แนะนำ 15 เกมส์สุดคุ้ม ที่เล่นจบแล้วก็เล่นต่อได้อีก

แนะนำ 15 เกมส์สุดคุ้ม ที่เล่นจบแล้วก็เล่นต่อได้อีก
เกมส์ต่างๆที่ทำออกมาวางขายมากมายในตลาดนั้น ส่วนมากแล้วเมื่อเล่นจบเนื้อเรื่องแล้วก็คือจบเลยไม่มีอะไรให้ทำต่อแล้ว บางเกมภาพอาจสวยงามอลังการ ระบบการเล่นสุดยอด แต่ว่าเล่นไปไม่ถึง 10 ชั่วโมงก็จบแล้ว แถมไม่มีอะไรให้ทำต่ออีกเลยนอกจากเล่นใหม่รอบสองในความยากที่มากขึ้น ซึ่งเรามองว่าเกมส์เหล่านี้ไม่ค่อยจะคุ้มค่าเงินที่จะซื้อมาเล่นเสียเท่าไหร่ เพราะเล่นไม่นานก็เบื่อ บางเกมภาพไม่สวย แต่กลับเล่นได้นาน มีอะไรให้ทำเยอะ เกมพวกนี้แหละที่จะได้รับความนิยมมากกว่าในแง่ของความคุ้ม ซึ่งเรามี 15 เกมสุดคุ้มที่อยากแนะนำให้เล่นกัน ซึ่งเมื่อจบเกมส์แล้วก็ยังมีอะไรให้ทำอีกมากมาย
1. Grand Theft Auto 5 (2013)
ไม่ว่าจะ GTA V หรือภาคอื่นๆก็ล้วนแล้วแต่มีอะไรให้ผู้เล่นทำมากมาย ไม่ใช่แค่เนื้อเรื่องเท่านั้น ยังมีภารกิจย่อยนอกเรื่องมากมาย ที่ทั้งสนุกและฮาด้วย แต่ผู้เล่นต้อง 18+ ด้วยนะ เพราะไม่เหมาะสำหรับเด็ก ยิ่ง GTA V ยิ่งมีอะไรให้ทำมากกว่าภาคเก่าเยอะ
2. Lego Lord of the Rings (2012)
เกมจากตัวต่อ LEGO ที่สร้างเลียนแบบเกมจากนิยายชื่อดัง แถมยังทำออกมาได้ดีด้วย ตัวเกมหลังจากจบแล้วยังมีความลับมากมายรอให้ผู้เล่นปลดล็อคในดินแดน Middle Earth
3. Dark Savior (1996/1997)
เกมสุดคุ้มจากสมัยเครื่อง Mega Drive ที่ทำระบบให้คุณเล่นได้หลายรอบ โดยจบรอบหนึ่งนั้น คุณจะไขปริศนาเนื้อเรื่องได้แค่ราวๆ 30% เท่านั้น คุณจะต้องเล่นต่อ และเล่นรอบใหม่ก็ไม่เหมือนรอบแรกด้วย
4. Pokemon (1996-2014) ทุกภาค
นี่สินะหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เกมนี้ของนินเทนโดได้รับความนิยมมาตลอด เพราะหลังจากจบเกมแล้ว มันก็ยังมีอะไรให้ผู้เล่นทำอีกเยอะ จะล่ามอนสเตอร์หายาก แข่งกับเพื่อน และอีกมากมาย
5. Elder Scrolls V: Skyrim (2011)
โคตรเกมตลอดกาลของ Bathesda ที่มีอะไรให้ทำมากมาย เควสต์ในเกมยิบย่อบมหาศาล แค่คุยกับชาวบ้าน มันก็มีเควสต์ให้ตูทำแล้ว เพิ่งเจอหน้ากันมันสั่งให้ทำนู่นทำนี่เยอะจริงๆ แถม Mod ของเกมนี้ก็เยอะสุดๆอีกด้วย
6. Dark Souls 1 - 2 (2011-2014)
เป็นเกมแนว ACT RPG แบบโอเพ่นเวิลด์อีกเกมที่มีอะไรให้ทำเยอะแยะ ความลับของเกมก็เพียบ แต่ติดตรงตัวละครตายง่ายมาก ความยากอยู่ในระดับสูง
7. Castlevania: Symphony of the Night (1997)
