโตขึ้นและทำให้เกิดการติดเชื้อ

อาการท้องร่วงก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ อาการท้องร่วงนั้นสามารถทำให้อุจจาระที่เหลวนั้นกระจายไปทั่ว ทำให้เกิดโอกาสที่เชื้อแบคทีเรียจะเข้าสู่ท่อปัสสาวะได้ง่าย และวิธีป้องกันคือการเช็ดจากด้านหน้าไปยังด้านหลังนั่นเอง

 

  1. โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ดี

เมื่อน้ำตาลในเลือดของคุณเพิ่มสูงขึ้น น้ำตาลส่วนเกินนั้นจะไปอยู่ในปัสสาวะ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย แต่เรื่องนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณเป็นโรคเบาหวานเท่านั้น การรับประทานน้ำตาลมากเกินไปนั้น ไม่ทำให้คุณเป็นโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

 

  1. การกลั้นปัสสาวะ

หากคุณรู้สึกปวดปัสสาวะ ก็ควรที่จะปัสสาวะในทันที ยิ่งคุณกลั้นปัสสาวะนานเท่าไหร่ ยิ่งทำเชื้อแบคทีเรียอยู่ในร่างกายของคุณนานขึ้นเท่านั้น และจะยิ่งนำไปสู่การติดเชื้อได้

 

  1. ภาวะขาดน้ำ

การดื่มน้ำนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย และหนึ่งในนั้นคือการป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ ยิ่งมีน้ำมากขึ้น ก็จะยิ่งปัสสาวะมากขึ้น ช่วยในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียออกจากร่างกายได้

 

  1. การคุมกำเนิด

ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะชี้ว่า หากคุณเปลี่ยนวิธีการคุมกำเนิด ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเชื้อแบคทีเรียตามปกติในช่องคลอด และเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ นอกจากนี้การคุมกำเนิดโดยใช้แผ่นไดอะแฟรม (diaphragms) และสารฆ่าอสุจิ (spermicides) ยังสามารถเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคได้อีกด้วย

 

  1. ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิง

การไม่เปลี่ยนแผ่นผ้าอนามัยและผ้าอนามัยแบบสอดนั้น สามารถนำไปสู่โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้อย่างง่ายๆ เชื้อแบคทีเรียสามารถเติบโตในสิ่งของเหล่านี้ได้ดี กางเกงชั้นในก็เป็นอีกแหล่งหนึ่งของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การเสียดสีกับวัสดุของกางเกงชั้นในหรือกางเกงชั้นในที่มีสายบางนั้นสามารถส่งต่อเชื้อแบคทีเรียได้ ควรสวมกางเกงชั้นในที่ทำจากผ้าฝ้าย เพื่อป้องกันความชื้นที่จะทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโต

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!