เกมส์ระดับตำนานจากยุค PS1 เกมส์นี้นอกจากฉากเกมที่กว้างสุดๆแล้ว ความลับของเกมก็ยังมีเยอะ จบเกมก็ยังมีโหมดตัวละครอื่นๆให้เล่นอีก ถึงกราฟฟิกจะเป็น 2D แต่ก็สนุกน่าเล่นกว่าเกมสมัยนี้หลายเกม
8. Bayonetta (2009/2010)
เกมส์แนวแอคชั่นล้วนๆน้อยเกมนัก ที่จบแล้วก็เล่นรอบสองได้สนุก ซึ่งป้าแว่นนี้หากเราเล่นจบ Normal แล้ว ตอนเล่น Hard มันจะมีไอเท่ม Moon of Mahaa-Kalaa ที่ช่วยเพิ่มสไตล์การต่อสู้ให้ป้าแว่น อีกทั้งยังมีศัตรูท้าทายใหม่ๆที่ไม่มีในรอบแรกด้วย
9. Blade Runner (1997)
ผลงานชิ้นเอกอีกเกมจาก Westwood ที่ทำ C&C เป็นเกมแนวใช้เม้าส์คลิกชี้จุดที่ต้องการสำรวจ หาหลักฐานแก้ปริศนาของเรื่อง ซึ่งเรื่องราวในเกมจะมีจุดเปลี่ยนหลายอย่างขึ้นกับการเล่น แต่ละรอบนั้นเนื้อเรื่องเกมก็จะต่างกันไปตามวิธีเล่นของคุณ
10. Borderlands 2 (2012)
เกมส์ยิงภาพแบบเซลเฉดที่ไม่เหมือนใคร หลังจากเล่นจบเกมโหมดปกติแล้ว ก็ยังมีโหมดการเล่นอื่นๆให้เล่นอีกเยอะ
11. Super Mario 3D Land (2011)
เป็นเกมส์มาริโอที่เล่นได้คุ้มอีกภาค เพราะมีฉากให้เล่นเยอะ นอกจาก Worlds ปกติแล้วก็ยังมีฉาก Worlds พิเศษให้เล่น รวมถึงความลับอื่นๆในเกม
12. Assassin's Creed 4: Black Flag (2013)
ปกติ Assassin's Creed ทุกภาคก็มีอะไรทำเยอะอยู่แล้ว แต่ภาค 4 นี่ยิ่งเยอะ เพราะนอกจากจะมี Side Quest ให้ทำมากมายหลังจบเกม คุณยังสามารถล่องเรือ หาสมบัติ อัพเกรดเรือ ทำสงครามกลางทะเลได้อีก สนุกไปอีกแบบ
13. Hotline Miami (2012)
เกมส์ที่ทำออกมาคล้ายๆกับ GTA ภาคเก่าๆ คือกราฟิกแบบ 2D มุมกล้องสูงแบบ Bird Eye ซึ่งในเกมนี้ก็มีอะไรให้ทำเพียบไม่แพ้ GTA เลย แถมยังมีหน้ากากสัตว์ให้ลองสวมเล่นด้วย
14. Batman Arkham City (2011)
เกมส์แบทแมนภาคที่สองผลงานจากทีม Rocksteady ที่ได้รับยกย่องให้เป็นเกมแบทแมนที่ดีที่สุด นอกเหนือจากเนื้อเรื่องหลักแล้ว ก็ยังมีเนื้อเรื่องเสริมให่้แบทแมนต่อสู้กับเหล่าร้ายตัวอื่นๆมากมาย
15. Shadow of Memories (2001)
เกมแนวผจญภัยสืบสวนจาก Konami สมัยเครื่อง PS2 ที่หลายคนคงมองข้ามเพราะระบบการเล่นอาจชวนง่วงไปนิด เพราะบทสนทนาเยอะ แต่เป็นเกมที่เล่นได้คุ้ม เพราะเกมเล่นได้หลายแนว มีฉากจบหลายแบบ โดยตัวเอก Eike Kusch จะต้องเดินทางย้อนอดีตเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เขาโดยคนร้ายฆ่าตายในอนาคต และเพื่อตามล่าตัวคนร้ายตัวจริงด้วย
อัลบั้มภาพ 16 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี





















.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
